Polls

ท่านเห็นด้วยกับการเข้าชื่อเสนอร่าง พรบ.ระเบียบข้าราชการสาธารณสุข หรือไม่
  

Who's Online

ขณะนี้มี 15 บุคคลทั่วไปออนไลน์

Visitor Counter

Today111
Yesterday316
Week2121
Month9427
ทั้งหมด1065010

(C) Fliesenstadt

Login Form

ชื่อสมาชิก

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่

Other Menu

Administrator
ขอคารวะและขอบคุณ ๓ แม่ทัพหญิง ที่ยืนหยัด ตรวจสอบ สปสช. จนต้องรับภาระคดีอาญา
เขียนโดย นินิ   
28 ส.ค. 2013 23:46น.

วันที่ ๒๘ สค ๒๕๕๖ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ในวันที่ ๓๐ สค ๒๕๕๖ นี้  ศาลนัดพร้อม คดีที่ นายแพทย์วินัย สวัสดิวร เลขาธิการ สปสช. ฟ้อง ๓ แพทย์หญิง คือ พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา  พญ.อรพรรณ์ เมธาดิลกกุล และ พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ เป็นจำเลยในคดีอาญา อันเกี่ยวเนื่องกับการทักท้วงให้ตรวจสอบความถูกต้องและความชอบด้วยกฎหมาย กรณีเลือกเลขาธิการ สปสช. ในขณะที่ สตง.มีการทักท้วงการใช้เงินของ สปสช.  ๗ ประเด็น (ช่วงที่ นพ.วินัย สวัสดิวร เป็นเลขาธิการ สปสช.) เมื่อ พย.๒๕๕๔   แต่ นายวิทยา บุรณศิริ ก็ยังคงจัดการให้มีการเลือกตั้งโดยจงใจไม่นำผลสอบที่ สตง.ทักท้วงเข้าพิจารณา และต่อมา ได้นายแพทย์วินัย สวัสดิวร เป็นเลขาธิการต่อไป.... ศาลนัดพร้อม ฝ่ายจำเลย จะนำพยานบุคคลเข้าสืบ ๑๗ ปาก พร้อมพยานหลักฐาน.... ไทยทีอาร์แอล ขอเป็นกำลังใจให้ ๓ แม่ทัพหญิง  แห่ง สธ.

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 28 ส.ค. 2013 23:48น. )
กรุงเทพมีผู้ป่วยวัณโรคมาก
เขียนโดย ใบตอง   
28 ส.ค. 2013 22:08น.

วันที่ 28 สิงหาคม 2556  สื่อหลักรายงานเมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่ห้องอัมรินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.)นายพีระพงษ์ สายเชื้อ รองปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.)กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับกระทรวงสาธารณะสุขแ ละผู้เชี่ยวชาญองค์การอนามัยโลก(WHO) ว่า องค์การอนามัยโลกได้มาติดตามผลการควบคุมวัณโรคในพื้นที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) โดยพบว่าในกรุงเทพฯมีจำนวนผู้ป่วย 10,000 รายและปีนี้มีจำนวนผู้ป่วยที่รักษาหายจำนวน 91 เปอร์เซ็นต์ซึ่งถือว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า5ปีที่แล้วถึง11เปอร์เซ็นต์โดยปั จจุบันไทยเป็นหนึ่งใน22ประเทศที่มีผู้ป่วยวัณโรคมากที่สุดเนื่องจากประเทศไท ยเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยวัณโรคมากและมีอัตราการเสี่ยงสูงแต่ก็ยังพบปัญหาวัณ โรคในแรงงานงานต่างด้าวที่ไม่ได้ทำการละทะเบียนแรงงานซึ่งทำให้ไม่ได้รับการ รักษาที่ถูกวิธี ทำให้เกิดการแพร่เชื้อโรค โดยกทม.จะเสนอต่อกระทรวงสาธารณสุขให้ใช้ระบบกฎหมาบบังคับให้แรงงานต่างด้าวล งทะเบียนแรงงานทุกคนเพื่อง่ายแก่คัดกรองโรคซึ่งกทม.จะเป็นศูนย์กลางการให้ข้ อมูลกับทุกหน่วยงานเพื่อควบคุมและลดการแพร่กระจายของโรค

ด้าน พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กล่าวว่าวัณโรคเป็นโรคที่มีการแพร่กระจายทางอากาศ ทำให้การป้องกันโรคทำได้ยากขึ้นโดยมีระยะการฟักตัวของเชื้อในช่วง2เดือนแรกผ ู้ป่วยจะต้องเข้าการรักษาทันที โดยการตรวจเสมหะและรับยาฆ่าเชื้อซึ่งสามารถรักษาให้หายขาดได้ภายใน6เดือนถ้า มี การรักษาอย่างต่อเนื่องสำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาวัณโรคในระยะเริ่มต้นจะอย ู่ที่ประมาณ1,000-2,000 บาท แต่หากเชื้อโรคมีการพัฒนาค่ารักษาจะสูงถึงหลักแสนบาท ขอให้ประชาชนสังเกตอาการผิดปกติหากน้ำหนักลดลงผิดปกติ มีอาการไอแห้ง มีไข้ต่ำ นานกว่า 2 สัปดาห์ สามารถเข้ารับการตรวจรักษาได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขของกทม.ทุกแห่งและหากพ บว่ามีเชื้อวัณโรคผู้ป่วยจะได้รับการรักษาอย่างทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

กพ.
เขียนโดย นินิ   
26 ส.ค. 2013 22:53น.


วันที่ 28 สค 2556  รายงานข่าว จาก ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์-วันก่อน  เมื่อ20 ส.ค.56  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้ เพิ่มอัตรากำลัง 3,848 อัตรา  ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงสธ.มีดังต่อไปนี้:- 
 
  ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เสนอให้ครม. รับทราบและขออนุมัติรายงานผลการศึกษาวิเคราะห์ภาพรวมความต้องการอัตรากำลังภ าครัฐ โดยมีสาระดังนี้ 
 วันต่อมา นายนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) พูดถึงกรณีการบรรจุลูกจ้างชั่วคราวของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นข้าราชการจำนวน 22,641 อัตรา โดยปีแรกจัดสรรไปแล้ว 7,547 ตำแหน่ง ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นมติที่มีการอนุมัติอัตราการบรรจุตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งเป็นการให้บรรจุได้โดยมีเงื่อนไข คือ อนุมัติให้มีการบรรจุตั้งแต่ปี 2556-2558 จำนวนปีละประมาณ 7,547 อัตรานั้น ล่าสุดในปีงบประมาณ 2557-2558 สำหรับเกณฑ์ที่จะพิจารณาอนุมัติตำแหน่งข้าราชการให้กับบุคลากรสาธารณสุขนั้น  สธ.จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในหลายเรื่อง ได้แก่ 
   
  1.การปรับปรุงฐานข้อมูลระบบกำลังคนของ สธ.ให้สามารถเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลของ ก.พ.ให้ได้ภายในปี 2556 เนื่องจากหากทำไม่ได้ ก.พ.ก็จะเช็กอัตราการว่างงานไม่ได้ 
   
  2.สธ.ต้องจัดทำแผนปฏิบัติการรองรับมาตรการเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว คือ ต้องคำนวณในเรื่องของอัตราความต้องการตำแหน่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แพทย์ พยาบาล หรือสายงานต่างๆ รวมถึงการกระจายไปอยู่ในจุดใด หรือตามยุทธศาสตร์ประเทศ เป็นต้น โดยให้มีรายละเอียดว่า จะใช้อัตราในที่ไหน จุดไหน อย่างใด ให้แล้วเสร็จภายในปี 2556 เช่นกัน ทาง ก.พ.จึงจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) บรรจุข้าราชการของปี 2557 เพิ่ม 
   
  3.ต้องมีแผนปฏิบัติการรองรับที่จะดำเนินการ เช่น การผลิตกำลังคนว่าจะเอามาจากไหน จำนวนเท่าใด และสายงานใดบ้างต้องมีความชัดเจน เช่น แพทย์ พยาบาล เภสัชกร ทันตแพทย์ เทคนิคการแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เป็นต้น 
   
  4.ต้องมีการจัดลำดับความสำคัญของข้าราชการว่าตำแหน่งใดควรบรรจุก่อนหรือหลัง  
   
  เลขาธิการ ก.พ. บอกด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของข้อกำหนดที่ ก.พ.เสนอนั้น หาก สธ.ไม่สามารถปฏิบัติตามได้ทาง ก.พ.ก็จะไม่เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้บรรจุพนักงานกระทรวงสาธารณสุขเป็นข้าราชการให้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องพิจารณาเหตุผลและความจำเป็น หากปฏิบัติไม่ได้ แต่เชื่อว่า สธ.คงจะทำได้ เพราะสิ่งที่กำหนดไม่ใช่เรื่องยากและทั้งหมดก็ทำเพื่อประโยชน์ในการบริหาร และใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าที่สุด
 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 28 ส.ค. 2013 22:03น. )
คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ทวงถามปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สนับสนุน ร่าง พรบ.แยกตัวจาก กพ. เพ่ื่อขวัญคน
เขียนโดย นินิ   
23 ส.ค. 2013 20:50น.

