Polls

ท่านเห็นด้วยกับการเข้าชื่อเสนอร่าง พรบ.ระเบียบข้าราชการสาธารณสุข หรือไม่
  

Who's Online

ขณะนี้มี 16 บุคคลทั่วไปออนไลน์

Visitor Counter

Today286
Yesterday359
Week991
Month10185
ทั้งหมด1036891

(C) Fliesenstadt

Login Form

ชื่อสมาชิก

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่

Other Menu

Administrator
11 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีโปรดเกล้า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี
เขียนโดย นินิ   
25 ส.ค. 2014 22:06น.

วันที่ 25 สิงหาคม 2557วันนี้ (25 ส.ค.) เมื่อเวลา 10.39 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และหัวหน้า คสช. ได้เดินทางเข้าทำพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ณ ห้องเลี้ยงรับรอง 221 อาคาร 2 กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) โดยพิธีดังกล่าวไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์

สำหรับพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นผู้อัญเชิญพระบรมราชโองการฯ วางบนแท่น และอ่านพระบรมราชโองการฯ

ขณะที่ คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลค.) ได้เผยแพร่พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี เล่ม 131 ตอนพิเศษ 159 ง รายละเอียดดังนี้

ประกาศแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ได้บัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งตามมติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้นําความกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ลงมติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2557 เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

จึงทรงพระราชดําริว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้ที่สมควรไว้วางพระราชหฤทัย ให้ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 19 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี บริหารราชการแผ่นดินตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 24 สิงหาคม พุทธศักราช 2557 เป็นปีที่ 69 ในรัชกาลปัจจุบัน

ลงชื่อ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พรเพชร วิชิตชลชัย
ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 25 ส.ค. 2014 22:12น. )
เพลงคืนความสุขให้ประเทศไทย แต่งโดย พลเอกประยุทธ์
เขียนโดย นินิ   
24 ส.ค. 2014 22:45น.

วันที่ 24 สิงหาคม 2557 หวนไปเมื่อ 3 เดือนก่อน  เพลงคืนความสุขให้ประเทศไทย แต่งโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  thaitrl ขอนำมาฝากในา่วนเนื่อหาอีกครั้ง  แล่งข่าวระบุว่าใช้เวลาแต่ง 1 ชั่วโมงและแพร่เสียงและภาพในวันที่ 6 มิย 2557 หลังจากการยึดอำนาจ 2 สัปดาห์   เนื้อเพลงคืนความสุขให้ประเทศไทย

วันที่ชาติและองค์ราชา มวลประชาอยู่มาพ้นภัย
ขอดูแลคุ้มครองด้วยใจ นี่คือคำสัญญา
วันนี้ชาติเผชิญพาลภัย ไฟลุกโชนขึ้นมาทุกครา
ขอเป็นคนที่เดินเข้ามา ไม่อาจให้สายไป

เพื่อนำรักกลับมา ต้องใช้เวลาเท่าไร
โปรด จงรอได้ไหม จะข้ามผ่านความบาดหมาง
เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน
แล้วแผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมา
เราจะทำอย่างซื่อตรง ขอแค่เธอจงไว้ใจและศรัทธา
แผ่นดินจะดีในไม่ช้า ขอคืนความสุขให้เธอ ประชาชน
วันนี้ต้องเหน็ดเหนื่อยก็รู้ จะขอสู้กับอันตราย
ชาติทหารไม่ยอมแพ้พ่าย นี่คือคำสัญญา
วันนี้ชาติเผชิญพาลภัย ไฟลุกโชนขึ้นมาทุกครา
ขอเป็นคนที่เดินเข้ามา ไม่อาจให้สายไป
แผ่นดินจะดีในไม่ช้า ความสุขจะคืนกลับมา ประเทศไทย ....

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 24 ส.ค. 2014 22:47น. )
เมื่อประเทศมี คสช. และ หัวหน้า คสช.เป็นนายกรัฐมนตรี
เขียนโดย นินิ   
24 ส.ค. 2014 22:26น.

วันที่ 24 สิงหาคม 2557 นับจากวันที่ สนช.เลือก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี   ให้หลังไม่นาน  ศรีสุวรรณ จรรยา ท้วง ผิด รธน.ของตนเองที่ว่า คสช. เป็น รัฐมนตรีไม่ได้  ขณะที่เลือกพลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ยังเป็น คสช.อยู่  ..... แล้วอย่างนี้ จะเป็นอย่างไร 

กระทรวงสาธารณสุขหายเพี้ยนแล้ว หลังถูกว่าขรม กรณีปิดประตูเข้ม งวดอ้างความปลอดภัย แท้จริงมีอะไรซ่อนไหม
เขียนโดย นินิ   
24 ส.ค. 2014 22:22น.

