Polls

ท่านเห็นด้วยกับการเข้าชื่อเสนอร่าง พรบ.ระเบียบข้าราชการสาธารณสุข หรือไม่
  

Who's Online

ขณะนี้มี 16 บุคคลทั่วไปออนไลน์

Visitor Counter

Today46
Yesterday533
Week1926
Month14015
ทั้งหมด1040721

(C) Fliesenstadt

Login Form

ชื่อสมาชิก

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่

Other Menu

Administrator
แปลกแต่จริง รมว.ประดิษฐ์ อ้างไม่ล้วงลูก คือจะทำนโยบายอย่างเดียว เอาเข้าจริงล้วงลูกสุดๆ
เขียนโดย นินิ   
15 ส.ค. 2013 22:10น.

วันที่ 15 สิงหาคม 2556 ตามกฎหมาย อำนาจหน้าที่ของรัฐบาล รัฐมนตรี คือการวางนโยบายและกำกับให้กลไกของรัฐบาล คือระบบราชการทำงาน เพืือประโยชน์ของประชาชน  แต่มาบัดนี้ นพ.ประดิษฐ์ ไม่วางนโยบาย แต่เข้ามาสั่งการรายละเอียดเช่น จะเอา p4p เป็นวิธีการให้คนทำงานให้ได้ประโยชน์กับประชาชนเพิ่มขึ้น  นั่นคือการลงรายละเอียด ทั้งๆที่ p4p เป็นวิธีที่จะทำให้คนทำงานได้ทำงานให้ประโยชน์กับประชาชนเพิ่มขึ้น หรือลดลง ยังไม่เป็นที่ชัดเจน  หากคนในองค์กรไม่โต้แย้ง ก็จะจมดิ่งไปกับ p4p  หากต่อมาชัดเจนว่า p4p ทำให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน นายแพทย์ประดิษฐ์ ก็ไม่กล่าวโทษตนเองที่มาล้วงลูก ... ก็จะกล่าวโทษไปที่บุคลากร

      แล้วก็อ้างเลื่อนลอยอีก จะปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุขแบบนั้นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ การกำหนดแบบปฏิรูปนั้นๆ และมาชี้แจงให้คนทำตามนั้น เป็นการสั่่งการนอกเหนืออำนาจหน้าที่กำหนดนโยบาย และติดตามกำกับงานตามงานนโยบาย

      เดี๋ยวนี้ thaitrl ไม่แปลกใจแล้วว่า ทำไม นายแพทย์ประดิษฐื จึงไม่ใช้วิธีสากล ที่เปิดรับฟังข้อมูล ความเห็นของใครๆ   แต่ยอมฟัง NGO และตระกูล ส. อย่างราบคาบ  เหตุเพราะถูกขู่ปรับออกโดยการขู่ลุยบ้านนายกตามที่ทราบทั่วกันแล้ว   เหตุต่อเนื่อง เพราะนายแพทย์ประดิษฐ์ ไม่มีฐานมวลชน มีเพียงฐานสัมพันธ์ธุรกิจกับผู้หญิงคนที่ถูกยกให้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เท่านั้น  ... ดูๆแล้ว เป็นรัฐมนตรีที่ไม่สง่างามแต่อย่างใด ซ็ำยังเลอะเทอะในบทบาทของตนเองอีก.... เห็นใจคนทำงานกระทรวงสาธารณสุขอย่างมาก

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 15 ส.ค. 2013 22:27น. )
ปฏิบัติการของ รมว.ทาสแห่งดูไบ ในกระทรวงสาธารณสุข
เขียนโดย วิบูลาลา   
15 ส.ค. 2013 19:53น.

วันที่ 15 สิงหาคม 2556 แล้วก็ชัดขึ้นทุกวัน รัฐมนตรีทาสแห่งดูไบ ศูนย์บัญชาการรัฐบาลไทยพลัดถิ่น รัฐบาลไทยตัวจริง สั่งทุกเรื่องในราชอาณาจักรไทย รวมเรื่องในกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติการจำนำข้าวสร้างผลเสียหายกับแผ่นดินเพียงใด เรื่องในกระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวพันกับชีวิตของประชาชนไทย ตั้งแต่ เกิด จน ตาย จะส่งผลเสียหายมากกว่าจำนำข้าวหลายขุม และนี่คือ ปฏิบัติการทำลายสุขภาพของปวงชนอย่างไร้รอยต่อ.... แต่อย่าฝันไปว่าจะทำได้ง่ายๆ... ชาว สธ. ตื่นได้เมือใด ณรงค์ และประดิษฐ์ จะสะเทือนเอง... สธ.ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรักความถูกต้อง มีจริยธรรม จึงเลือกมาอยู่ในสายวิชาชีพนี้ ... หากรู้ทัน ตื่นทัน ... 100 ประดิษฐ์ 1000 ณรงค์ ก็ไม่อาจทำอะไรได้ ... ๒ คนนี้จะต้องไม่มีที่ยืนอย่างสง่าได้ในวงการสาธารณสุข ... จนบัดนี้ยังไม่สำเหนียก ฟังผู้อื่นบ้าง กลัวแต่ NGO กลัวแต่ ตระกูล ส.  เอาแต่พวกตัวที่ไร้สามารถ..... คนอะไรจะไร้สามารถจริงๆ และไม่รู้สำนึกในตนเองเช่นนี้ 

สาธารณสุขสะเทือน โยกย้ายเลือกปฏิบัติ เล่นพวกปลัด ณรงค์ ชัดเจน
เขียนโดย นินิ   
15 ส.ค. 2013 19:42น.

วันที่ 15 สค 2556  รายงานข่าวจากผู้จัดการรายวัน เสนอว่า สธ.สะเทือน ประดิษฐย้ายข้ามหัว ส่งผลปฏิรูปกระทรวงเหลว

โผโยกย้ายสธ.ปีนี้ต้องเรียกว่ามาแบบสายฟ้าแลบ เมื่อ สองคู่หูดูโอ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสธ. ชิงตัดหน้า ลงมือเร็ว ต่างจากปีก่อนที่กว่าจะรู้ก็ค่อนเดือนก.ย. เล่นเอานักข่าวตั้งตัวไม่ทัน ทุกปีนักข่าวสธ.จะมีธรรมเนียมเขียนโผโยกย้ายก่อนย้ายจริง แต่ปีนี้เจอยุทธการสายฟ้าแลบเข้าให้ซะก่อน แรงกระเพื่อมที่จะเกิดจากการผิดโผ โผพลิก จึงไม่เกิดในทันที นาทีนี้จึงต้องบอกว่า ประดิษฐ และณรงค์ เก็บแต้มนี้ไปได้ แต่ช้าก่อน พอหายจากมึนงง ตอนนี้กลุ่มผู้ตรวจราชการที่อกหักแบบไม่ทันตั้งตัวจากการแต่งตั้งครั้งนี้ ก็เริ่มส่งผลกระทบกับการเดินหน้าปฏิรูปกระทรวงที่ประดิษฐ หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องทำให้ได้ โดยเฉพาะการตั้งเป้าหมาย service plan 12 เขตบริการสุขภาพ นั่นเพราะการแต่งตั้งครั้งนี้ ข้ามหัวหลักอาวุโส ผลงาน และฝีมือการทำงานสำหรับคนที่เป็นผู้ตรวจและรอจ่อเป็นรองปลัดหลายคน

ที่แน่ๆ นพ.อำนวย กาจีนะ ที่ถือว่าเป็นคนสนิทของประดิษฐ เป็นที่ปรึกษาใกล้ชิดรัฐมนตรี เพิ่งเป็นผู้ตรวจได้ไม่ถึงปี ขณะที่ฝีมือการทำงานก็ยังไม่ถึงขั้น แต่ครั้งนี้ความเป็นคนสนิทรมต. ถูกปูนบำเหน็จเป็นรองปลัด

นพ.ทรงยศ ชัยชนะ คือสายเชียงใหม่ สนิทกับปลัดณรงค์ ในฐานะหมอรุ่นน้องจบจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่เดียวกัน เป็นทรงยศคนเดียวกับที่แพทย์ชนบทเอาแฉว่า มีคำสั่งไม่ให้จัดเงินเพิ่มให้กับโรงพยาบาลที่ไม่ทำ P4P ในเขต 3 นั่นเอง

ขณะที่ นพ.นิทัศน์ รายยวา ที่ภาพลักษณ์แพทย์ชนบทติดตัวชนิดสลัดไม่หลุด ก็ไม่เป็นที่ประสงค์ของปลัดณรงค์และรมต.ประดิษฐ แน่นอนว่าต้องปิ๋วกลับไปเป็นผู้ตรวจเหมือนเดิม และจะเกษียณในตำแหน่งนี้ในปีหน้า

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 15 ส.ค. 2013 19:44น. )
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
ตื่นเถิดพี่น้อง สธ. คัดค้าน ตรวจสอบ การกระทำที่มิชอบ ของ รมว.และ ปลัด สธ.๒ คนนี้ด่วน
เขียนโดย วิบูลาลา   
15 ส.ค. 2013 19:27น.