วันที่ 23 สค 2556 นายแพทย์เชิดชัย ตันติสิรินทร์ รองประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข แจ้งว่า คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ได้มีหนังสือถึง รมว. และ ปลัด สธ. เรื่องให้สนับสนุน ร่าง พรบ.จัดตั้งคณะกรรมการสาธารณสุข แยกตัวจาก กพ.ตามที่สหพันธ์ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฯ เสนอต่อรัฐสภา เมื่อ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ และผ่านขั้นตอนตรวจสอบทางสภาสมบูรณ์แล้ว  โดยมีหนังสือลงวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๖  จนบัดนี้กระทรวงสาธารณสุข ยังคงไม่ตอบ  จึงมีหนังสือเรียกให้ปลัดกระทรวง เข้าชี้แจงเร็วๆนี้... ไทยทีอาร์แอล เหนือ่ยแทน คน สธ.จริงๆ

กพ. ถ่วงไม่ตอบ ร่าง พรบ.กสธ.ที่เสนอแยกตัวจาก กพ. เป็น พรบ.เกี่ยวกับการเงิน
เขียนโดย นินิ   
23 ส.ค. 2013 20:42น.

วันที่ 23 สิงหาคม 2556 เกิดอุปสรรคของการแยกตัวจาก กพ.  กล่าวคือขั้นตอนของการเสนอร่าง พรบ.จัดตั้ง  ก .สธ. แยกตัวจาก กพ.เสร็จสิ้นมากว่า ๑ ปีแล้ว  ต่อมาทางรัฐสภา ส่งเรื่องให้นายกรัฐมนตรีรับรองเป็นเรื่องร่างง พรบ.เกี่ยวกับการเงิน เพื่อทางรัฐสภา ได้จัดนำเข้าวาระต่อไป  นายกรัฐมนตรีสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเป็นร่าง พรบ.เกี่ยวกับการเงินหรือไม่ หลายเดือนผ่านไปจนบัดนี้เปิดสมัยประชุมใหม่แล้ว กพ.ยังไม่ตอบเลย เป็นการถ่วงร่าง พรบ.ของประชาชนที่เสนอโดยคณะบุคลากร สธ.   ..... เรื่องนี้ อ.อรพรรณ์ แถลงว่า จะทำการติดตามเรือ่งไปที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีให้เร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 23 ส.ค. 2013 20:44น. )
ข่าวประชาสัมพันธ์ เชิญเพื่อนนักวิชาการ สธ.ทุกสาขา สมัครเข้าประชุมวิชาการเรื่องน้ำมันรั่วสู่ทะเลไทย:
เขียนโดย ใบเตย   
23 ส.ค. 2013 20:34น.

วันที่ 23 สิงหาคม 2556 จากกรณีน้ำมันรั่วสู่ทะเลไทย กับทางออกเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ทางออกอยู่ที่ไหน  กรณีนี้ มีชาวไทยทีอาร์แอลที่สนใจวิชาการด้านเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม ขอให้สมาคมแพทย์สิ่งแวดล้อม จัดการประชุมวิชาการ  ต่อมา สมาคมแพทย์ จึงได้จัดให้มีการประชุมดังกล่าว ชื่อ การประชุมวิชาการ เรื่องเหตุการณ์กรณีน้ำมันรั่วสู่ทะเลไทย กับมาตรการลดผลกระทบทางด้านเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม จัดในวันที่ ๕ และ ๖ กันยายน ๒๕๕๖ที่โรงแรมมารวยการ์เด้นท์ สี่แยกเกษตร กทม.  เนื้อหาน่าสนใจมาก หากท่านใดสนใจติดต่อได้ที่ 083 2495151 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 23 ส.ค. 2013 20:36น. )
รัฐบาล สปสช กรมบัญชีกลาง สร้างปัญหาให้หมอเป็นหนังหน้าไฟกับคนไข้เรื่องยา
เขียนโดย obob   
23 ส.ค. 2013 20:27น.

วันที่ 23 สค 2556 มีกรณีน่าสนใจ เรื่องการจ่ายยาผู้ป่วย ที่ถูก รัฐบาล สปสช. กรมบัญชีกลาง ห้ามจ่ายนั่นนี่ให้คนไข้  แต่หมอต้องเป็นหนังหน้าไฟกับคนไข้  และคุณหมอซุปเพอร์นอย ได้ปรึกษา หมอๆกันมา เนื้อหาน่าใสนใจ .. รัฐบาลจะแก้ไขหรืไม่  .......เนื้อความว่า 

"ตอนนี้ประสบปัญหามากๆเกี่ยวกับยานอกบัญชีที่เมื่อก่อนผป.เคยได้  แต่ปัจจุบันรพ.ไม่ให้จ่ายแล้ว  เราควรอธิบายให้ผป.ฟังอย่างไรครับ ล่าสุดมีป้าคนหนึ่งแกจะร้องเรียนที่ผม เรื่องที่ป้ามาขอ muscol ผมแล้วแกต้องเสียเงินเอง  ผมได้อธิบายแล้วว่าเป็นนโยบายรพ. ไม่ใช่ผมไม่อยากให้ และไม่ใช่การตัดสินใจของผม แกก็ไม่ยอมเข้าใจ. ไม่ยอมออกจากห้องเลยครับ จะกินเลือดกินเนื้อผมให้ได้เลย ล่าสุดผมเดินออกจากห้องมาแล้ว ผมควรทำอย่างไรดีครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ"

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 23 ส.ค. 2013 20:37น. )
ในความคล้ายมีความต่าง ปรัชญาของยุคสังคม สธ.มืดมน
เขียนโดย ใบลาน   
22 ส.ค. 2013 21:39น.

วันที่ 22 สค 56 ขอนำบทกลอนของ ดร.โนต้านประชานิยม บทกวีอมตะ ถูกตามกฎหธรรมชาติ และ ถาม อ.อรพรรณ์ บอกว่าถูกใจอาจารย์มาก จริง แท้คือ สองด้านในสรรพสิ่ง 

"ในความว่าง มีธรรมะ หากรู้หมาย
ในความคล้าย มีความต่าง หากมองเห็น
ในความมืด มีสว่าง หากมองเป็น
ในยากเข็ญ มีความสุข หากรู้พอ"

จับตา ต้นตุลาเดินหน้าปฏิรูป สธ.
เขียนโดย ใบตาล   
22 ส.ค. 2013 21:16น.

วันที่ 21 สค 56 สื่อเชิญชวน จับตาตุลาฯ 2556เดินหน้าปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุข?? มติชนรายงานว่า

ห้วงเวลาของ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นับเป็นช่วงแห่งการปฏิรูป สธ. อย่างแท้จริง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบนัก เห็นได้จากกรณีการปรับนโยบายค่าตอบแทน ที่ส่งผลให้แพทย์ในโรงพยาบาลชุมชนออกมาต่อต้านกันร่วมเดือน ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ เพราะประเด็นค่าแรงของบุคลากรสาธารณสุขพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ประสิทธิภาพการบริการก็ยังไม่ชัดเจนว่า ดีขึ้นจริงหรือไม่...