วันที่ 24 สิงหาคม 2557  หลัง คสช.ยึดอำนาจ  ประชาชนดูจะพอใจที่บังเกิดความสงบขึ้นมาขณะหนึ่ง  บรรดาร้านรวงก็เปิดกันดูจะเป็นปกติ  แต่ที่กระทรวงสาธารณสุข กลับมีเรื่องประหลาด อ้างความปลอดภัย สั่งปิดประตูทางเข้าออก จนลำบากในการเคลื่อนย้ายคนทำงานที่ทำงานค้างและต้องการอยู่ต่อเพื่อทำงานให้เสร็จๆ  ปิดประตูมากมายจนจำกันไม่ได้ หลายคนแจ้งผู้สื่อข่าวว่าต้องปีนบันไดลงเข้าออกอย่าทุลักทุเล  ต่อมาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทราบว่าเปิดประตูเป็นปกติ หลังจากที่ถูกว่าขรมไปทั่ว  หลายคนข้องใจที่ปิดประตูนั้นเพราะ นพ.ณรงค์ อ้างว่าตนแข็งขัน เดินตาม คสช. โดยเอาใจ คสช.ทุกอย่าง   หวังให้ คสช.ตั้งตนเองเป็นรัฐมนตรีว่าการ และเตรียมตั้งวชิระ เพ็งจันทร์ เป็นรองปลัด สธ. .... ใครๆ ก็ทราบกันทั่วไป .... อนิจจา สา' สุขไทย  

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 24 ส.ค. 2014 22:37น. )
สปช.เงียบเหงา มีผู้สมัครน้อย หลายคนบอกไม่วางใจ มีตัวล๊อกกันมาแล้ว
เขียนโดย ยาย่า   
24 ส.ค. 2014 22:23น.

วันที่ 24 สิงหาคม 2557  สภาปฏิรูป ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว นับแต่วันประกาศรับสมัครแล้ว มาถึง ณ.เวลานี้ ยังไม่ได้ถึง 2 พันคน เหตุพบว่า มีการล๊อกตัวกันแล้ว ป่วยการที่จะสมัคร ..... กับทั้งหลายคณะกรรมการสรรหา ล้วนมีคุณภาพไม่ถึง เช่นกรรมการสรรหา ชุด สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม มีอย่างตัวแทน NGO จัดตั้งเฉพาะกิจเข้ามา เช่น จากสมาคม/มูลนิธิ เพื่อผู้สูงอายุ แบบเดียวกับที่ พวกหมอตระกูล ส. ได้ตระกราม เข้ายึด สปสช./สสส./สช./ สวรส.  จนใครๆ ก็เืือมเต็มทน ... หลายคนนึกปล่อยให้เป็นเช่นนั้นเอง... ให้วอดกันไปต่อหน้า ไม่ต้องท้วงกันแล้วสาธารณสุขบ้านเรา  

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 24 ส.ค. 2014 22:31น. )
TPG หรือกลุ่มคนไทยรักชาติ ส่งโนติส แจ้้งเตือน คริสตี้ แครี่ และโอบลาม่า
เขียนโดย นินิ   
16 ก.ค. 2014 21:49น.

วันที่ 16 กรกฎาคม 2557 เมื่อสัปดาห์ก่อน  พญ.อรพรรณ์ เมธาดิลกกุล สมชิกกลุ่มคนไทยรักชาติ หรือ Thai Patriot's Group หรือ TPG ยื่นหนังสือถึง Kristie, Kerry, Oblama แห่งสหรัฐอเมริกา ให้ยุติการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย  ถามกลับว่า อเมริกา ร่วมกับทักษิณ ปล้นทรัพยากรธรรมชาติ เช่นน้ำมัน และแร่ธาตุ จากประชาชนไทยใช่หรือไม่  จึงต้องออกมาสนับสนุนรัฐบาลที่ฉ้อโกงประชาชนของไทยอย่างชัดเจน   หากอเมริกาเห็นว่า ทักษิษ ดี หรือเก่ง ก็รับเอาทักษิณไปเป็นของอเมริกา และให้เป็นรองประะานาธิบดีฝ่ายเศรษฐกิจ แล้วคนอเมริกันจะได้มีประสบการณ์เลวๆแย่ๆ อย่างที่คนไทยได้ประสบมาก่อนนี้ 

พตอ.ขจรศักดิ์ ท้วงอภิสิทธิ์ กรณีเร่งรัด คสช.ให้เลือกตั้ง ทั้งที่ประเทศยังไม่นิ่ง
เขียนโดย บาบา   
16 ก.ค. 2014 21:33น.