วันที่ 15 สค 2556 รายงานข่าวจากผู้จัดการรายวันว่า  "นายแพทย์ สสจ.โดนแน่ "ประดิษฐ" สั่งโยกย้ายหมุนเวียนให้เสร็จก่อน 1 ต.ค. 56 เหตุบางคนอยู่นาน ทั้งที่ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินให้อยู่เพียง 4 ปี โยนปลัด สธ.รับผิดชอบหมนุคนตามความเหมาะสม" 

นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณี ครม.เห็นชอบการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง 10 ตำแหน่ง ตั้งแต่รองปลัด สธ. อธิบดีกรมต่างๆ และผู้ตรวจราชการ สธ.ตามที่ สธ.เสนอ เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องมีการแต่งตั้งโยกย้ายรองอธิบดี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อให้ดำเนินงานได้พร้อมกันทั้งหมดทั่วประเทศในวันที่ 1 ต.ค. 2556 ว่า กรอบการแต่งตั้งทุกตำแหน่งก็ต้องให้เสร็จก่อน 1 ต.ค. นี้ ส่วนตำแหน่งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั้งหมด คงไม่ใช่การโยกย้าย แต่เป็นการหมุนเวียน เพราะบางคนอยู่ในตำแหน่งมานาน ซึ่งความจริงแล้วเรามีระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งไม่เคยนำมาใช้กัน ซึ่งตามระเบียบจะต้องอยู่ไม่เกิน 4 ปี ตรงนี้เราก็ต้องหมนุวนคนไปเพื่อให้การดำเนินงานถูกต้องตามระเบียบ ก็ต้องมีผลัดกันบ้าง มิเช่นนั้นก็จะเป็นการอยู่นาน 20-30 ปี ส่วนเรื่องความเหมาะสมในการหมุนคนก็จะให้ ปลัด สธ.เป็นผู้รับผิดชอบดูแล ซึ่งการรีบดำเนินการให้เสร็จก่อน 1 ต.ค.ก็เพื่อที่จะสามารถเริ่มงานได้เลย เพราะที่ผ่านมากว่าจะรอโปรดเกล้าฯ และแต่งตั้งแต่ละตำแหน่งก็ล่าช้าไปกว่า 4-5 เดือน จึงเริ่มดำเนินงานกันได้

เรื่องโยกย้ายเป็นอำนาจของ รมว./ปลัด  แต่การบริหารบุคคลมีกรอบให้ปฏิบัติ อ้างเหมาะสม ทั้งที่เลือกปฏิบัติ ระวัง ผู้ใช้อำนาจจะต้องรับผิดชอบ  เหตุงานสาธารณสุขเสียหาย  มาจากฝ่ายการเมืองทำ 30 บาทรักษาทุกโรค  งานล้นคน คนล้างาน ไม่เคยคิดจะแก้ไข... เอาแต่ใจตนเอง นั่งเทียนคิดว่า งานไม่ได้ผล เพราะคน สธ.บริหารไม่เป็น .... ที่บริหารไม่เป็นและเล่นพรรคพวก เลือกปฏิบัติ คือ รมว.คนนี้ที่ชื่อประดิษฐ์นั่นเอง ...

เลือกที่จะไม่ประเมินงานของตนเอง ว่านโยบายที่ประกาศและนำมาใช้นั้นไม่ได้ผล เพราะตนเองบกพร่องในการบริหาร ที่เอาแต่ใจตนเอง เช่นเรื่อง p4p คิดเอาเอง พูดเองข้างเดียวว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพงาน ทั้งที่ขัดต่อหลักจัดบริการสาธารณะด้านสาธารณสุข  ทำสิ่งใดไม่ศึกษาวิเคราะห์ให้ดี ไม่ให้ข้าราชการมีส่วนร่วมเสนอ ร่วมคิด จะเอาอย่างนั้นอย่างนี้ข้างเดียว ...

แพทย์ว่าเผด็จการสุดๆ คือ รมว.คนนี้ ไร้ที่ติเรื่องเผด็จการ ทำแต่เรื่องที่สร้างความเสียหายให้กับระบบ 

อีกไม่นานชาว สธ. จะต้องเลิกสนใจ และให้ราคา กับฝ่ายการเมือง ไม่วิ่งการเมืองกัน บอยคอตและรังเกียจคนที่วิ่งซบการเมือง  ตรวจสอบการเมือง ไม่ใช่ให้การเมืองมาไล่บี้ข้าราชการอย่างนี้

ตื่นเถิดน้องพี่ชาว สธ.  แพทย์ พยาบาล หลายท่าน เสนอ Slow Down Approach ?  ต่อ policy และ oder แบบแย่ๆ ของ รมว. และ ปลัด สธ.นี้กันเถอะ ??? ประชาชน และระบบ สธ. จะเสียหายจาก รมว.และปลัด สธ. ๒ คนนี้อย่างมาก...ประเทศนี้ กระทรวงสาธารณสุข เป็นของเราทุกคน ไม่ใช่ของนายแพทย์ ประดิษฐ์ และ นายแพทย์ณรงค์ เท่านั้น

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 15 ส.ค. 2013 19:37น. )
รมว.ไร้ราคา เบื้องหลังการโยกย้ายครั้งนี้ คือพี่ใหญ่หัวหน้าแพทย์ชนบท อิทธิพลเหนือ นพ.ณรงค์
เขียนโดย แวิบูลาลา   
15 ส.ค. 2013 19:00น.

วันที่ 15 สิงหาคม 2556 มีกระแสข่าวจากหน้าห้องปลัดและรัฐมนตรีมาก่อนนี้หลายเดือน อ้างว่าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขต่างๆ ส่วนใหญ่ ไม่ทำงาน  ทั้งที่ก่อนๆนี้ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข คือผู้ที่มีความสำคัญในการบริหารราชการสาธารณสุขในส่วนภูมิภาค  ผู้นำกระแสในการวิจารณ์เรื่องนี้ก่อนที่จะมีกระแสข่าวจากหน้าห้องปลัดและรัฐมนตรีชุดนี้  คือถ้อยคำที่หมอตระกูล ส. กล่าวหาลอยๆมาก่อนว่า ผู้ตรวจราชการทั้งหลายของกระทรวงใช้ไม่ได้  .... และ นพ.ณรงค์ ก็รับลูก ด้วยการประชุมกระทรวง ไม่ให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงเข้าประชุมตั้งแต่แรก  มีแต่แพทย์ชนบทอย่างเช่น นพ.สุรเชษฐ์ นพ.สุริยะ ฯ เท่านั้น ที่ให้เข้าประชุม   ทำให้ นพ.ณรงค์ ไม่มีผู้ตรวจราชการคอยตรวจสอบการบริหารราชการสาธารณสุข  จึงสามารถทำอะไรตามที่ตระกูล ส. สั่งการได้ถนัด เช่นเรื่อง p4p เรื่อง MOPH reform ...ซึ่งเรื่องปฏิรูป สธ.  ก็ให้ NGO ทั้งหลาย เช่น สารี ปรียานันท์ เข้ามาชี้นิ้ว  แต่ไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียวที่จะฟังข้าราชการสาธารณสุข ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านการแพทย์ และสาธารณสุข .... นี้แหละคือการบริหารที่วิปริตสุดๆในบรรดาราชการแผ่นดินของประเทศ ...... แต่ รมว.คนนี้ ก็สนับสนุน ปากอ้างคุณภาพ แต่การกระทำไร้คุณภาพสุดๆ.... แพทย์หลายท่านบอกว่าก็อย่างนี้แหละ รมว.นำเข้าจากรัฐบาลพลัดถิ่นแห่งดูไบ ... จะให้ดีต้องแก้ปัญหาของประเทศให้พ้นจากอิทธิพลเหนือประชาธิปไตย ซึ่งอารยประเทศไม่ทำกัน ยกเว้นประเทศไทย มี รมว.ต่างๆ ล้วนไร้คุณภาพ สร้างปัญหาให้ประชาชน  พอไม่มีผลงานเพราะบริหารไม่เป็น บริหารผิดๆ ก็โทษผู้อื่น .. ขอให้ รมว.ทั้งหลายซึ่งรู้ดีว่าตนเองเป็นมาอย่างไร มาโดยวิถีไม่ประชาธิปไตยอย่างไร ...กล้าหาญที่จะพิจารณาตนเอง...เช่นผู้บริหารของอารยประเทศ ที่จะพิจารณาตนเองเป็นเบื้องแรก .... 

ควบคุมไข้เลือดออกไม่ได้ ก็ต้องประเมินการบริหาร งบ PP ของ สปสช. ทำการป้องกันควบคุมโรคล้มเหลว ในการนี้ต้องปรับออก 3 คน 

๑ เลขาธิการ สปสช. คือ นพ.วินัย สวัสดิวร

๒ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  นพ.ณรงค์ สหเมธา ที่ต้องบริหารงานควบคุมโรคในระดับ สสจ. และพื้นที่ทั่วประเทศ

๓ อธิบดีกรมควบคุมโรค คือ นพ.พรเทพ ศิริวนา ซึ่งเป็นกรมวิชาการในด้านการควบคุมโรค

              แต่ รมว.ท่านนี้ ก็ไร้ความสามารถ และไม่กล้าหาญพอที่จะจัดการปรับ 3 คนนี้ออก  ตามราคาคุยว่าจะบริหารแบบ CEO มีประเมินตามตัวชี้วัดได้

ชอบจัดการกับแต่ปลาซิว ปลาสร้อย .... ต้องใช้คำว่า ไร้ราคาที่จะให้ได้  

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 15 ส.ค. 2013 19:03น. )
แพทย์บอกประดิษฐ์ ไร้ผลงานเอง แต่ไปโทษทีมงาน เรียกให้ดูตัวเอง
เขียนโดย นินิ   
14 ส.ค. 2013 20:51น.