นพ.ประดิษฐอธิบายถึงมูลเหตุของการปฏิรูปครั้งนี้ว่า มาจากปัญหาของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งพบว่าค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าจาก 10 ปีที่ผ่านมา คือ จากเดิมใช้งบ 60,000 กว่า ล้านบาท เพิ่มเป็น 204,000 ล้านบาท ขณะที่ค่าแรงบุคลากรสาธารณสุขเพิ่มร้อยละ 50 ซึ่งจากการเพิ่มขึ้นเช่นนี้ ได้มีการวิเคราะห์มาจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ ปรากฏว่าเมื่อ 10 ปีก่อนมีประชากรประมาณ 45 ล้านคน ขณะที่ปัจจุบันมี 48 ล้านคน ซึ่งก็เพิ่มไม่มาก ส่วนจำนวนการเข้าถึงบริการกลับเพิ่มร้อยละ 60 ซึ่งเมื่อคำนวณก็พบว่า อัตราส่วนการเพิ่มของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ค่าแรง กับจำนวนประชากร กลับไม่สอดคล้องกัน อย่างค่าแรงเมื่อ 10 ปีก่อนใช้เพียง 3 หมื่นกว่าล้าน แต่ตอนนี้ค่าแรงเป็นแสนล้านบาท ที่เห็นชัด คือ การเข้าถึงบริการเพิ่มขึ้นมากจากเดิม 1 ครั้งต่อคนต่อปี แต่ตอนนี้เป็น 3 ครั้งต่อคนต่อปี

ด้วยปัญหาค่าแรงที่เพิ่มสูงขึ้น 2-3 เท่า จำเป็นต้องมาคิดว่า จำนวนประชากรที่เพิ่มสอดคล้องกับผลลัพธ์ของการบริการที่ดีขึ้นด้วยหรือไม่ ซึ่งเราก็ไม่มีระบบตรวจสอบว่าสุขภาพของคนไทยใน 10 ปีที่ผ่านมา ดีขึ้นอย่างไร ลดอัตราการเจ็บป่วย การตายได้มากน้อยแค่ไหน และคุณภาพการบริการดีด้วยหรือไม่ เพราะปัจจุบันคนก็ยังรอคิวนานอยู่เหมือนเดิม

"จึงเป็นที่มาในการปฏิรูประบบสุขภาพ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพของการใช้เงิน ให้ได้คุณภาพของการบริการ และให้ได้ผลลัพธ์ต่อสุขภาพประชาชนที่ดีขึ้น ซึ่งการปรับนโยบายค่าตอบแทนที่ต้องผสมผสานกับวิธีคิดจากผลการปฏิบัติงาน หรือพีฟอร์พี ก็เป็นแนวทางหนึ่งในการปฏิรูปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากรสาธารณสุขนั่นเอง แต่การปฏิรูปยังต้องมีเรื่องอื่นๆ อีก นั่นก็คือการทำงานของกระทรวงจะต้องมีบทบาทชัดเจน เพื่อให้ได้งานที่ตรงจุดจริงๆ เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ายังทำงานซ้ำซ้อนกันมาก" นพ.ประดิษฐกล่าวด้วยเหตุนี้จะต้องแยกหน้าที่ให้ชัด โดยแบ่งเป็นๆ ส่วน คือ ส่วนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ทำหน้าที่เป็นผู้ซื้อบริการ (Purchaser) หรือผู้จ่ายเงินให้โรงพยาบาลในการดูแลประชาชน แต่โรงพยาบาลจะต้องให้บริการภายใต้ตัวชี้วัดที่ สธ.กำหนด เพื่อให้ได้มาตรฐานในการให้บริการนั่นเอง โดยในส่วนของ สธ. จะแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นผู้กำหนดนโยบาย (National Health Authority) และ 2.ส่วนที่เป็นผู้ปฏิบัติ (Service Provider) หรือโรงพยาบาลในสังกัด สธ.ทั้งหมดนั่นเอง ทั้งนี้ สำหรับการทำงานในส่วนของผู้กำหนดนโยบายนั้น จะมีกรมทำหน้าที่ด้านวิชาการ (Health Regulator) โดยผู้ปฏิบัติ หรือโรงพยาบาลต่างๆ ต้องปฏิบัติตาม

นพ.ประดิษฐบอกว่า ที่ผ่านมากรม กอง มีการทำงานซ้ำซ้อน คือ มีตั้งศูนย์บริการต่างๆ มากมาย เช่น ศูนย์อนามัยแม่และเด็ก ศูนย์สุขภาพจิต ศูนย์ยาเสพติด ตรงนี้ต้องแยกออกมา โดยอาจย้ายมาอยู่สำนักงานปลัดกระทรวงจะลดความซ้ำซ้อนได้ อย่างศูนย์อนามัยแม่และเด็กของกรมอนามัย ก็ให้ผู้ป่วยแม่และเด็กมารักษาโรคทั่วไปได้ แต่หากเป็นโรคแทรกซ้อนรุนแรงก็ส่งไปยังโรงพยาบาลศูนย์ ซึ่ง ต่อไปทุกกรม หากไม่ใช่ศูนย์วิจัยจริงๆ ก็โอนมาอยู่สำนักงานปลัดฯดีกว่า

ยกตัวอย่าง กลุ่มประกันสุขภาพ ของสำนักงานปลัดฯ การทำงานอาจไม่ชัดเจน เป็นทั้งผู้ออกกฎเกณฑ์และตรวจสอบการเก็บเงิน สถานะการเงินของโรงพยาบาล และการหาแนวทางช่วยเหลือเมื่อโรงพยาบาลขาดสภาพคล่อง ตรงนี้ต้องมีการทำงานให้ชัดเจนขึ้น จึงมีการปรับโครงสร้างของกลุ่มประกันสุขภาพใหม่ โดยไม่ได้ยุบ แต่แยกการทำงานให้ชัด เช่น กลุ่มประกันสุขภาพ อาจเคยมีคนปฏิบัติงาน 200 คน ให้แยก 100 คนทำหน้าออกเกณฑ์ หรือระเบียบการใช้เงิน ส่วนอีก 100 คนทำหน้าที่ตรวจสอบสถานะการเงิน เป็นต้น โดยต้องแยกฝ่ายนโยบาย และแยกเป็นฝ่ายปฏิบัติให้ชัด

ฝ่ายนโยบายจะตั้งเป็น "สำนักนโยบายพัฒนาระบบการเงินการคลัง" ทำหน้าที่คำนวณต้นทุนบริการกับราคาขาย เพื่อจะทำให้โรงพยาบาลทราบต้นทุนของตัวเองว่า ราคาเดียวกัน แต่ประสิทธิภาพต่างกันอย่างไร ซึ่งจะทำงานควบคู่กับอนุกรรมการการเงินการคลังของ สปสช. ที่ทำหน้าที่ออกนโยบายด้านการเงินต่างๆ เป็นต้น แต่ไม่ได้รวมกัน เป็นการทำงานร่วมกันมากกว่า ซึ่งการกระจายเงินให้โรงพยาบาลยังคงเป็นหน้าที่ของ สปสช.เหมือนเดิม โดยขณะนี้ได้มอบให้ทุกกรมไปศึกษาว่ามีหน่วยงานไหนซ้ำซ้อน และให้เสนอกลับมายังตนอีกครั้งใน 2 สัปดาห์ เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าได้ในเดือนตุลาคมนี้

งานนี้อยู่ที่ว่า กรม กองต่างๆ จะพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงแค่ไหน

ที่มา--มติชน ฉบับวันที่ 30 ก.ค. 2556 (กรอบบ่าย)-

- See more at: http://www.hfocus.org/content/2013/07/4137#sthash.4QFzBqJu.dpuf

 

เปิดกลไลไกล่เกลี่ยผู้มารับการรักษา ที่เป็นชาวต่างช่ติ
เขียนโดย นินิ   
19 ส.ค. 2013 22:47น.