วันที่ 16 กรกฎาคม 2559  กลุ่มคนไทยรักชาติ นำโดย พตอ.ขจรศักดิ์ โกษะโยธิน และคณะ รวม 4 คน ได้ ยื่นหนังสือท้วงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  กรณีที่ออกมาเร่งรัด คสช.ให้จัดการเลือกตั้ง ทั้งที่ระบบของประเทศยังไม่นิ่ง และไม่สงบพอ  โดยกล่าวว่า เมื่อครั้ง ประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาล ก็ไม่ทำอะไรให้ดีกับระบบ และเลือกตั้งครั้งใด ก็ไม่เคยได้เสียงข้างมากเลย  แล้วยังมาทำอวดเช่นนี้  ให้กลับไปดูตัวเองว่าเหตุใดจึงแพ้เขาตลอด และให้ปรับปรุงการทำงานให้ได้ใจประชาชนอย่างแท้จริง   โดยได้ยื่นเรื่องกับ นายเทพไท เสนพงษ์ กรรมการพรรคประชาธิัตย์  

อ.เชิดชู ชี้ หมอประเวศ คือระบอบทักษิณในระบบสาธารณสุข
เขียนโดย นินิ   
16 ก.ค. 2014 21:25น.

จวก "หมอประเวศ" ระบอบทักษิณในระบบสาธารณสุข แฉชงตั้งกองทุนเองรับเงินเอง  รายงานโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 กรกฎาคม 2557 17:43 น.  หมอเชิดชูแฉ "หมอประเวศ" ทำตัวเป็นระบอบทักษิณในระบบสาธารณสุข เขียนกฎหมายดึงงบประมาณตั้งกองทุนเอง รับเงินเองผ่านมูลนิธิ ลั่นไม่ร่วมปรองดองคนทุจริต แถมเกาะกระแส คสช.หวังรักษาอำนาจตัวเอง วอน คสช.ตรวจสอบทั้งหมด จี้ สธ.ยกเครื่องระบบประกันสุขภาพให้เท่าเทียม คนมีเงินควรร่วมจ่าย เหตุ สปสช.บีบบังคับการรักษาจน รพ.ขาดทุน

จวก หมอประเวศ ระบอบทักษิณในระบบสาธารณสุข แฉชงตั้งกองทุนเองรับเงินเอง

วันนี้ (16 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชมรมคนไทยรักชาติ (ครช.) นำโดย พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา ได้ออกแถลงการณ์ขอให้นพ.ประเวศ วะสี และสถาบันพระปกเกล้า ยุติการเคลื่อนไหวสนับสนุนคอร์รัปชันภายในชาติ โดย พญ.เชิดชู กล่าวว่า ที่ผ่านมา นพ.ประเวศ ตั้งตนเป็นราษฎรอาวุโส และไม่เคยแสดงจุดยืนในการต่อต้านรัฐบาลคอร์รัปชันเลย แต่เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ กลับออกมาเสนอความคิดเห็น ซึ่งมองว่าเพื่อเป็นการรักษาอำนาจของตนเอง จึงอยากให้ คสช.ตรวจสอบ กลุ่มของ นพ.ประเวศ และเครือข่ายว่า การทำงานที่ผ่านมาได้รับทุนจากที่ใดบ้างและถูกต้องหรือไม่

พญ.เชิดชู กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา กลุ่ม นพ.ประเวศ มีการเขียนกฎหมายเพื่อดึงเอางบประมาณแผ่นดินมาตั้งกองทุน พร้อมกับตั้งตัวเองและพวกพ้องเข้ามาบริหารกองทุน หรือบางทีก็กลับมาเป็นผู้รับทุนเองด้วยซ้ำ ผ่านรูปแบบของการตั้งมูลนิธิทางด้านสาธารณสุข โดยไม่สามารถตรวจสอบการทำงานได้ เช่น กองทุนบูรณะเวศ ซึ่ง นพ.ประเวศ ก็เป็นผู้ตั้งเอง ก็คือการนำงบประมาณจากหน่วยงานรัฐมาใช้ผ่านกองทุน เข้าสู่มูลนิธิ เพื่อทำเรื่องการปรับคุณภาพน้ำในท้องถิ่น แต่กลับพบว่ามีการเรียกรับเงินจากประชาชน ทั้งที่ได้รับทุนมาเพื่อทำงานให้ประชาชน นอกจากนี้ ยังพบว่าในพื้นที่ จ.นนทบุรี มีการตั้งมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับด้านสุขภาพจำนวนมาก ซึ่งอยากให้ คสช.ตรวจสอบกระบวนการดังกล่าวว่ามีการทุจริตหรือไม่