วันที่ 14 สิงหาคม 2556 แพทย์บอก ประดิษฐ์ ไร้ผลงาน สร้างผลงานไม่ได้ อ้าง ข้างราชการ อยู่นานไม่ทำงาน  จะปรับย้าย ปรับโอน อย่างที่อ้างสร้างผลงาน ซึ่งไม่ใช่แต่อย่างใด กรณีย้าย C 10 จำนวน 10 ตำแหน่ง  ก็ของกล้วยๆ ย้ายอยู่ในวังวน ตามใจตระกูล ส.    ไม่กล้าปลดคนไม่ทำงาน คนไร้ผลงาน อย่างเช่น ไม่ปลด นพ.ณรงค์ ผู้ไร้สามารถ อยู่มานานพอดู ไม่ได้ทำหน้าที่ปลัดอย่างสมฐานะตามกฎหมาย ... แต่ก็ยังปล่อยให้ลอยชายอยู่ ... อย่างเก่ง รมว.นี้ ก็จัดแบบจิ๊บๆ .....แทนที่จะพิจารณาตนเองว่า ตนเองไร้ความสามารถในเชิงบริหาร .... อย่าหวังว่าจะได้ผลงานอะไรเลย เพราะตนเอง ก็พูดอย่างทำอย่าง เช่นว่า จะประเมิน เลขาธิการ สปสช. ประเมิน ปลัด สธ.  ๖ เดือน จนเดี๋ยวนี้ ทั้งสองคนนี้สร้างปัญหาให้งานการสาธารณสุขมากมาย ก็ังไม่ประเมินตก และปลดออก ... คนเขาเล่ากันว่า รมว. คือพวกเดียวกับตระกูล ส.เพราะอยากได้มวลชนของเขา ตนเองไม่มีมวลชน เพราะไม่ได้มีประชาชนเคียงข้างแต่อย่างใด..

ณรงค์ เสนอ ประดิษฐ์ สนอง เอา นพ.ทรงยศ ผู้ไร้สามารถ แต่เป็นพวก ส.เข้ามาเป็นรองปลัด สธ.
เขียนโดย วิบูลาลา   
14 ส.ค. 2013 20:36น.

วันที่ 14 สิงหาคม 2556 thitrl ขอแจงทีละคนเรื่องแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง ของ สธ.  โผ ถูกจัดทำขึ้นโดย ตระกูล ส. จับใส่มือสั่งการ นพ.ณรงค์ จึงได้คนไร้สามารถที่ทำงานให้ตระกุล ส. อย่าง นพ.ทรงยศ เป็นรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข  นายแพทย์คนนี้ เทียบไม่ได้กับผู้ตรวจราชการท่านอื่นๆเลย ไร้ความสามารถ เป็นผู้ตรวจที่ศิโรราบให้ตระกูล ส.  และเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ที่เข้าไปรับรองแผนการปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุข ของตระกุล ส. ที่นำโดย นพ.อำพล จินดาวัฒนะ นพ.ไพบูลย์ สุริยวงศ์ไพศาล ฯ NGO สารี NGO ปรียานันท์ ฯ  โดยประชุมที่เขาใหญ่ ตามภาพ เมื่อ ปี 2554  แล้ว นพ.ณรงค์ ก็เอามาทึกทักว่าเป็นสิงที่คนกระทรวงทำกันมานาน และนพ.ประดิษฐ์ ก็แสร้งหลงใหลต้อง reform จริงๆ ไม่ได้ reform อะไรเลย เป็นการจัดเพิ่มอำนาจให้ตระกูล ส. ในรูปของกรรมการ NHA ต่างๆ มาในคราบผู้เชี่ยวชาญภายนอก และ NGO อ้างเป็นตัวแทนภาคประชาชนเข้ามาอยู่ในบอร์ดทุกบอร์ด ...(ในรูป นพ.ทรงยศ คือคนที่นั่งแถวที่ ๓ ขวามือสุด กำลังใช้มือกอดอก เอียงศีรษะ ในภาพนั้้น อยู่ท่ามากลาง แพทย์ตระกูล ส. และ NGO ตามที่กล่าวชื่อแล้ว)

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 15 ส.ค. 2013 06:12น. )
แบบเข้าชื่อยังส่งจากเชียงราย ขอปรบมือ
เขียนโดย นินิ   
14 ส.ค. 2013 20:26น.

วันที่ 14  สิงหาคม 2556 ยังมีแบบเข้าชื่อเสนอกฎหมายปฏิรูประบบการสาธารณสุข ส่งมาจากเหนือสุดแดนสยาม จังหวัดเชียงราย จำนวนนับพันฉบับ   ส่งโดยทีมงานพยาบาลวิชาชีพ รพ.สต.ห้วยต่ำ คุณสุลาวัลย์ หนูใหญ่ (ภาพซ้ายมือ)  นั่นแหละคือทีมงานสาธารณสุขที่แท้จริง  พอหันกลับมาดูระดับชาติ ที่กระทรวงฯ พบว่า นายแพทย์ณรงค์ และนายแพทย์ประดิษฐ์ ไม่มีโอากาส ได้สัมผัสคนจริงใจ และจริงกับงาน เพื่อชาวบ้านและประชาชนที่แท้จริง  วันๆ นพ.ประดิษฐ์ ก็เอาแต่สั่งการตามใจ ตระกูล ส.  และบอกยอมแพ้ ทีมหมอวิชัย โดยราบคาบแล้ว เพียงเพื่อให้ตนได้เป็นรัฐมนตรีต่อไป ... หลายคนบอกหวังผิดในตัว นพ.ประดิษฐ์ จริงๆแล้วไม่มีความสามารถและความดีเด่นอะไรเลย เป็นเพียงพ่อค้าที่เกาะนักการเมือง และผู้หญิงบางคนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีเท่านั้น ..

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 14 ส.ค. 2013 20:27น. )
ประดิษฐ์ อ่อนปวกเปียกกับตระกุล ส. เพราะถูกดูไบสั่งให้งดการทำให้มีมวลชน จะสะเทือนรัฐบาล
เขียนโดย นินิ   
14 ส.ค. 2013 20:18น.

วันที่ 14 สิงหาคม 2556 รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย  แจ้งอธิบาย ว่า เหตุใด นพ.ประดิษฐ์ จึงเรียบร้อยกับ ตระกูล ส.   เหตุเพราะรัฐบาลตัวจริงที่ดูไบ สั่งให้งดทำการใด ที่ให้เกิดการที่มวลชน(สร้าง) หรือ มวลชน จริง ก็ตาม มีการเคลื่อนไหว จะสะเทือนถึงความมั่นคงของรัฐบาลได้  นพ.ประดิษฐื ก็เป็นเพียง ตุ๊กตา ไขลานของ พรรคเพื่อไทย ไม่ได้ทำหน้าที่ใดๆของรัฐมนตรี ปล่อยให้คนไม่ทำงาน คนสร้างปัญหา คนโกง อยู่ในระบบ ... อย่าได้พูดอีกต่อไปว่าคุณสมบัติของตนเป็นอย่างไร ไม่พ้นราคาคุย ..... พร้อมทั้งไร้ผลงาน .... สร้างได้อย่างเดียวคือขยายความแตกแยกให้วงการสาธารณสุข ... เพื่อช่วยเหลือตระกูล ส. ให้เข้ามาจัดการปกครองระบบเพื่อกลุ่มเพื่อพวกพ้องของตน ... ก็เท่านั้น... นพ.ประดิษฐ์ คนท่าดีทีเหลว

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 14 ส.ค. 2013 20:19น. )
ประดิษฐ์ ไม่กล้าประเมิน KPI 1 ปีของ นพ.ณรงค์ ปลัด สธ. เหตุเพราะอะไรใครรู้
เขียนโดย นินิ   
13 ส.ค. 2013 17:37น.

วันที่ 13 สิงหาคม 2556  นพ.ประดิษฐ์ แท้จริงก็ดีแต่ฟอร์ม  อ้างใหม่ๆว่า จะวัดผล ประเมินตัวชี้วัด ผู้บริหาร สธ. 3 เดือน 6 เดือน และจะปรับ   แต่ นพ.ประดิษฐ์ ไม่กล้าประเมิน ตำแหน่งปลัด สธ.   คือ นพ.ณรงค์ จนป่านนี้เกิน 6 เดือนไปตั้งนาน ยังทำไม่ได้ตามที่คุยไว้  .... ใครว่า รมว.คนนี้ใช้ได้ .... เอาเข้าจริง ดีแต่ฟอร์ม?? .... จริงแล้วกลัวตระกูล ส.มาก ไม่กล้าตัดสินใจ...อย่างที่พูด.... บอกกันมาว่า...เลิกคุยได้แล้ว....คนเขารู้ทันหมดแล้ว.... 

เงียบ เร็ว รุก ครม.มีมติแต่งตั้งผู้บริหารทดแทนและสับเปลี่ยน ตระกูล ส. สยายปีก
เขียนโดย นินิ   
13 ส.ค. 2013 17:32น.

วันที่ 13 สค 2556 ข่าวสด รายงานว่า ประดิษฐ แต่งตั้งอธิบดีแต่ไก่โห่ ให้นโยบายปรับใหญ่ สสจ. ผอ.รพ. ทั่วประเทศให้ทุกตำแหน่งเริ่มงาน 1 ต.ค.ได้ทันที ตามแผนปฏิรูปกระทรวง

 เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 สังกัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ตามที่ สธ.เสนอ จำนวน 10 ตำแหน่ง ได้แก่ 1.นพ.นิทัศน์ รายยวา รองปลัด สธ. เป็น ผู้ตรวจราชการ สธ. 2. นพ.ทรงยศ ชัยชนะ ผู้ตรวจราชการ สธ. เป็น รองปลัด สธ. 3. นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) เป็น อธิบดีกรมอนามัย 4.นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมอนามัย เป็น อธิบดีกรมสุขภาพจิต 5.นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เป็น รองปลัด สธ. 6.นพ.โสภณ เมฆธน รองปลัด สธ. เป็น อธิบกรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง 7.นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา รองปลัดสธ. เป็น อธิบดีกรมการแพทย์ 8.นพ.อำนวย กาจีนะ ผู้ตรวจราชการสธ. เป็น รองปลัดสธ. 9.นพ.อภิชัย มงคล ผู้ตรวจราชการสธ. เป็น อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ10.นพ.ธวัชชัย กมลธรรม ผู้ตรวจราชการสธ. เป็น อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2556 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นต้นไป นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้ครม.เห็นชอบแต่งตั้ง นพ.สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข โดยมีผลตั้งแต่ครม.เห็นชอบด้วย