วันที่ 19 สค 2556 Hfocus รายงาน สธ.เปิดกลไกไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ต่างชาติโวยการรักษาพยาบาล รพ.ไทย เพื่อสร้างความมั่นใจกรณีเกิดปัญหาตกลงกันไม่ได้  นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวเรื่อง "การพัฒนาระบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางการแพทย์ (Medical Mediator)" ว่า ภายหลังจากที่มีชาวต่างชาติเข้ามารับบริการทางการแพทย์ที่ประเทศไทยเพิ่มขึ้นนั้น มีจำนวนหนึ่งได้ร้องเรียนเกี่ยวกับการรับบริการ สธ. จึงพัฒนาระบบการไกล่เกลี่ยกรณีข้อพิพาททางการแพทย์สำหรับชาวต่างชาติ ทั้งในด้านคุณภาพการรักษาและอัตราค่าบริการ ทั้งสถานพยาบาลของรัฐและเอกชน โดยเน้นระบบการไกล่เกลี่ยเป็นหลัก เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างความเชื่อมั่น ความเข้าใจอันดีให้ชาวต่างชาติที่เข้ามารักษาตัวในประเทศไทย ผ่าน 3 ช่องทางคือ 1.Web Portal : www.thailandmedicalhub.net, E-mail : 2.Call Center กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หมายเลข 0-2193-7999 ตลอด 24 ชั่วโมง 3.รับเรื่องร้องเรียนโดยตรงผ่านทางกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการร้องเรียนของชาวต่างชาติส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องอัตราค่าบริการทางการแพทย์

เบื้องต้นระบบนี้เน้นรองรับชาวต่างชาติที่ไม่มีหลักประกันสุขภาพ ต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมดก่อน ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ประมาณร้อยละ 80 โดยมีคณะกรรมการกลาง 1 ชุด พิจารณาไกล่เกลี่ย โดยมีอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเป็นประธาน และประกอบด้วยผู้แทนภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยคณะกรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่เจรจาไกล่เกลี่ย ทบทวน ให้ข้อคิดเห็น โดยยึดหลักความถูกต้องทางวิชาการทางการแพทย์ในระดับสากล รวมทั้งความสมเหตุสมผลในด้านการเงิน เป็นการยกระดับการพัฒนาระบบการไกล่เกลี่ยทางการแพทย์ของไทยสู่ระดับสากล มีการกำหนดแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการกรณีเกิดข้อพิพาททางการแพทย์ กำหนดระยะเวลาดำเนินการทั้งระบบไม่เกิน 90 วัน

ด้าน นพ.ไพศาล จันทรพิทักษ์ ผอ.รพ.กรุงเทพ สายกิจกรรมพิเศษ ในฐานะกรรมการสมาคม รพ.เอกชน กล่าวว่า ระบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางการแพทย์ที่จัดตั้งขึ้นนี้ จะสร้างความมั่นใจให้กับชาวต่างชาติในการเข้ามารับการรักษาในประเทศมากขึ้น สำหรับการคิดอัตราค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนนั้น ขึ้นอยู่กับการบริการและความยากง่ายในการรักษาโรค อีกทั้งแต่ละ รพ.จะมีหลักเกณฑ์คำนวณแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการลงทุน ซึ่ง รพ.ขนาดใหญ่จะแตกต่างจาก รพ.เล็ก เพราะมีการลงทุนมากกว่า แต่ทั้งนี้การคิดค่ารักษาจะถูกควบคุมด้วยกลไกผู้ให้และผู้รับบริการอยู่แล้ว เพราะหากคิดค่ารักษาแพงไป โดยเฉพาะกรณีชาวต่างชาติ จะมีการบอกต่อและจะไม่มีผู้มาใช้บริกา

- See more at: http://www.hfocus.org/content/2013/08/4289#sthash.3Yp5HV6F.dpuf

 

หมอในทไทยคลินิคให้ความเห็น่าสนใจมาก
เขียนโดย นินิ   
18 ส.ค. 2013 22:44น.

วันที่ 18 สิงหาคม 2556 ทีมชมรมแพทย์ชนบท กล่าวหาว่า ฝ่ายการเมือง คือ ปiะดิษฐ์ ไม่ประเมินเอง  ผลงานไม่มี  อ้างประเมินต่คนอื่น  สำหรับไทยทีอาร์แอลแล้วเห็นว่า ทั้งฝ่ายการเมือง และฝ่านแพทย์ชนบท (แพทย์ตระกูล ส.) ล้วนทำเพื่อตนและพรรคหรือพวก ไม่มีฝ่ายใดทำเพื่อประชาชนและวิชาการ วงการแพทย์  ในไทยคลินิค คุณหมอ จองดอนเคน ให้ความเห็นไว้น่าวนใจดังนี้ จึงขอนำมาฝาก

มัน เป็น เรื่อง ที่ ลำบาก

ในแง่ ของ สาวก ของ " ลัทธิ" ครับ

การเปลี่ยนแปลง ที่ ขัดต่อ ความเชื่อ ความศรัทธา

โดยที่ " ไม่ได้ ดู บริบทของสังคม " ที่ เปลี่ยนแปลงไป

ยังยึดติด กับ รูปแบบ เดิมๆ
เป็น " การสร้าง ความยากลำบาก" ใน การพัฒนา สังคม รูปแบบ หนึ่ง

ยกตัวอย่าง เช่น

ประท้วง นั่น โน่นนี่ " ไม่ เอา โรงไฟฟ้า "

" ไม่เอา เหล้า " " ไม่เอา บุหรี่"

สร้างภาพ " เลิกเหล้า " เลิกบุหรี่"

แต่ ไม่ เคยให้ ตำตอบ กับสังคม ว่า

" ถ้าไม่เอา โรงไฟฟ้า มี ทางเลือ ก อื่น มั๊ย ทำไมไม่ ประท้วง ให้ มี โรงไฟฟ้า ที่ ปลอดมลพิษ พลังงานทางเลือก อื่น แทน การมี โรงไฟฟ้า ถ่านหิน"

แต่ ไม่ ใช่ ค้านลูกเดียว คำถาม คือ จะให้ คน ทั้งประเทศ จุดตะเกียง น้ามัน อย่างนั้น รึเปล่า"

หรือ สร้างภาพ รณรงคื เลิกเหล้า เลิกบุหรี่

" ทำไม ไม่ ออกมารณรงค์ ให้ออกกฏหมาย เลิก

การผลิตเหล้า เลิก ผลิตบุหรี่ " ถือ ว่า เป็น เรื่อง ผิดกฏหมาย

ถ้า คิดว่า มันไม่ดี

" แต่ องค์กร ที่ออกมาสร้างภาพ กลับ รับเงิน ที่ เกิดมาจากรานได้ การขายเหล้า ขายบุหรี่ "

นี่ คือ " ตลกร้ายของสังคม"

หรือ เป็น เพราะ " งานสร้างภาพ คือ งานหลัก ของ กลุ่ม "

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 18 ส.ค. 2013 22:51น. )
โพสต์ทูเดย์ วิเคราะห์พฤติการณ์หมอประดิษฐ์ แจงยิบ น้ำหนักออกไปทางแพทย์ตระกูล ส.
เขียนโดย ใบตอง   
18 ส.ค. 2013 22:49น.