"การคอร์รัปชั่นของกลุ่มเครือข่ายนพ.ประเวศ ก็เหมือนกับ ระบอบทักษิณ ที่ทำให้คนเห็นว่านโยบายที่ตนคิดขึ้นเป็นเรื่องดี แต่ความจริงแล้วเป็นการทำเพื่อพวกพ้องของตนเอง กลุ่มของหมอประเวศ จึงเหมือนกับระบอบทักษิณ ในระบบสาธารณสุขไทย ซึ่งกลุ่มของตนจะไม่ขอปรองดองกับคนทุจริต" พญ.เชิดชู กล่าว

พญ.เชิดชู กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการร่วมจ่ายในระบบประกันสุขภาพ ในประเทศที่เจริญแล้วจะมีการกำหนดเกณฑ์ให้ประชาชนร่วมรับผิดชอบในสุขภาพ โดยการซื้อประกันสุขภาพ และยกเว้นผู้ที่ไม่มีความสามารถ เช่น คนแก่ คนยากจน เป็นต้น ซึ่งถึงเวลาแล้วที่กระทรวงสาธารณสุข ต้องยกเครื่องระบบสุขภาพในส่วนของประกันสุขภาพ ไม่ใช่ให้เฉพาะคน 48 ล้านคนได้รับสิทธิมากกว่าคนที่ทำมาหากินและต้องจ่ายสมทบเข้าประกันสังคมทุกเดือน โดยทำให้คนที่สามารถจ่ายเงินได้ มีส่วนในการร่วมจ่าย และพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพขึ้น โดยการกำจัดคอร์รัปชันในระบบสาธารณสุข นอกจากนี้ ปัจจุบัน สปสช.เป็นคนถือเงินและบังคับให้โรงพยาบาลรักษาพยาบาลตามที่กำหนด เป็นเหตุทำให้โรงพยาบาลขาดทุน ซึ่งพบว่ามีการตั้งคนมาเพื่อสนับสนุนพวกตนเอง คือ กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ?มาเสนอสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา โดยไม่มีความรู้ทางด้านการแพทย์ จนทำให้ระบบไม่สามารถรับไหว

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 16 ก.ค. 2014 21:50น. )
ณรงค์ทำขึงขังปราบคอรัปชั่นใน สธ. พญ.อรพรรณ์ ชี้ ละเลยมาตลอด
เขียนโดย นินิ   
16 ก.ค. 2014 21:19น.

สื่อหลักรายงานพาดหัวและเนื้อว่า สธ.ขอให้องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นดูแลโครงการก่อสร้างมูลค่าเกิน 100 ล้าน

วันพุธที่ 16 กรกฏาคม 2014 เวลา 12:21 น. ณัฐญา เนตรหิน ข่าวรายวัน - คอลัมน์ : ข่าวในประเทศ พิมพ์
วันนี้ (16 กรกฎาคม 2557) ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ถนนวิภาวดีรังสิต กทม. นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมประชุมคณะกรรมการผู้บริหารองค์กรต่อต่านคอรัปชั่น (ประเทศไทย) ครั้งที่ 4 / 2557 มีผู้แทนจากสมาคมต่างๆ หลายสาขาเป็นคณะกรรมการ ซึ่งการประชุมครั้งนี้คณะกรรมการฯได้เชิญนายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะเป็น 1 ใน 3 ผู้นำองค์กรผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงสังคม เข้าร่วมประชุมด้วย

นายแพทย์ณรงค์ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้เร่งดำเนินการสร้างความโปร่งใส ขจัดปัญหาการทุจริตภายในหน่วยงานในสังกัดทั้งส่วนกลางและภูมิภาคให้หมดไป ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะให้เห็นผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือนนี้ ในระยะแรกนี้ได้กำหนดเป้าหมายดำเนินการ 3 เรื่องที่มีความสำคัญ ได้แก่ 1.การบริหารงบก่อสร้างอาคารต่างๆ ที่มีมูลค่าก่อสร้างมากกว่า 100 ล้านบาท 2. การจัดซื้อยาเวชภัณฑ์ 5 กลุ่ม ได้แก่ ยา วัสดุทางการแพทย์ วัสดุทันตกรรม วัสดุวิทยาศาสตร์การแพทย์ และวัสดุสำนักงาน ซึ่งเป็นรายการจัดซื้อพื้นฐานเพื่อใช้ในการจัดบริการประชาชนทั่วประเทศมูลค่าประมาณ 40,000 ล้านกว่าบาท โดยมี 3 ประเด็นย่อยที่ต้องสร้างความโปร่งใส ได้แก่ การออกระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง ระเบียบการรับการสนับสนุน (Sponsor) และเกณฑ์จริยธรรม และ3.การแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูง ระดับอำนวยการขึ้นไป ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยจะประกาศใช้พร้อมกันทั่วประเทศในปีงบประมาณ 2558 เริ่มตั้งแต่ 1ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป และได้ให้ประชาคมสาธารณสุข ซึ่งเป็นตัวแทนจากวิชาชีพต่างๆ ในกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเป็นผู้ตรวจสอบถ่วงดุล (Voice and Watch) เพื่อปกป้องการแทรกแซงทางการเมือง และจะขยายผลในเรื่องต่อไป