ด้าน นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า การแต่งตั้งในครั้งนี้ไม่ได้ถือว่าเร็วกว่าปกติแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องการให้ทุกกรมพร้อมทำงานทันที เนื่องจากขณะนี้กระทรวงกำลังอยู่ระหว่างการปฏิรูป จึงอยากให้ทุกตำแหน่งพร้อมทำงานทันทีวันที่ 1 ต.ค. เพราะหลังจากแต่งตั้งตำแหน่งอธิบดีแล้ว ยังมีกระบวนการแต่งรองอธิบดี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ซึ่งได้ให้นโยบายไปแล้วว่าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เกิดความเหมาะสมทั้งประเทศ เพราะบางคนอยู่ในตำแหน่งที่เดิมเป็นเวลานานอาจทำให้การทำงานไม่สามารถนำสิ่งใหม่มาปรับใช้ได้ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเพื่อรับความคิดใหม่ๆ โดยพบว่า การปรับเปลี่ยนโยกย้ายในครั้งก่อนหน้านี้ กว่าจะแต่งตั้งทุกตำแหน่งเรียบร้อยใช้เวลาถึง 2 เดือน บางตำแหน่งล่าช้าไปถึงเดือน ม.ค.ทำให้การเดินหน้านโยบายต่างๆเป็นไปล่าช้า

"การโยกย้ายในครั้งนี้ ตั้งใจว่าเป็นตามแผนเขตบริการสุขภาพ (Service Plan) เพื่อให้ทุกคนพร้อมทำงานตั้งแต่ 1 ต.ค. โดยเกณฑ์ในการแต่งตั้งโยกย้ายในครั้งนี้ เลือกผู้ที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม เช่น ตำแหน่ง นพ.ธวัชชัย กมลธรรม มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมแพทย์แผนไทยฯ เนื่องจากเดิมเป็นผู้ตรวจราชการที่มีการทำกิจกรรมเรื่องแพทย์แผนไทยมาโดยตลอด หรือ นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา จากตำแหน่งรองปลัด ไปเป็นอธิบดีกรมการแพทย์ ก็ถือว่าเป็นผู้ที่ได้ทำหน้าที่เรื่องอัตรากำลังคน และเขตบริการสุขภาพมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ตนไม่อยากชี้แจงทุกตำแหน่ง เพราะไม่อยากพูดเป็นรายบุคคลเพราะจะเป็นการวิจารณ์ เชื่อว่าตำแหน่งอธิบดี เป็นตำแหน่งบริหาร ไม่ว่าจะไปดำรงตำแหน่งในกรมไหนก็ต้องทำได้ทั้งหมด"นพ.ประดิษฐ กล่าว

นพ.ประดิษฐ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้ชี้แจงกับผู้บริหารทุกคนแล้วว่า การทำงานจะต้องมีการวัดผลและประเมินผลตามตัวชี้วัด (KPI) ทุก 3 และ 6 เดือน โดยช่วง 3 เดือนจะเป็นการพิจารณาว่ามีอะไรบ้างจะต้องปรับเปลี่ยน ส่วนการประเมิน 6 เดือน เพื่อดูว่าเป็นไปตาม KPI หรือไม่ หากไม่สามารถทำงานได้ตามตัววัดผลและเป็นรูปธรรม ก็จะต้องมีการปรับเปลี่ยนต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาการดำเนินงานมา 1 ปี เรื่องการประเมินผลยังไม่เป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งอธิบดีบางตำแหน่งที่มีการโยกย้ายในครั้งนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับไม่ผ่านการประเมินKPI ไม่ผ่าน แต่เห็นว่าสามารถทำงานที่เกี่ยวเนื่องกันได้ โดยการสลับตำแหน่งก็เพื่อไปต่อยอดการทำงาน ทั้งนี้ สำหรับตำแหน่งรองปลัดกระทรวง ที่จะเข้ามาดูเรื่องแผนบริการสุขภาพ ให้เป็นไปตามที่ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขพิจารณา ว่าจะเหมาะสมมาทำงานร่วมกันได้ โดยขณะนี้มีความต้องการผู้ที่มีความรู้เรื่องระบบการเงินการคลัง เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญต่อระบบสุขภาพของประเทศ เนื่องจากต้องดูแลกองทุนต่างๆ ทั้งข้าราชการท้องถิ่น แรงงานต่างด้าว การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการจัดเขตบริการสุขภาพ จำเป็นต้องมีการวางระบบการเงินการคลังที่ดี

อนึ่ง ตำแหน่งอธิบดีสังกัดสธ.ที่จะมีการเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2556 ประกอบด้วย 1.พญ.วิลาวัณย์ จึงประเสริฐ อธิบดีกรมการแพทย์ 2.นพ.นิพนธ์ โพธิ์พัฒนชัย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ 3.นพ.สมชัย นิจพานิช อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

 

วางตัวผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข แทนผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ เพียบ /ปลัด ร่วมกับ ตระกูล ส.จัดการ
เขียนโดย นินิ   
11 ส.ค. 2013 22:03น.

วันที่ 11 สิงหาคม 2556 รายงานข่าวจากงานหน้าห้องปลัดกระทรวงสาธารณสุข ขณะนี้ แพทย์ชนบท แพทย์ตระกูล ส. วางตัวคนขึ้นเป็นผู้บริหารกระทรวง แทนที่ผู้ทีจะเกษียณอายุราชการหมดแล้ว เช่น นพ.สุริยะ วงศ์คงคาเทพ ผู้ไร้ความสามารถ ไร้ผลงาน ไร้หลายๆอย่าง จะก้าวเข้ามาด้วการผลักดันของตระกูล ส.  โดยให้ปลัด สธ. ผู้เป็นหนี้บุญคุณตระกูล ส.เป็นผู้จัดการให้ ... ถึงยุคกระทรวงพร้อมไปด้วยผู้บริหารไร้ความสามารถในงาน แต่พร้อมความสามารถในงาน ส.  อนิจจากระทรวงสาธารณสุข ...สงสารเธอมาก.. 

คลอดประกาศกระทรวงเรื่องพนักงานกระทรวงสาธารณสุข เหล้าเก่าในขวดเก่า ดูดี?]
เขียนโดย นินิ   
09 ส.ค. 2013 22:16น.

วันที่ 9 สิงหาคม 2556 ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีความสามารถเพียงแค่นี้  ทั้งที่ในหลักการและเหตุผล ยอมรับว่ามีปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในภาคราชการสาธารณสุข  แต่ก็เลือกไม่แก้ปัญหาที่รากของปัญหา ผลักเพียงพนักงานกระทรวงสาธารณสุขออกมา ทั้งสยวิชาชีพ และสายทั่วไป  ขยายเวลาจ้างได้ ๔ ปี  มอบอำนาจ ผอ.รพ.ฯ จัดจ้างแทนกระทรวงสาธารณสุข โดยใช้เงินหน่วยงาน .. หน่วยงานส่วนใหญ่ไม่มีเงิน ก็คือการไม่ได้แก้ปัญหาใดๆ ..สั่งสมปัญหา.. ปลัดคนนี้ ไร้ความสามารถมากจริงๆ  เก่งแต่สร้างปัญหา เช่น p4p MOPH reform ... สถานการณ์เช่นนี้ คงไม่มีทางออกที่ดีสำหรับสังคมไทยและสาธารณสุขไทย

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 11 ส.ค. 2013 22:03น. )
จดหมายจาก รุ่นพี่ มช.(อ.เชิดชู) ถึง รุ่นน้อง (นส.ยิ่งลักษณ์) ขอให้ถอนร่าง พรบ.นิรโทษกรรม
เขียนโดย ืืนินิ   
07 ส.ค. 2013 22:34น.