วันที่ 18 สค  2556

จบลงแล้วสำหรับการโยกย้ายฟ้าผ่าครั้งใหญ่ภายในกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ครั้งแรกของ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สธ. ซึ่งสั่นสะเทือนกระทรวงหมอพอสมควร

ที่ว่าสั่นก็ตรงที่ นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา รองปลัด สธ. คู่ใจ นพ.ประดิษฐ และรับหน้าเสื่อชี้แจงเรื่องการจ่ายค่าตอบแทนตามภาระงาน (P4P) มาตลอด ได้ขึ้นแท่นนั่งกรมใหญ่อย่าง "กรมการแพทย์" และก็สั่นเช่นกัน ที่รองปลัดฯ อีกคนอย่าง นพ.โสภณ เมฆธน ซึ่งยกร่างโครงสร้างปฏิรูปกระทรวงและจัดทำนโยบายเขตบริการสุขภาพช่วยหมอประด ิษฐมาคลอด ได้ขึ้นเก้าอี้ใหญ่ที่ "กรมควบคุมโรค" ทั้งที่เพิ่งเป็นรองปลัดฯ มาได้ 2 ปีเท่านั้น

ส่วนผู้ตรวจราชการ สธ. ที่ได้ขึ้นชั้นรองปลัดฯ อย่าง นพ.ทรงยศ ชัยชนะ และ นพ.อำนวย กาจีนะ ก็ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเก็บตัวเงียบและขึ้นในตำแหน่งอย่างเหนือความคาดหมา ย เพราะทั้งคู่เพิ่งเข้ามาเป็นผู้ตรวจราชการ เมื่อเดือน ต.ค. 2555 ที่ผ่านมา ไม่ถึงปีก็ได้ขึ้นชั้นรองปลัด สธ. แซงหน้าผู้ตรวจราชการรุ่นพี่หลายๆ คน ที่อยู่ในกรุต่อไป

กระนั้นก็ตาม มีเสียงครหาอยู่บ้างว่า ทั้ง นพ.ทรงยศ และ นพ.อำนวย นั้น จบการศึกษาจากที่เดียวกัน คือ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ที่เดียวกับ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัด สธ. รุ่นพี่ ทำให้ในสำนักงานปลัด สธ. มีศิษย์เก่าแพทย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถึง 4 คน หากนับรวม นพ.ณรงค์ และ นพ.ชาญวิทย์ ทระเทพ รองปลัด สธ. ที่ยังเหนียวหนึบ แม้จะโดนครหาเรื่องอาวุโสมาโดยตลอด เพราะกว่า นพ.ชาญวิทย์ จะเกษียณก็ปาเข้าไปปี 2564

ธรรมชาติของกระทรวงหมอการไต่ชั้นจะเริ่มต้นจากการเป็นนายแพทย์สาธารณสุขจังห วัด ขยับเป็นรองอธิบดี สาธารณสุขนิเทศก์ ผู้ตรวจราชการ และรองปลัด หรืออธิบดี ตามลำดับ ก่อนหน้านี้ก็ดูเหมือนจะดี แต่ยุคหลังหมอก็วิ่งกันไม่แพ้กระทรวงอื่น มีแต่สายแพทย์ชนบทเท่านั้นที่ไม่ต้องวิ่งก็รู้แล้วว่าแพ้สายที่ใกล้ชิดการเม ือง

ส่วนคนอื่นที่ถูกลดขั้น ได้แก่ นพ.นิทัศน์ รายยวา รองปลัด สธ. ซึ่งติดภาพของชมรมแพทย์ชนบท ถูกย้ายกลับไปนั่งผู้ตรวจราชการ สธ. และ นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค สายวิทยา บุรณศิริ อดีต รมว.สธ. ถูกย้ายไปนั่งกรมอนามัยที่เล็กกว่า สร้างผลงานยากกว่า แม้หมอประดิษฐจะปลอบใจว่า ทั้งสองกรมโครงสร้างงานคล้ายกันก็ตาม

เจ้ากระทรวง สธ. ระบุว่า โยกย้ายก็เพื่อเป้าหมายใหญ่ นั่นคือ การปฏิรูป สธ. ที่จะคิกออฟในวันที่ 1 ต.ค.นี้ โดยเฉพาะเรื่องการแบ่งเขตบริการสุขภาพ หรือการจัดกลุ่มงานในกระทรวงใหม่ ซึ่งเจ้าตัวระบุว่าจะทำให้คล่องตัว ลดความซ้ำซ้อนของงบประมาณ รวมถึงให้บริการประชาชนได้ดีขึ้น

หากจำกันได้ โครงการหนึ่งที่ถูกนำร่องในการปฏิรูป สธ. ก็คือ การเปลี่ยนระบบจากเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายแพทย์โรงพยาบาลชุมชน มาเป็น P4P จนเรียกหมอทั่วประเทศมาตะโกน "ประดิษฐ Get Out" กันจำนวนมาก เดือดร้อนถึงตึกไทยคู่ฟ้าต้องส่ง สุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ต้องลงมาห้ามทัพ และกำลังกลับไปสู่การใช้เบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายตามเดิม

อีกหนึ่งเป้าหมายที่จะปฏิรูป สธ. ก็คือ การจัดโครงสร้างองค์กรอิสระ สังกัด สธ. หรือองค์กรตระกูล ส. ใหม่ ซึ่งหลายหน่วยงาน สธ.ทำสำเร็จแล้ว อาทิ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ตั้งคนใกล้ตัวเข้าไปเป็นรองเลขาธิการ 2 ตำแหน่ง และใช้หน่วยงานที่ควรจะอิสระผลักดันนโยบายสำคัญหลายเรื่อง อาทิ ประกันสุขภาพชาวต่างชาติ หรือปรับลดบทบาทของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กลายเป็นหน่วยงานที่ดูแล "มาตรฐาน" การแพทย์ฉุกเฉินเพียงอย่างเดียว ส่วนการจัดระบบฉุกเฉิน สธ.จะดูแลเอง

แต่ในอีกหลายหน่วยงาน อาทิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) หรือสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ยังไม่สามารถรวบเข้ามาเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกันได้ แม้จะเคยมีแนวคิดตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองนโยบายสุขภาพเพื่อครอบองค์กรอิสระเ หล่านี้ทั้งหมด แต่ที่สุดก็ถูกนายกรัฐมนตรีเบรก เพราะเกรงว่าภารกิจจะทับซ้อนกันมากเกินไป สุดท้ายศึกกับตระกูล ส. และศึกกับแพทย์ชนบทจึงสงบลงชั่วคราว

เป้าหมายหลังจากนี้ชัดเจนว่า หมอประดิษฐเตรียมผลักดันการ "ลดงบประมาณด้านสุขภาพ" ลง และเพิ่มรายได้ด้านสุขภาพเข้าสู่ประเทศไทยมากขึ้น ผ่านนโยบายเมดิคัลฮับ ซึ่งวันนี้มีมือขวาฝีมือดีของเจ้ากระทรวง อย่าง นพ.สุพรรณ เข้าไปดูแลเต็มตัวในฐานะอธิบดีกรมการแพทย์

ก่อนหน้านี้ หมอประดิษฐระบุมาตั้งแต่รับตำแหน่งครั้งแรกว่า จะประเมินตัวชี้วัดผู้บริหารกระทรวงทุก 3 เดือน และ 6 เดือน ว่าดำเนินการตามมาตรฐานที่วางไว้หรือไม่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่มาตรฐานที่กำหนดไว้ ก็ล้วนแล้วแต่มีเป้าหมายนำไปสู่การ "ปฏิรูป" ทั้งสิ้น และหมอประดิษฐก็จะบอกเสมอว่าการทำงานของอธิบดียังไม่เข้าสู่มาตรฐานชี้วัดคุ ณภาพ (เคพีไอ)

มาวันนี้เทอมรัฐมนตรีของ นพ.ประดิษฐ เข้าสู่ปีที่ 2 แต่งานที่ทำยังคงมะงุมมะงาหรากับเป้าหมายที่วาดฝันสูงไว้เกินไปอย่าง "การปฏิรูป" ในวันที่เตียงโรงพยาบาลใหญ่ยังคงแน่นเอี้ยดและประชาชนส่วนใหญ่ยังคงรับการรั กษาไม่เท่าเทียม ใช่หรือไม่ว่าวันนี้ภารกิจบูรณาการ 3 กองทุนสุขภาพยังคงเก็บอยู่ในลิ้นชักที่เดิมและโรคระบาดก็ยังลุกลามมากขึ้น

ขณะเดียวกันหมอชนบทก็อาจเตรียมแสดงพลังต่อ เพราะแผนแบ่งเขตสุขภาพของหมอประดิษฐ จะรวบอำนาจเข้าสู่ผู้ตรวจราชการมากขึ้นจนกลายเป็น "อธิบดีเขต"

หมอชนบทตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า เมื่อเป็นเช่นนั้นจะทำให้ต่อจากนี้อำนาจการจัดซื้อจัดจ้างจะเข้าสู่ผู้ตรวจร าชการเต็มตัว โดยเฉพาะยาและเวชภัณฑ์ ซึ่งเป็นขุมทรัพย์ก้อนใหญ่ของกระทรวง

มีตัวอย่างให้เห็นแล้วว่า หากผู้ตรวจราชการทำงานเข้าตาฝ่ายการเมือง แทนที่จะค่อยๆ ปีนบันไดขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูง ก็สามารถกดลิฟต์เพื่อขึ้นแทนได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นตำแหน่งผู้ตรวจราชการก็จะถูกการเมืองเข้าไปชักใยมากขึ้น ลามไปถึงหมอในเขตสุขภาพที่ต้องถูกเปลี่ยนสภาพให้เป็น "หมอการเมือง" เพื่อรับใช้ผู้ตรวจราชการ หากเป็นเช่นนั้นจริง กระทรวงหมอก็รอเวลาที่จะแตกเป็นเสี่ยงๆ

ขณะเดียวกันเงื่อนปม P4P ก็ยังไม่ได้ถูกตอบรับเต็มปากเต็มคำจากหมอณรงค์และหมอประดิษฐ

เงื่อนไขในการชุมนุมจึงยังคงอยู่ต่อไป...

น่าสนใจว่า ในขณะที่ประเมินคนอื่นละเอียดยิบ เกือบ 1 ปีที่ผ่านมา หมอประดิษฐเคยประเมินตัวเองด้วยหรือไม่

คำถามสำคัญสุดท้ายก็คือ ตัวชี้วัดมาตรฐานของ นพ.ประดิษฐ ได้รวมถึงการบริการประชาชนด้วยหรือไม่ หรือมุ่งแต่หารายได้เข้ารัฐบาลเพียงอย่างเดียวและปฏิรูปสนองความต้องการของต ัวเองและคนรอบข้างเท่านั้น
http://www.posttoday.com/วิเคราะห์/การเมือง/240812/ศึก-สธ-ไม่จบประดิษฐรุกคืบเบ็ดเสร็จ

กระทรวงละเลยคนทำงาน คิดแต่ละเรื่อง ทำแต่ละอย่าง สร้างปัญหาให้คนทำงาน ม็อบคนทำงานมากสุดกว่าทุกกระทรวง
เขียนโดย ใบตอง   
17 ส.ค. 2013 23:43น.

วันที่ 17 สิงหาคม 2556  กระทรวงสาธารณสุข จะปฎิรูปทุกเรื่องที่ทำให้ระบบอ่อนแอ ยกเว้น ไม่ปฏิรูปพันาระบบกำลังคน  ถนัดการทอดทิ้งผุ้ที่ทำงานให้ระบบ ละเลย ให้คนทำงานต้องอยู่อย่างงานล้นคน อยู่แบบไม่มั่นคง  ไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียวที่จะริเริ่มแก้ไขเอง มีม็อบของคนทำงานหลายครั้ง หลายม็อบ ก็แก้ผ้าเอาหน้าผ่านแบบลวกๆ  

      ขอทวนม็อบ สธ. มีตั้งแต่ ม็อบพยาบาลหลายครั้ง ม็อบลูกจ้างชั่วคราวหลายครั้ง  เมื่อ 5 สค 56 ก็มีม็อบลูกจ้างชั่วคราว บุก สธ.เรียกร้อง 4 ข้อ หลังถูกจ่อปรับเป็นพนักงานกระทรวง แล้วค่าจ้างต่ำกว่าเดิม ลั่นไม่ได้ตามที่ขอเจอชุมชนุมยืดเยื้อแน่ สุดท้ายหลังหารือ "ประดิษฐ" ได้ยาหอมสลายม็อบ รับปากบรรจุลูกจ้างทั้ง 128 สายงานเป็นพนักงานกระทรวง เผยขอเพิ่มค่าตอบแทนต้องหารือ ก.คลัง ผิดระเบียบหรือไม่

โดยสื่อเสนอข่าวว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 5 สค 56  สมาพันธ์สมาคมลูกจ้างของรัฐแห่งประเทศไทย (สสลท.) ประมาณ 200 คน รวมตัวประท้วงที่หน้าสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดย นายโอสถ สุวรรณ์เศวต รองประธาน สสลท.กล่าวว่า สมาพันธ์ฯขอเรียกร้องให้ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เร่งแก้ปัญหาลูกจ้างชั่วคราว สธ.4 เรื่อง ได้แก่ 1.การปรับค่าจ้างต้องไม่ต่ำกว่าค่าจ้างปัจจุบันและบวกค่าประสบการณ์ตามอายุการทำงาน 2.ผู้ที่ทำงานมาก่อนจะมีระเบียบว่าด้วยพนักงานกระทรวงสาธารณสุข (พกส.) บังคับใช้ต้องมีการคุ้มครองเฉพาะ เช่น กรณีพนักงานคอมพิวเตอร์ ที่ไม่ได้จบมาตรงสายก็ต้องได้รับการคุ้มครอง 3.เพิ่มกรรมการบริหาร พกส.จาก 12 คน เป็น 15 คน และต้องมีฝ่ายลูกจ้างเข้าไปอยู่ในคณะกรรมการด้วยจำนวน 7 คน โดยต้องเป็นคนที่ สสลท.เป็นผู้สรรหา และ 4.ลูกจ้างชั่วคราวทุกคนต้องได้ปรับเป็น พกส.ทั้งนี้ หากไม่ได้ตามข้อเรียกร้องก็จะไม่เลิกชุมนุมและจะมีคนเดินทางมาร่วมชุมนุมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.00 น. นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังหารือร่วมกับตัวแทน สสลท.ว่า การหารือเป็นไปด้วยดีและและมีข้อสรุปร่วมกันว่า สธ.จะดำเนินการบรรจุลูกจ้างชั่วคราวในสังกัด สธ.ให้เป็น พกส.ควบคู่กับการขอรับการบรรจุเป็นข้าราชการ ตามเงื่อนไขที่รัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กำหนด ในการขอตำแหน่งข้าราชการเพิ่ม และจะพยายามบรรจุลูกจ้างชั่วคราวทั้งหมด 128 สายงาน ให้เป็น พกส.ให้เสร็จภายในวันที่ 27 ส.ค.นี้ ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมดยอมสลายการชุมนุม

นพ.ประดิษฐ กล่าวอีกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น สธ.รับรู้มาโดยตลอด แต่เรื่องดังกล่าวต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหา และถ้า สธ.จะทำทุกเรื่องทั้งที่บางเรื่องยังไม่ชัดเจนก็จะทำให้คนส่วนใหญ่เสียโอกาส เพราะฉะนั้นจึงมีการตกลงกันว่าจะมีการแก้ไขโดยค่อยๆ แก้ไขที่ละเรื่อง ซึ่งในการบรรจุเป็น พกส.ก็มีคณะกรรมการที่คอยดูแลอยู่แล้วนั้น แต่ในเมื่อมีการเรียกร้องว่าค่าตอบแทนลดลงกว่าเดิม ทาง สธ.ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นอีกชุด โดยจะให้มีตัวแทนของ พกส.เข้ามาร่วมในคณะกรรมการชุดนี้ ซี่งจะมาคอยดูแลในเรื่องของมาตรการเยียวยาโดยเฉพาะ เพื่อให้แล้วเสร็จภายใน ก.ย.นี้ และให้สามารถเดินหน้าเข้าสู่ตำแหน่ง พกส.ใน 1 ต.ค.