วันที่ 7 สิงหาคม 2556 ไทยทีอาร์แอล ขอนำเรื่องเด่นประจำสัปดาห์นำเสนอ นั่นคือ 

จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากรุ่นพี่มช.ถึงรุ่นน้องมช.
7 สิงหาคม 2556
เรื่อง ขอให้ถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยด่วน
เรียน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
            นับตั้งแต่ที่คุณได้มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ที่มารับตำแหน่งเพราะ "พี่ให้" แม้ตัวคุณอ้างว่าคุณมาเป็นนายกรัฐมนตรีตามวิถีทางประชาธิปไตย และเป็นผู้ที่มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างแท้จริง ไม่ได้อยู่ใต้อาณัติของใคร แต่ความจริงนั้นพี่ทักษิณของคุณได้อ้างอยู่เสมอทั้งโดยการกระทำและคำพูด เพื่อให้คนทั่วโลกรู้ว่าพี่ทักษิณของคุณ คือนายกรัฐมนตรีตัวจริงที่คอย"บงการ" นายกรัฐมนตรี"โคลนนิ่ง"ของประเทศไทย โดยคุณไม่เคยโต้แย้งพี่ทักษิณของคุณที่กระทำและแสดงออกเช่นนั้น
ข้อ ๑ ตลอดระยะเวลาสองปีเศษที่คุณยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี คุณได้เคยทบทวนสิ่งที่คุณสั่งการลงไปหรือไม่ว่าได้เกิดผลเสียหายหรือผลดีแก่ประชาชนและประเทศชาติอย่างไร? คุณเองคงไม่แน่ใจนักว่าสิ่งที่คุณทำไปนั้นเป็นสิ่งที่ดีจริงหรือไม่ เพราะคุณทราบดีว่าเมื่อคุณบริหารบ้านเมืองแล้ว คุณมีหน้าที่ต้องแถลงผลงานของคุณให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบ หากคุณบริหารประเทศชาติทำให้เกิดผลดี คุณก็คงภูมิใจที่จะแถลงผลงานของคุณ เหมือนที่ผู้บริหารนานาประเทศ หรือองค์กรทั้งหลายจะต้องสรุปรายงานผลงานแก่ผู้ที่มี "ส่วนได้เสีย" กับการบริหารงานของผู้บริหาร
         แต่คุณไม่แถลงผลงาน ซึ่งเกิดจากการไม่กล้าแถลงเพราะไม่แน่ใจในผลงานของคุณหรือเหตุใดก็ตาม ดิฉันในฐานะรุ่นพี่ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่รหัส06 ก็อยากขอบอกว่าผลงานในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของคุณนั้นถือว่าสอบตกสมควรให้ถูกรีไทร์ออกไปจากตำแหน่งทันที เนื่องจากคุณบริหารผิดพลาด ล้มเหลว ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ทำให้ประชาชนเดือดร้อน และม่มีผลงานที่เป็นผลดีแถลงกับประชาชน
ข้อ ๒ กับทั้งเป็นที่น่าอนาถใจยิ่ง ที่รัฐมนตรีใน ครม.ชุดนี้ รวมทั้งสส.พรรคเพื่อไทยส่วนมาก เป็นผู้มีการศึกษาดี มีสติปัญญา ความรู้ความสามารถ แต่บกพร่องในจิตสำนึกของนักการเมืองที่ดี ซึ่งจะต้องทำหน้าที่รับใช้ประเทศชาติและประชาชน แต่ได้ทำตรงกันข้าม คือ ทำงานการเมืองเพื่อกอบโกยผลประโยชน์และความร่ำรวยเพื่อตนเองและพรรคพวก
ในกรณี พี่ทักษิณของคุณซึ่งมีฐานะในทางกฎหมาย คือเป็นนักโทษชาย (นช.)ของประเทศไทย คุณในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลของคุณ มีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องดำเนินมาตรการติดตามตัวนักโทษของประเทศที่หลบหนี ให้ต้องได้รับโทษ แต่คุณและรัฐบาลของคุณละเลยไม่ดำเนินการ แต่ได้ดำเนินการทุกอย่างทางการเมืองและใช้อำนาจการบริหารแผ่นดิน เพื่อ "ล้างโทษ" ให้แก่ พี่ทักษิณของคุณ หรือ นช.ทักษิณ ชินวัตรที่หลบหนีโทษตามคำพิพากษาของศาล ไปเร่ร่อนอยู่ต่างประเทศ โดยการพยายามแก้รัฐธรรมนูญ และจะออกกฎหมายล้างผิดให้แก่พี่ทักษิณของคุณ
และคุณก็ควรที่จะส่งเสริมหลักนิติรัฐและนิติธรรม โดยใช้กระบวนการทางกฎหมาย ส่งเสริมให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าทำความผิดต่อบ้านเมืองเข้ามารับการพิจารณาตามกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อให้บ้านเมืองสามารถดำเนินต่อไปได้ตามครรลองที่ถูกต้องตามหลักกฎหมายสำหรับประชาชนพลเมืองทุกคนอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน
แม้พี่ทักษิณของคุณ หรือ นช.ทักษิณ จะได้เคลื่อนไหวอย่างชัดเจน บงการให้มวลชน เคลื่อนไหวฝ่าฝืนกฎหมายครั้งแล้วครั้งเล่า สร้างความเดือดร้อนให้ประเทศชาติและประชาชนโดยทั่วไป คุณและรัฐบาลของคุณ ไม่เคยทำหน้าที่ หรือสั่งการให้เอาผิดในการกระทำดังกล่าวของพี่ทักษิณของคุณ เมื่อประชาชนส่วนที่ไม่หลงและไม่เป็นเหยื่อของ นช.ทักษิณและพวกพ้อง ต่างก็ไม่เห็นด้วยที่จะยอมให้มีการออกกฎหมายล้างความผิดที่ร้ายแรงเช่นนี้ และได้แสดงออกด้วยการชุมนุมค้านรัฐบาลของคุณที่ผลักดันให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรม อันเป็นผลให้พี่ทักษิณของคุณ หรือนักโทษชายทักษิณของคนไทย ต้องพ้นโทษ อันฝ่าฝืนต่อหลักความจริงและการอยู่ร่วมกันของสังคม โดยมุ่งแสดงความคิดเห็นตามสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยที่นานาอารยะประเทศเขาทำกัน
แต่รัฐบาลของคุณกลับดำเนินการตรงข้ามกับวิถีประชาธิปไตยโดยกระทำอย่างไม่ชอบดังนี้
๑ ระดมพลกองทัพตำรวจมาพร้อมอาวุธในการเตรียมพร้อมที่จะ "ปราบปรามประชาชนที่มาแสดงความคิดเห็นคัดค้านการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม" พร้อมทั้ง
๒ ประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงเตรียมพร้อมอย่างเต็มกำลังหรือในระดับที่เกินกรอบ มุ่งที่จะจัดการกับประชาชนที่เห็นต่างกับรัฐบาล และได้ออกมาชุมชุมแสดงความไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลและสมาชิกพรรครัฐบาลในเวลานี้
แต่เป็นประจักษ์ทั่วกันอย่างชัดเจนแล้วว่า ประชาชนจำนวนมากต่างก็มุ่งมั่นที่จะไม่ยอมถอยอีกแล้วในการแสดงออกเพื่อต่อสู้ความไม่ถูกต้องครั้งนี้ เพราะประชาชนได้"อดทน"ต่อการบริหารบ้านเมืองของคุณ ครม.ของคุณมาเป็นเวลานานจนอดทนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ที่จะยอมให้พรรคเพื่อไทยล้างความผิดให้เป็นความถูกต้อง ซึ่งขัดกับหลักความเป็นจริงอย่างรุนแรง ถ้ารัฐบาลยังคงยืนยันที่จะเดินเรื่องการใช้กองกำลังตำรวจนับหมื่นคนมาควบคุมฝูงชนที่กำลังเดือดร้อน และโกรธแค้นกับการกระทำของคุณ และไม่เห็นด้วยกับสส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งน่าจะเป็นห่วงว่าจะเกิดการชุลมุนและเสียเลือดเสียเนื้อและชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์อีกมากมาย เพียงเพราะคุณต้องการช่วยให้พี่ทักษิณของคุณพ้นผิดเท่านั้น
ในฐานะศิษย์รุ่นพี่ มช. ดิฉันจึงขอร้องให้คุณยอม "ถอย"เพื่อแสดงว่าคุณมีจิตสำนึกผิดชอบชั่วดี และไม่ต้องการทำบาปจนมือเปื้อนเลือด และถูกจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ไทยว่าเป็นทรราชหญิงคนแรกของไทยที่ใช้อำนาจตำรวจที่มีอาวุธครบครันออกมาปราบปรามประชาชนที่มาแต่มือเปล่า เพื่อแสดงความคิดเห็นตามสิทธิ์พลเมืองในระบอบประชาธิปไตย
        คุณเองเป็นนายกรัฐมนตรี มีอำนาจเต็มที่จะสั่งการครม. รวมทั้งสส.พรรคเพื่อไทย ให้ถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมออกจากการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรทันที เพื่อเป็นการ "ไถ่โทษ" ในการบริหารบ้านเมืองที่ผิดพลาดและล้มเหลวมาตลอดเวลา 2 ปีนี้ และเพื่อแสดงว่าคุณไม่ตกอยู่ใต้การบงการของพี่ชายที่ทำผิดต่อประชาชนและประเทศชาติมากมาย ประชาชนไทยก็คงจะยอมที่จะยกเลิกการชุมนุมที่เผชิญหน้ากับรัฐบาลและคุณก็จะสามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ต่อไป
        คุณเองเป็น สส. เป็นผู้แทนของราษฎร ทราบดีว่าต้องใช้สภาผู้แทนราษฎรทำในสิ่งที่สมควรทำ ทั้งๆที่คุณอ้างว่าสส.และครม.ของคุณมาจากการเลือกตั้ง แต่กลับจะไปตั้งสภาใหม่ขึ้นเป็นสภาปฏิรูปการเมืองให้เป็นกลไกนอกระบบสภาผู้แทนราษฎร นับว่าไม่ถูกต้องตามหลักการประชาธิปไตย และไม่ถูกต้องตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่เป็นการยึด "หลักใช้อำนาจตามอำเภอใจของตน" ที่ประชาชนส่วนใหญ่ย่อมไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน
อนึ่งการ "ปฏิรูปการเมือง"ที่จะได้ผลดีอย่างยิ่ง คือ "การปฏิรูปนักการเมือง"ให้มีจิต (คิดถึงประโยชน์)สาธารณะ คือต้องยึดมั่นที่จะทำงานการเมืองเพื่อประเทศชาติและประชาชนเพื่อให้ประเทศชาติมีความเจริญก้าวหน้า ประชาชนมีความมั่นคงในการดำรงชีวิตประจำวัน มีสิทธิเสรีภาพในร่างกาย การแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การชุมนุมแสดงออก และไม่ตกอยู่ภายใต้การข่มขู่คุกคามใช้อำนาจบังคับให้จำยอมรับความไม่ถูกต้องของนักการเมืองอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้
           พร้อมนี้ขอเตือนความจำว่า ในประวัติศาสตร์ของการเมืองการปกครองทั่วโลก รัฐบาลหรือผู้มีอำนาจในการบริหารบ้านเมืองที่ไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาชน ย่อมไม่สามารถที่จะดำรงอยู่ได้ตลอดไป
ขอแสดงความนับถือ
พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา
กลุ่มพิทักษ์สิทธิพลเมืองและศิษย์มช.รหัส 06

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 09 ส.ค. 2013 22:10น. )
รวมสถานการณ์น้ำมัรั่วลงทะเลไทย
เขียนโดย นินิ   
04 ส.ค. 2013 17:39น.

วันที่ ๔ สค ๒๕๕๖

สถานการณ์น้ำมันรั่วในอ่าวไทยและทะเลไทยรวมฝั่งอันดามันด้วย
           อ่าวไทย เป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรไทย ห่างจากชายฝั่งอ่าวไทยตามกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่นานนักมีเรื่องราวเกี่ยวกับเขตแดนไทยกับกัมพูชาอันอาจกระทบถึงเขตแดนไทยในอาวไทย มาเมื่อ สัปดาห์นี้ มีข่าวต่อเรื่องเรื่องอ่าวไทย ในกรณีนี้เป็นอุบัติภัย หรือ disaster ขนาดใหญ่ คือน้ำมันรั่วในอ่าวไทยบริเวณเกาะเสม็ด อ่าวพร้าว จังหวัดระยอง ในประมาณ กว่า 50,000 ลิตร หรือ บางรายงานระบุถึง .... ลิตร สาระข่าวมีว่า วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 น้ำมันกว่า 13,000 แกลลอน หรือ กว่า 260,000 ลิตร ได้รั่วสู่อ่าวไทย ส่งผลเสียหายต่อระบบนิเวศ ทางทะเล การดำเนินชีวิตของคนท้องถิ่น และการท่องเที่ยว และสารกำจัดน้ำมันที่รั่วไหล จะสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และสุขภาพของประชาชน สร้างผลกระทบต่อการประมง กระทบถึงถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตที่เป็นสัตว์ที่เป็นอาหารของมนุษย์ และสัตว์หายาก กระทบถึงสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เช่นหาดท่องเที่ยว การใช้ประโยชน์พื้นที่ชายฝั่ง ชาวประมงไม่อาจจำหน่ายสินค้าประมงในเขตน่านน้ำที่มีน้ำมันรั่วไหลได้ ประชาชนไม่อาจบริโภคสัตว์น้ำที่จับจากพื้นที่น่าน้ำที่มีน้ำมันรั่วไหลได้ พึงระลึกว่าการรั่วไหลของน้ำมันและสารเคมี ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อชีวิต ทรัพยากร และทรัพย์สินของประชาชน


สรุปสถานการณ์น้ำมันรั่วไหลสู่ทะเลไทย
ในประเทศไทย มีเหตุการณ์น้ำมันรั่วสู่ทะเลก่อนครั้งวันที่ 27 กรกฎาคม 2556 ถึง 9 ครั้งดังนี้
ธันวาคม ค.ศ.2007 น้ำมันดิบประมาณ 20,000 ลิตร รั่วไหลสู่ทะเลสาบสงขลา เกิดจากเรือขนส่งระหว่างประเทศพลิกคว่ำ
พฤศจิกายน 2005 น้ำมันดิบมากกว่า 20,000 ลิตร รั่วไหลสู่ทะเล เกิดจากท่อส่งน้ำมันของเรือขนส่งน้ำมันตรงส่วนต่อเชื่อมเสีย ทำให้น้ำมันไหลสู่ทะเลที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เป็นท่อส่งน้ำมันดิบของเรือของบริษัท Thai Oil Public Company
พฤษภาคม 2006 น้ำมันประมาณ 20,000 ลิตร รั่วไหล จากเรือ CP34 ท่าเรือมาบตาพุด ระยอง ของ บริษัท Alliance Refining
พฤษภาคม 2001 น้ำมันดิบมากกว่า 30,000 ลิตร รั่วไหลสู่ทะเล จังหวัดระยอง จากท่อส่งน้ำมันขนาด 16 นิ้วหลุดจากการเชื่อมกับเรือบรรทุกน้ำมัน ชื่อ Tokachi ที่ท่าเรือมาบตาพุด โดยบริษัทที่รับผิดชอบคือ บริษัท Alliance Refining
ตุลาคม 2007 น้ำมันดิบมากกว่า 34,800 ลิตร รั่วไหลสู่ทะเลจาก Saraline 185 V จากถัง storage ที่ Trident 16 offshore ที่หน่วยขุดเจาะน้ำมันเคลื่อนที่ของบริษัทเชพรอนประเทศไทย
มิถุนายน 2008 น้ำมันดิบมากกว่า 40,000 ลิตร รั่วไหลสู่ทะเล จากเรือบรรทุกน้ำมันของเกาหลีเหนือ ชื่อ Chol Han Chong Nyon Ho ที่ท่าเรือ Asian Marine Service Public Company ที่พระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ
4 กันยายน 2001 น้ำมันดีเซล B5 มากกว่า 40,000 ลิตร รั่วไหลสู่ทะเลอันดามัน จากเรือชื่อ ซ.โชคถาวร 6 พลิกคว่ำ ที่ภูเก็ต ประมาณ 4 ไมล์ไปทางทิศตะวันออก ที่เกาะ Rajayai เนื่องจากคลื่นสูง แลอากาศแปรปรวน
17 ธันวาคม 2002 น้ำมันดิบมากกว่า 210,000 ลิตร รั่วไหลสู่ทะเล เกิดจากเรือ Kota Wijaya ชนกับเรือ Sky Ace ที่ทางเข้าท่าเรือแหลมฉบัง ด้านทิศใต้ของเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี
15 มกราคม 2002น้ำ มันดิบประมาณ 234,000 ลิตร รั่วไหลสู่ทะเล จากเรือชื่อ The Eastern Fortitude of Panama ชนหินโสโครก บริเวณอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 04 ส.ค. 2013 17:41น. )
ปตท. พร้อมรับฟัง และแก้ไข จากทุกกลุ่ม
เขียนโดย ใบตอง   
04 ส.ค. 2013 08:36น.

วันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๖ กลุ่ม ปตท.ขอโทษประชาชนกรณีน้ำมันมหาศาลรั่วไหลสร้างมลพิษให้ทะเลไทย ย่านเกาะพร้าว พร้อมให้ปตท.โกลบอล เคมิคัล รับฟังและรับผิดชอบต่อสังคมเต็มที่ .... ทั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีอุบัติภัยทางทะเล และระบบนิเวศน์ชายฝั่งอ่าไทยที่เป็นข่าวแล้ว 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 04 ส.ค. 2013 09:32น. )
เตือนภัย ก่อการร้ายตามสถานีขนส่ง เช่นรถไฟ ท่าอากาศยาน จากสถานฑุตอเมริกา
เขียนโดย นินิ   
04 ส.ค. 2013 08:32น.

วันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๖  มีข่าวเล็กๆ เตือนภัยจากสถานฑูตอเมริกา ถึงตำรวจแห่งชาติ เมื่อ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๖ นี้ ว่ากลุ่มอัลกออิดะฯ จะเคลื่อนไหวก่อการร้ายในประเทศต่าง ตามสถนีนส่งและท่าอากาศยาน เช่นสถานีรถไฟ  ขณะนี้ตำรวจไทยเพิ่มมาตรการระมัดระวังเพิ่มขึ้น .... ทั้งนี้ตั้งแต่ ๑ ถึง ๗ สค.  ไม่ว่าข่าวนี้จะลอยหรือจะจริงอย่างไร ... ขอเตือนแจ้งข่าวมายังชาวไทยทีอาร์แอลด้วย.............. และนี่เป็นรายงานข่าวพร้อมภาพถ่ายเอกสารเกี่ยวกับการเตือน.....

        จะๆ!!! เอกสารลับสหรัฐฯ เตือนไทย ระบุ "อัลกออิดะห์" อาจโจมตีไทยช่วงปลายรอมฎอน 30 ก.ค.- 7 ส.ค.นี้ ??? แต่ไม่รู้รายละเอียดแผนการ สั่งเข้มสถานีรถไฟ สนามบิน

วันนี้( 2 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีหนังสือจาก พล.ต.ท. สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผบช.ส. ผู้ถึงผบ.ตร. เรื่อง สหรัฐอเมริกา ได้มีหนังสือลงวันที่ 30 ก.ค.56 เรื่อง อาจจะมีการโจมตีของเครือข่ายอัลกออิดะห์ ในช่วงปลายเทศกาลรอมฎอน

โดยตามหนังสือแจ้งว่า มีความเป็นไปได้ว่าสมาชิกเครือข่ายกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ อาจมีการโจมตีในช่วงปลายเทศกาลรอมฎอน โดยเฉพาะในระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม- 7 สิงหาคม 2556 ทั้งนี้ทางการสหรัฐฯ ยัง ไม่มีข้อมูลข่าวสารถึงเป้าหมายและแผนการโจมตี แต่ได้มีการแจ้งเตือนเพื่อให้เพิ่มความระมัดระวังภัยคุกคามดังกล่าว เกี่ยวกับระบบการขนส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานีรถไฟ และสนามบิน

ทั้งนี้ บช.ส.พิจารณาแล้วเห็นว่า การที่ทางการสหรัฐฯ แจ้งข่าวดังกล่าวเชื่อว่า อาจจะมีสัญญาณบอกเหตุบางอย่าง แต่ยังไม่สามารถรู้ถึงแผนการและเป้าหมายได้ ดังนั้น เพื่อเป็นการไม่ประมาท และเป็นการเฝ้าระวัง ป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้น จึงเห็นควรให้มีการเฝ้าระวัง สืบสวนหาข่าว และเพิ่มความเข้มข้น ในการรักษาความปลอดภัย ระบบขนส่งทั่วประเทศ จึงเห็นควรให้ บช.น. บช.ก. และศชต. เพิ่มมาตรการในการสืบสวนหาข่าว การรักษาความปลอดภัย บุคคลและสถานที่ ต่อไ

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 04 ส.ค. 2013 09:23น. )
พักปฏิรูปสาธารณสุข ไปที่ประเทศ นายกปูกลับจากโมแฃมบิก ประกาศตั้งสภาปฏิรูประบบการเมืองไทย
เขียนโดย นินิ   
04 ส.ค. 2013 08:27น.

วันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๖ ร้อนแรงสุดสุด คือการเมืองของประเทศ ไทยทีอาร์แอล จึงขอพักเรื่องปฏิรูปสาธารณสุข ไปเรื่องของคนไทยทุกคน  ... นายกปู กลับจากโมแฃวบิก ประกาศเชิญนายกและประธานสภาของไทยที่ยังมีชีวิตอยู่ มาร่วมในสภาปฏิรูประบบการเมืองไทย ทำไงจึงปรองดอง ... อีกด้านว่า เพราะรัฐบาลไปไม่ได้ เพราะเหตุประชาชนไม่เอาด้วย และมีการเคลื่อนไหวจริงของ ๓๐ นายพลรุ่นเก่า ที่ยังมีใจเรื่องบ้านเมือง ร่วมกับประชาชน จัดตั้งกองทัพประชาชนโค่นระบบอบทักษิณ .... ขณะนี้รวมตัวกันที่หน้าพระรูป ร ๖ สวนลุมพินี....

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 04 ส.ค. 2013 09:24น. )
อ.เชิดชู วิเคราะห์ สุดชัด ถึงแก่น การปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุข เพื่อใคร
เขียนโดย ใบตอง   
27 ก.ค. 2013 17:51น.

วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 (ในภาพ อ.เชิดชู คนที่สองจากขวา ภาพวันยื่นแบบเข้าชื่อ พร้อมสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน กว่า 2 แสนรายชื่อ เสนอกฎหมาย เพื่อพัฒนาระบบการสาธารณสุข ที่รัฐสภา มีประธานรัฐสภา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รับร่างพระราชบัญญัติไว้ เมื่อ 27 กพ 2556) 

      รายงานข่าวจากทีมงานไทยทีอาร์แอลที่เฝ้าคอยบทความสุดคม แสนชัด วิเคราะห์ถึงแก่น ในเรื่องสุดฮอต "MOPH reform" แท้จริงคืออะไร เพื่อใคร  แล้ว อ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา ประธาน สผพท. ก็ได้คลอดบทความประวัติศาสตร์นี้ออกมา เพื่อชาว สธ.ร่วมวิเคราะห์ และร่วมกันป้องกันความเสียหายต่อระบบการสาธารณสุขของประเทศในส่วนที่ท่านทำได้ ... อันจะส่งผลสืบเนื่องให้การแพทย์และการสาธารณสุขไทยฟื้นตัวและพัฒนาเพื่อประโยชน์ของประชาชนและคนในวงการสาธารณสุขได้จริง ...ติดตาม..ตอนที่ 1

การปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุข

พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา

ประธานสหพันธ์ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์
และสาธารณสุขแห่งประเทศไทย
25 ก.ค. 56
การปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุข หรือแผนการรวบอำนาจการบริหารระบบสาธารณสุขของกลุ่มตระกูลส.และNGO สาธารณสุข ตอนที่ 1
เมื่อได้อ่านแผนการปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุขในศตวรรษที่21 ที่จัดทำโดยสำนักวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ที่ได้เผยแพร่ในการจัดประชุมของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. ซึ่งอ้างการศึกษาวิจัยเชิงระบบโดยคำสั่งของนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ในฐานะรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขตั้งแต่ปีพ.ศ.2553 และได้มีการประชุมเพื่อเสนอข้อมูลแก่ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2556 โดยผู้เสนอแผนการปฏิรูปคือนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ทั้งนี้ได้แสดงระยะเวลาที่ได้กำหนดผังกำกับงานเพื่อให้เริ่มดำเนินการในวันที่ 1 ตุลาคม 2556 โดยมีข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุขในรูปแบบคณะกรรมการสุขภาพเป็น 3 ระดับคือ
1.คณะกรรมการสุขภาพ ระดับชาติ (National Health Authority)
2.คณะกรรมการสุขภาพระดับเขต (Regional Level)
3.คณะกรรมการระดับจังหวัด (Provincial Level)
โดยคณะกรรมการใน3 ระดับนี้ มีส่วนประกอบของคณะกรรมการแยกออกเป็น 3 ส่วนคือ
1.ผู้ควบคุม/กำกับ (Regulator)
2.ผู้ให้บริการ (Provider)
3.ผู้จ่ายเงินหรือผู้ซื้อบริการ (Purchaser)
โดยกำหนดบทบาทของกรรมการระดับประเทศใน 4 ระบบ คือ
1.ระบบบริการสุขภาพ
2.ระบบส่งเสริมสุขภาพ
3.ระบบควบคุมและป้องกันโรค
4.ระบบคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ

โดยให้คณะกรรมการสุขภาพระดับชาติเป็นผู้กำหนดนโยบาย มีการทำงานในรูปแบบคณะกรรมการ โดยมีองค์ประกอบของคณะกรรมการมาจากข้าราชการ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกในการทำหน้าที่ควบคุมกำกับ และดำเนินการในการให้บริการสาธารณสุข ส่วนคณะกรรมการที่เป็นผู้ซื้อบริการประกอบด้วยผู้บริหารกองทุนประกันสุขภาพ 3 กองทุนคือสปสช. กรมบัญชีกลาง และสำนักงานประกันสังคม (1,2)
ในส่วนของกรรมการระดับเขตนั้น จะรวมเขตตรวจราชการของกระทรวงสาธารณสุข ให้เหลือเพียง 11 เขต ตามเขตของสปสช. โดยให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารงานในรูปแบบของคณะกรรมการระดับเขตเรียกว่า "เครือข่ายบริการสุขภาพระดับเขต" ในการควบคุมกำกับและการให้บริการสาธารณสุข โดย มีสปสช.เขตทำงานร่วมกับคณะกรรมการกองทุนประกันสุขภาพ
ในส่วนของกรรมการระดับจังหวัดนั้น จะมีผู้รับผิดชอบคือนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด บริหารงานในรูปแบบคณะกรรมการในระดับจังหวัดเช่นเดียวกัน
จะเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารกระทรวงสาธารณสุขจากเดิม มาเป็นรูปแบบของการทำงานในคณะกรรมการ ที่จะมีการนำเอา"ผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก" เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุขทุกระดับ ตั้งแต่ระดับชาติลงไปจนถึงระดับจังหวัดและอำเภอ
โดยการวางแผนเช่นนี้ จะทำให้การบริหารงานของกระทรวงสาธารณสุขเปลี่ยนแปลงไปจากระเบียบบริหารราชการแต่เดิม ที่กำหนดไว้ในพ.ร.บ.กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545ในหมวด 19 กระทรวงสาธารณสุขมาตรา 42 (3)
มาตรา ๔๒ กระทรวงสาธารณสุข มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพอนามัย การป้องกัน ควบคุม และรักษาโรคภัย การฟื้นฟูสมรรถภาพของประชาชนและราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขหรือส่วนราชการที่สังกัด กระทรวงสาธารณสุข
มาตรา ๔๓ กระทรวง สาธารณสุข มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้
(๑) สำนักงานรัฐมนตรี
(๒) สำนักงานปลัดกระทรวง
(๓) กรมการแพทย์
(๔) กรมควบคุมโรค
(๕) กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
(๖) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
(๗) กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
(๘) กรมสุขภาพจิต
(๙) กรมอนามัย
(๑๐) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
การปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุขแบบที่ปลัดกระทรวงกำลังวางแผนดำเนินการอยู่นี้ จะเป็นการเปลี่ยนแปลงจากการบริหารราชการแผ่นดินโดยสิ้นเชิงกล่าวคือ
จะมีการนำเอาบุคคลภายนอกที่อ้างว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ เข้ามาเป็นคณะกรรมการทั้ง 3 ระดับ รวมทั้งนำเอาสำนักงานบริหารการเงินการคลัง จากกองทุนประกันสุขภาพหรือสวัสดิการข้าราชการ เข้ามามีอำนาจและบทบาทในการบริหารงานของกระทรวงสาธารณสุข
ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกนี้น่าจะเป็น "กลุ่ม NGO สาธารณสุข" เนื่องจากเป็นผู้ได้เข้าประชุมในการนำเสนอแผนการปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุขด้วย ในขณะที่ฝ่ายบุคลากรสาธารณสุขที่ได้เข้าประชุม จะมีแต่ระดับผู้บริหารเท่านั้น ได้แก่ผู้ตรวจราชการ ผู้อำนวยการ และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด
การปฏิรูปสาธารณสุขครั้งนี้ เป็นการรุกคืบของกลุ่มตระกูลส. เพื่อเข้ามามีอำนาจในการบริหารสาธารณสุข
การปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุขในแบบที่นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเสนอตามแบบแผนของสวรส.และสช.นี้ จะทำให้การบริหารงานของกระทรวงสาธารณสุขเปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นรูปแบบคณะกรรมการที่มีคนนอกเข้ามามีส่วนร่วม เหมือนที่ทำกันอยู่ในกลุ่มสถาบันส.(หรือตระกูลส.)ทั้งหลาย
แต่กระทรวงสาธารณสุขยังเป็นหน่วยงานราชการ จะสามารถดำเนินงานในรูปแบบนี้ได้หรือไม่ โดยไม่ผิดกับระเบียบบริหารราชการแผ่นดินที่กำหนดไว้ แล้วจะต้องตั้งงบประมาณเป็นเงินเดือน ค่าตอบแทน/เบี้ยประชุม แก่กรรมการจากภายนอกจากงบประมาณส่วนใด?
และที่น่าสงสัยยิ่งไปกว่านั้นก็คือ การปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุขตามแนวทางที่ปลัดกระทรวงเสนอนี้ เป็นการกระทำที่เร่งรีบและทำกันเฉพาะกลุ่มผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขได้แก่ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขบางเขต นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ตัวแทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศ กับองค์กรอิสระนอกกระทรวงสาธารณสุข เช่น สำนักงานสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สำนักงานวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) รวมทั้งนักวิชาการในมหาวิทยาลัยที่รับงานจากสวรส.ไปศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เพื่อนำมา "สังเคราะห์และเสนอแผนการปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุข" และกลุ่มที่สำคัญอีกกลุ่มที่ได้ร่วมงานกับองค์กรอิสระด้านสาธารณสุขตลอดมา ได้แก่กลุ่ม NGO สาธารณสุขเท่านั้น แต่ปรากฏว่าบุคลากรสาธารณสุขที่เป็นผู้ปฏิบัติงานจริงไม่ได้รับเชิญเข้าประชุมรับฟังความคิดเห็นนี้ด้วย แม้จะอ้างว่าจะนำไปรับฟังความคิดเห็น ภายในหน่วยงาน (กรม/เขต) แต่ก็ทราบว่าการประชุมนั้น ไม่ได้เป็นการไปรับฟังความคิดเห็น แต่เป็นเหมือนการ "สั่งการ"ให้ข้าราชการและบุคลากรรับทราบ ว่าจะมีการ "ปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุข"แบบใหม่นี้เท่านั้น ไม่ได้เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่/อย่างไร
การกำหนดกรอบเวลาการทำงาน
ปลัดกระทรวงได้เสนอแผนการทำงานตามกรอบเวลาการทำงาน โดยกำหนดว่าในเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมจะได้แบบแปลน (Blue Print)ในการเปลี่ยนแปลง โดยมีแผนการกำหนดรับฟังความคิดเห็นในกรม/เขต ในเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน และจัดทำแผน (action plan) ในเดือนกรกฎาคม เตรียมพร้อมให้ดำเนินการในเดือนสิงหาคมถึงกันยายน และเริ่มดำเนินการในวันที่ 1ตุลาคม 2556
แต่ปลัดกระทรวงไม่ได้นำเสนอการปฏิรูปนี้แก่บุคลากรสาธารณสุขในกรมกองต่างๆ ในแบบการ "รับฟังความคิดเห็น"จากผู้ปฏิบัติงานและผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข แต่เป็นการ "ให้รับทราบและดำเนินการ"ตามแผนการปฏิรูปที่ปลัดกระทรวงและคณะกำหนดไว้ พร้อมทั้งเอาไปเสนอนพ.ประดิษฐ์ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ "รับทราบ" และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็สั่งให้มี"การเร่งรัดให้ดำเนินการปฏิรูปกระทรวง"ให้เสร็จเพื่อดำเนินการในเดือนตุลาคมนี้
รัฐมนตรีไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายในการเสนอรูปแบบการปฏิรูปครั้งนี้
มีข่าวว่า รัฐมนตรีได้เร่งรัดให้ดำเนินการปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุขให้ทันการดำเนินการในเดือนตุลาคม 2556 โดยรัฐมนตรีเองก็อาจไม่ได้อ่านรายละเอียดหรือศึกษากฎหมายที่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินว่า การปฏิรูปกระทรวงแบบที่นำเสนอตาม "Blue Print"ของปลัดกระทรวงสาธารณสุขดังกล่าวนี้ จะสามารถดำเนินการได้โดยไม่ผิดกฎหมายและระเบียบปฏิบัติราชการของกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่?
การเสนอให้แยกโรงพยาบาลของสธ.มาเป็นองค์กรมหาชน
ขณะที่นพ.ไพบูลย์ สุริยวงศ์ไพศาล นักวิชาการที่ร่วมคิดในการเสนอแผนปฏิรูประบบสาธารณสุข ได้เสนอให้มีการแยกโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขออกนอกระบบราชการ โดยเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและบทบาทของกระทรวงสาธารณสุข โดยเสนอให้แยกระหว่าง "การเป็นผู้ให้บริการ" (provider) และการเป็นผู้กำหนดนโยบายด้านสุขภาพ (National Health Authority) (4)
ซึ่งถ้าจะมีการแยกโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขออกมาเป็นองค์กรมหาชน ก็คงต้องมีการแก้ไข พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 เสียก่อน จึงจะสามารถดำเนินการได้
ในปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีโรงพยาบาลแบบองค์การมหาชนอยู่เพียงแห่งเดียว คือโรงพยาบาลบ้านแพ้ว แต่โรงพยาบาลในรูปแบบองค์การมหาชน อาจจะทำให้เกิดความยากลำบากแก่ประชาชนคนป่วย ที่จะต้องมีการย้ายโรงพยาบาล(ส่งต่อ)เพื่อไปรักษาโรคที่รพ.ตามสิทธิในระบบประกันสุขภาพไม่สามารถรักษาได้ และอาจจะมีปัญหากับผู้บริหารงาน เนื่องจากตัวอย่างจากรพ.บ้านแพ้ว ที่ต้องอาศัยการบริจาคของประชาชนเป็นจำนวนมาก และการต้องไปรับงานนอกโรงพยาบาล เพื่อหาเงินให้เพียงพอกับรายจ่ายของโรงพยาบาล เนื่องจากการรับงบประมาณจากรัฐบาลอาจไม่พอเพียงในการดำเนินงานของโรงพยาบาล รวมทั้งค่าตอบแทนบุคลากรที่จะต้องจ่ายมากขึ้นกว่าในระบบราชการ ซึ่งจะทำให้รพ.มีค่าใช้จ่ายจำนวนมากขึ้น จนต้องการเงินอุดหนุนพิเศษ(เช่นเงินบริจาค) เหมือนที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ ที่โรงพยาบาลต่างๆต้องหารายได้พิเศษ เพื่อมาช่วยลดการขาดดุลจากการรับรักษาผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพ และปัญหาอื่นๆอีกมากมาย
ถ้าจะดำเนินการในการแยกโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข ออกมาเป็นอง๕กรมหาชนจริง ควรจะมีการศึกษาปัญหาอุปสรรค ของรพ.บ้านแพ้วองค์กรมหาชนไว้ด้วย เพื่อวางแผนป้องกันปัญหา ไม่ให้เกิดขึ้น หรืออาจจะศึกษาตัวอย่างของมหาวิทยาลัย ที่ออกนอกระบบราชการ ว่ามีปัญหาอุปสรรค หรือไม่/อย่างไร

เพราะต้องไม่ลืมว่า การบริการสาธารณะด้านสาธารณสุขนั้น เป็นหน้าที่ของทุกรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศ จะต้องจัดบริการทางด้านการแพทย์และสาธารณาสุข เป็นการบริการสาธารณะที่จำเป็น เพื่อดูแลรักษาประชาชนให้มีสุขภาพอนามัยดี ร่างกายแข็งแรง จิตใจเบิกบาน เป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดในความเป็นมนุษย์ ก่อนที่จะพํฒฯการเรียนรู้และสติปัญญาเสียอีก
การรวบอำนาจการบริหารระบบสาธารณสุขโดยการเสนอให้มีผู้เชี่ยวชาญในคณะทำงานทุกระดับ
ในข่าวเดียวกันนี้(4) นพ.ไพบูลย์ สุริยวงศ์ไพศาล ยังกล่าวอีกว่าผู้กำกับนโยบายระดับชาติด้านสาธารณสุขในปัจจุบันนี้ มีอยู่3 หน่วยงาน ได้แก่กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ซึ่งจะเห็นได้ว่าใน 3 องค์กรที่อ้างถึงนี้ ทั้งสช.และสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นหน่วยงานอิสระที่เป็นองค์กรตระกูลส.และ NGO สาธารณสุข ที่อ้างว่าเป็นเครือข่ายภาคประชาชน เป็นกลุ่มที่มีเสียงตามที่ NGO และตระกูลส.ต้องการและกำหนดทิศทางได้เป็นผู้ชี้นำและกำหนดแนวทาง

ฉะนั้นจึงเหลืออีกหน่วยงานเดียวที่มาจากส่วนราชการเพียงหน่วยเดียวคือกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น ที่มีบทบาทในการกำหนดแนวทางและดำเนินการตามแนวนโยบายแห่งรัฐ ซึ่งขณะนี้กำลังจะถูกแทรกแซงเข้ามามีบทบาทสำคัญจากกลุ่มตระกูลส.และ NGO สาธารณสุข ถ้าแผนการปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุข ได้สำเร็จตามที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเสนอ และกำหนดกรอบเวลาของการดำเนินการไว้แล้ว
จึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่า จากการเสนอแผนการปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุขตามที่มีการวางรูปแบบที่สวรส.นำเสนอผ่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขนี้ จะเป็นการรวบอำนาจการบริหารกระทรวงสาธารณสุขทั้งหมดเข้าไว้ในมือของกลุ่มตระกูลส.และ NGO สาธารณสุข โดยการวางแผนให้มีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก มาเป็นกรรมการร่วมกับส่วนราชการในกระทรวงสาธารณสุข เพิ่มอำนาจในการกำกับการบริหารงานของกระทรวงสาธารณสุขให้ NGO สาธารณสุขให้มีบทบาทเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก เป็นการเพิ่มอำนาจการ "กำกับการดำเนินงาน"ภายในระบบสาธารณสุขขององค์กรตระกูลส.มากยิ่งขึ้น นับว่าเป็นความพยายาม "รวบอำนาจ" ในการบริหารระบบสาธารณสุขรวมทั้งระบบประกันสุขภาพให้อยู่ภายใต้กลุ่มบุคคลจากองค์กรตระกูลส.และ NGO สาธารณสุขอีกด้วย
ฉะนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(5) ที่กำลังติดตามความคืบหน้าในการปรับโครงสร้างกระทรวงสาธารณสุขอาจจะกำลังหลงทางไปตามที่ NGO สาธารณสุขและตระกูลส.กำลังวางแผน "ฮุบอำนาจ"ในการบริหารกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งการประกันสุขภาพ แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดโดยไม่รู้ตัว เหมือนการรวบอำนาจบริหารงบประมาณ และนโยบาย รวมทั้งการสั่งการหรือกำหนดวิธีการทำงานของกลุ่มตระกูลส.ในปัจจุบันนี้

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 27 ก.ค. 2013 23:18น. )
ข้อมูลเพิ่มเติม...
<< เริ่ม < ก่อนหน้า 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 ต่อไป > สุดท้าย >>