"หากลูกจ้างชั่วคราวคนใดไม่มั่นใจที่จะเข้าสู่ตำแหน่ง พกส.ก็สามารถเลือกดำรงสถานะเป็นลูกจ้างชั่วคราวไปก่อนได้ โดยได้รับสิทธิเดิม อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีการเรียกร้องพร้อมกล่าวว่าผมรับปากเรื่องค่าตอบแทน อยากให้มองว่าการรับปากก็ต้องมีการกลับไปคิดทบทวนต่อด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นในอนาคต แต่ สธ.ก็เชื่อว่าถ้าได้รับผลกระทบก็จะต้องได้รับการเยียวยาแก้ไขอยู่แล้ว" รมว.สาธารณสุข กล่าวและว่า สำหรับกรณีการขอเพิ่มค่าตอบแทน สธ.ต้องไปดูเรื่องระเบียบกระทรวงการคลังด้วย เนื่องจากหากผิดระเบียบของกระทรวงการคลังก็คงทำไม่ได้ แต่ก็ต้องหาวิธีเยียวยารูปแบบอื่น เช่น การให้ค่าครองชีพเฉพาะกาล แต่ตรงนี้ก็ต้องมีการมาหารือกันอีกครั้ง

ผู้บรรจุก่อน ๑๑ ธค ๕๕ รวมพลปกป้องสิทธิคนทำงาน / ณรงค์-ประดิษฐ์ หัวใจมีแต่มุ่งร้ายชาวสธ. ไม่ใส่ใจรับฟ
เขียนโดย นินิ   
17 ส.ค. 2013 23:08น.

วันที่ 17 สิงหาคม 2556 วานนี้ เช้าตรู่ หน้าลานตรงข้ามตึก สป.เต็มไปด้วยรถตู้จากทั่วไทย มีจากเมืองพระยาพิชัยดาบหัก เมืองพิษ เมืองพะเยา เมืองมหาสารคาม ฯ  นำพาวิชาชีพการแพทย์และสาธารณสุข ที่ตกเป็นลูกจ้างชั่วคราว ในยุคที กพ. ใช้อำนาจ ไม่ให้ตำแหน่งข้าราชการ พร้อมยุบตำแหน่งอีกด้วย .. ทำให้ แพทย์์ั ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข ฯ  ได้รับการบรรจุเป็นลูกจ้างชั่วคราวมาตั้งแต่ ปี 2547 เมื่อลูกจ้างชั่วคราวสายวิชาชีพ เรียกร้องให้รัฐบาลนี้ บรรจุตำแหน่งข้าราชการ รัฐบาลนี้ ก็ทำเฉยมาหลายครั้ง จนสุดท้ายการชุมนุมใหญ่ขึ้นและยืดเยื้อ นพ.ณรงค์ ก็แก้ผ้าเอาหน้าผ่าน เสนอบรรจุแบบมีเงื่อน แล้วก็บรรจุ  ผู้ที่เป็นข้าราชการ หลัง 11 ธันวาคม 2555 เป็นข้าราชการโดยนับรวมเวลาที่เป็นลูกจ้่างชั่วคราวด้วย  แต่ผู้ที่บรรจุเป็นข้าราชการก่อน 11 ธันวาคม 2555 ไม่นับรวมอายุราชการให้ ทำให้ผู้ที่ทำงานก่อนในตำแหน่งทางวิชาชีพ ต้องมีอายุราชการน้อยกว่าผู้ที่บรรจุภายหลัง และเป็นระดับ ๖ ไม่ได้ หรือช้ากว่า อีกกลุ่มอย่่างมา  เรื่องนี้มีข้าราชการและบุคลากรทักท้วงมาตลอด แต่ นายแพทย์ณรงค์และ นายแพทย์ประดิษฐ์ไม่ฟัง... รอจนวานนี้ ชาว สธ. เกือบ 4 พันที่ได้รับความไม่เป็นธรรม ทุกสายวิชาชีพ ก็พร้อมกันที่หน้ากระทรวงสาธารณสุข เพื่อเรียกความเป็นธรรมให้กับคนำงาน........ thaitrl แปลกใจมากว่า หัวใจของ ประดิษฐ์และ ณรงค์ ทำด้วยอะไร ช่างใจร้ายกับผู้ใต้บังคับบัญชาแบบสุด.. ไม่ใส่ใจงาน เอาแต่ใส่ร้ายคนทำงาน.... 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 17 ส.ค. 2013 23:29น. )
ระวัง ปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุข ไม่ปฏิรูป สปสช.ต้นเหตุแห่งปัญหา ทำหใ้กระทรวงทำงานไม่ได้
เขียนโดย นินิ   
17 ส.ค. 2013 22:54น.

วันที่ 17 สิงหาคม 2556 ประดิษฐ์ มีอำนาจเต็ม กล่าวเสมอจะเพิ่มประสิทธิภาพระบบสาธารณสุข  ทราบดีว่าการจัดการ งบ สธ.ของ สปสช. ผ่านบอร์ด คนไม่รู้ เอาพวกเข้าว่า คือ NGO และผู้ทรงคุณวุฒิจอมปลอม ใช้งบเพื่อโครงการพิเศษกองละหลายพันล้านบาท คือที่มาของระบบการคลังที่อ่อนแอ และทำให้งานการสาธารณสุขอ่อนแอ .... แต่ไม่ปฏิรูป หรือเปลี่ยนระบบการเงินแบบ สปสช.      อ้างเพียงว่าเขาเป็นตามกฎหมาย   กลับมาเพ่งโทษข้าราชการสาธารณสุข ว่าไม่ทำงาน ขี้เกียจ ทำงานไม่เป็น ทำงานไม่เป็นทีม  ต้องใช้เศษเงินเฆี่ยนให้ทำงาน คือ p4p และต้องใช้อำนาจโยกย้ายแบบที่ทำตามที่ผู้สื่อข่าวว่าย้ายแบบสายฟ้าแลบ และจะย้ายอีก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ .... กรณีนี้ก็มาอ้างกฎหมายว่าให้เปลี่ยนทุก ๔ ปี ....  มาบัดนี้ชาวสาธารณสุข เข้าใจดีแล้วว่า แท้จริงประดิษฐ์ คือหุนของเผด็จการ เป็นเผด็จการตัวแทนของคนไร้แผ่นดิน...ที่่ล่องลอยนอกประเทศ... ประดิษฐ์มากเป็น รมว.อย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากการได้มาของอำนาจของรัฐบาลชุดนี้มาอย่างมีข้อกังขา ....  และประดิษฐ์กับเจ้านายที่ดูไบของรัฐบาลนี้ คือพวกเห็นแก่เงิน โดยปากอ้างเห็นแก่ประชาชนเพื่อสร้างภาพ ดังนั้นประดิษฐ์กบ ตระกูล ส.คือ สปสช. คือพวกเดียวกัน  พวกเห็นแก่ประโยชน์ตนอ้างประชาชนบังหน้า ... คนเหล่านี้จึงพร้อมเป็นพวกเดียวกันเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน ... ดังนั้นเราจึงได้เห็นการบริหารแบบเอาแต่ใจของประดิษฐ์ ร่วมกับการเอาแต่ใจของ นพ.ณรงค์ ที่เดินตามตระกูล ส.สั่งการ  แต่งานของคุณไม่เสร็จได้ง่ายๆ เพราะงานของคุณมีเป้าหมาย มิใช่เพื่อประชาชน และส่วนรวมของวงการสาธารณสุขจริง คุณจะต้องพบกับตัวจริงชาว สธ.ที่ไม่ก้มหัวให้คุณอย่างแน่นอน..... 

รมว. ฮั้ว แพทย์ตระกูล ส. ผ่าน ณรงค์ สหเมธา ???
เขียนโดย obob   
16 ส.ค. 2013 22:48น.

วันที่ 16 สิงหาคม 2556 โยกย้ายสายฟ้าแลบ จาก page แพทย์ชนบท .... ประดิษฐขยับเก้าอี้ซี 10 เป็นเก้าอี้ดนตรี ใครไปอยู่ไหนดูเอาเองครับ ที่ชัดๆก็เช่น รองปลัดนิทัศน์ รายวา ที่ภาพพจน์ใกล้ชิดแพทย์ชนบทและหัวใจมีแต่ primary care ถูกลดชั้นมาเป็นผู้ตรวจ ส่วนหมอทรงยศ ผู้ตรวจที่ไม่จัดเงินเพิ่มให้โรงพยาบาลที่ไม่ทำ P4P ในเขต 3 นั้น ได้รับการปูนบำเหน็จเลื่อนชั้นเป็นรองปลัดคู่ใจของปลัดณรงค์ หมอสุพรรณ รองปลัด สธ.ที่สั่งแล้วทำได้ทุกอย่างก็ได้รับการส่งเสริมให้เป็น อธิบดีกรมการแพทย์ หรือคิดอีกนัยหนึ่งคือ หมดสภาพแล้วเลยต้องเอาไปอยู่ที่ไหนสักทีให้เป็นการตอบแทน หมออำนวย กาจีนะ จากผู้ตรวจมาเป็นรองปลัด คงเพราะสุพรรณน่วมแล้ว เอามาเป็นม้าใช้แทนหมอสุพรรณ และหมออภิชัย มงคล ที่เคยออกหนังสือห้ามประชุมที่หน้าบ้านนายกจนโดนด่าเสียสูญได้เลื่อนขั้นจาก ผู้ตรวจราชการ สธ. เป็น อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ งานนี้พรรคพวกและคนที่ยอมซูฮกได้ดิบได้ดีเป็นทิวแถว.... thaitrl ว่าต่างฝ่ายต่างใช้กัน.... ประชาชนเสียประโยชน์ฝ่ายเดียว .. เขาฮั้วกัน แสดงละครกัน.. จริงๆแล้วเขาจับมือกัน???

ร่าง พรบ.แยกตัวจาก กพ. จัดตัั้ง ก.สธ. ได้รับการหยิบยกโดย คณะกรรมาธิการสาธารณสุข ทวงถาม ป.สธ.
เขียนโดย ใบตอง   
15 ส.ค. 2013 22:22น.

วันที่ 15 สิงหาคม 2556 รายงานข่าวจากรัฐสภา  คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข นายแพทย์เชิดชัย ตันติสิรินทร์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ แจ้งว่า นับตั้งแต่มีหนังสือถึง รมว.และ ป.สธ. ทั้งสองท่านเกี่ยวกับให้พิจารณาสนับสนุนร่าง พรบ.จัดตั้ง ก.สธ.แยกตัวจาก กพ.ของข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขวัญกำลังใจในการทำงานของข้าราชการและบุคลากรสาธารณสุข แจ้งเมืือ มีนาคม 2556 มาบัดนี้กระทรวงยังคงนิ่ง ไม่ตอบ ไม่ก้าวหน้าแต่่อย่างใด ทางคณะกรรมาธิการ จะได้เรียกให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ณรงค์ เข้าชี้แจง ตามกฎหมาย ... คนภายนอกที่มาจากประชาชน รับฟังเรื่องเดือดร้อนนของข้าราชการ สธ.  แต่คนที่เป็นผู้บริหารกลับมองไม่เห็น หรือ เห็นแต่ไม่มอง .... ปลัด ณรงค์ ยังจะเป็นผู้บังคับบัญชาที่ชอบด้วยหลักคุณธรรมและหลักกฎหมายการบริหารบุคลากรหรือไม่... นายแพทย์ณรงค์เท่านั้น ที่ทราบดี ... ทำอย่างไร ก็ได้อย่างนั้น

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 15 ส.ค. 2013 22:28น. )
แปลกแต่จริง รมว.ประดิษฐ์ อ้างไม่ล้วงลูก คือจะทำนโยบายอย่างเดียว เอาเข้าจริงล้วงลูกสุดๆ
เขียนโดย นินิ   
15 ส.ค. 2013 22:10น.

วันที่ 15 สิงหาคม 2556 ตามกฎหมาย อำนาจหน้าที่ของรัฐบาล รัฐมนตรี คือการวางนโยบายและกำกับให้กลไกของรัฐบาล คือระบบราชการทำงาน เพืือประโยชน์ของประชาชน  แต่มาบัดนี้ นพ.ประดิษฐ์ ไม่วางนโยบาย แต่เข้ามาสั่งการรายละเอียดเช่น จะเอา p4p เป็นวิธีการให้คนทำงานให้ได้ประโยชน์กับประชาชนเพิ่มขึ้น  นั่นคือการลงรายละเอียด ทั้งๆที่ p4p เป็นวิธีที่จะทำให้คนทำงานได้ทำงานให้ประโยชน์กับประชาชนเพิ่มขึ้น หรือลดลง ยังไม่เป็นที่ชัดเจน  หากคนในองค์กรไม่โต้แย้ง ก็จะจมดิ่งไปกับ p4p  หากต่อมาชัดเจนว่า p4p ทำให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน นายแพทย์ประดิษฐ์ ก็ไม่กล่าวโทษตนเองที่มาล้วงลูก ... ก็จะกล่าวโทษไปที่บุคลากร

      แล้วก็อ้างเลื่อนลอยอีก จะปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุขแบบนั้นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ การกำหนดแบบปฏิรูปนั้นๆ และมาชี้แจงให้คนทำตามนั้น เป็นการสั่่งการนอกเหนืออำนาจหน้าที่กำหนดนโยบาย และติดตามกำกับงานตามงานนโยบาย

      เดี๋ยวนี้ thaitrl ไม่แปลกใจแล้วว่า ทำไม นายแพทย์ประดิษฐื จึงไม่ใช้วิธีสากล ที่เปิดรับฟังข้อมูล ความเห็นของใครๆ   แต่ยอมฟัง NGO และตระกูล ส. อย่างราบคาบ  เหตุเพราะถูกขู่ปรับออกโดยการขู่ลุยบ้านนายกตามที่ทราบทั่วกันแล้ว   เหตุต่อเนื่อง เพราะนายแพทย์ประดิษฐ์ ไม่มีฐานมวลชน มีเพียงฐานสัมพันธ์ธุรกิจกับผู้หญิงคนที่ถูกยกให้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เท่านั้น  ... ดูๆแล้ว เป็นรัฐมนตรีที่ไม่สง่างามแต่อย่างใด ซ็ำยังเลอะเทอะในบทบาทของตนเองอีก.... เห็นใจคนทำงานกระทรวงสาธารณสุขอย่างมาก

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 15 ส.ค. 2013 22:27น. )
ปฏิบัติการของ รมว.ทาสแห่งดูไบ ในกระทรวงสาธารณสุข
เขียนโดย วิบูลาลา   
15 ส.ค. 2013 19:53น.

วันที่ 15 สิงหาคม 2556 แล้วก็ชัดขึ้นทุกวัน รัฐมนตรีทาสแห่งดูไบ ศูนย์บัญชาการรัฐบาลไทยพลัดถิ่น รัฐบาลไทยตัวจริง สั่งทุกเรื่องในราชอาณาจักรไทย รวมเรื่องในกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติการจำนำข้าวสร้างผลเสียหายกับแผ่นดินเพียงใด เรื่องในกระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวพันกับชีวิตของประชาชนไทย ตั้งแต่ เกิด จน ตาย จะส่งผลเสียหายมากกว่าจำนำข้าวหลายขุม และนี่คือ ปฏิบัติการทำลายสุขภาพของปวงชนอย่างไร้รอยต่อ.... แต่อย่าฝันไปว่าจะทำได้ง่ายๆ... ชาว สธ. ตื่นได้เมือใด ณรงค์ และประดิษฐ์ จะสะเทือนเอง... สธ.ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรักความถูกต้อง มีจริยธรรม จึงเลือกมาอยู่ในสายวิชาชีพนี้ ... หากรู้ทัน ตื่นทัน ... 100 ประดิษฐ์ 1000 ณรงค์ ก็ไม่อาจทำอะไรได้ ... ๒ คนนี้จะต้องไม่มีที่ยืนอย่างสง่าได้ในวงการสาธารณสุข ... จนบัดนี้ยังไม่สำเหนียก ฟังผู้อื่นบ้าง กลัวแต่ NGO กลัวแต่ ตระกูล ส.  เอาแต่พวกตัวที่ไร้สามารถ..... คนอะไรจะไร้สามารถจริงๆ และไม่รู้สำนึกในตนเองเช่นนี้ 

ข้อมูลเพิ่มเติม...
<< เริ่ม < ก่อนหน้า 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 ต่อไป > สุดท้าย >>