ในเรื่องการลงทุนก่อสร้าง ซึ่งในปีงบประมาณ 2558 มีประมาณ 13,000 กว่าล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 13 ของงบประมาณที่กระทรวงสาธารณสุขได้รับการจัดสรร ได้ขอความร่วมมือองค์กรต่อต้านทุจริตฯ ช่วยดูในเรื่องการกำหนดแบบ และการจัดซื้อจัดจ้าง เนื่องจากมีผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญจากสภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องจากนวนมาก ซึ่งจะมีผลดีทำให้ได้อาคารที่มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน ผู้ใช้บริการและเจ้าหน้าที่ให้บริการมีความปลอดภัย นอกจากนี้ ยังได้ขอให้คณะกรรมการองค์กรต่อต้านทุจริตฯ ช่วยดูเรื่องการบริหารความโปร่งใสขององค์การเภสัชกรรม ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งเดียวในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้เป็นที่พึ่งด้านยาของประเทศ รวมทั้งให้ช่วยดูในเรื่องการออกใบอนุญาตต่างๆ ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แก่ผู้ประกอบการอาหาร ยา เครื่องสำอาง ให้โปร่งใส ป้องกันการรับผลประโยชน์ใต้โต๊ะ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการได้รับความสะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง ส่งผลในการสร้างเศรษฐกิจประเทศ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ยังมีนโยบายส่งเสริมให้โรงพยาบาลในสังกัดที่มีประมาณ 1,000 แห่งทั่วประเทศ ให้เป็นโรงพยาบาลคุณธรรม สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในเรื่องความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ จิตอาสาในรูปของชมรมต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่รับผิดชอบ แต่เป็นประโยชน์แก่สังคม มั่นใจจะเกิดผลอย่างน้อย 4 เรื่อง ได้แก่ ความรัก ความสามัคคี การประหยัดลดการสูญเสียทรัพยากร และคุณภาพบริการรักษาพยาบาลดียิ่งขึ้น จะช่วยคลายความทุกข์ สร้างความสุขใจแก่ผู้ป่วย ผู้ใช้บริการทุกคน เป็นบรรทัดฐานของสังคมในเรื่องของการเป็นผู้ให้บริการด้วยความรู้ควบคู่คุณธรรม นายแพทย์ณรงค์กล่าว

     พญ.อรพรรณ์ เมธาดิลกกุล ประธานคณะกรรมการปฏิรูประบบการสาธารณสุขไทย แถลงวันนี้ ที่ อาคาร 1 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ชี้ว่า การคอรัปชั่นในระบบการสาธารณสุขนั้นชุกชุม และรุนแรง ผู้บริหารได้ละเลย ไม่ได้ทำจริงจัง กับทั้งยังมีพฤติกรรมส่อไปในทางเปิดช่องให้มีทุจริตได้ชัดแจ้ง  มีการทักท้วง ก็ทำเฉยมาตลอด ดังนั้นการที่ นพ.ณรงค์ ออกมาประกาศทำนองจะจัดการจริงจังเรื่องคอรัปชั่น จึงไม่อาจเชื่อถือได้  แม้มีกรณี สตง. ปปช. ชี้มูลความผิดทุจริต บกพร่องการเงิน  ของกลุ่มคอรัปชั่นงบแผ่นดินชัดเจน แต่เรื่องก็ยังคงค้าง ปลัด สธ.ไม่ดำเนินการแต่อย่างใด และการคอรัปชั่นมีมากในระบบเกี่ยวกับการประกันสุขภาพ ในกลุ่ม NGO สาธารณสุข และกลุ่ม NGO แพทย์อ้างชนบท นโดยการออกกฎหมาย เปิดทางให้กลุ่มของ นพ.ประเวศ วะสี  เข้ามาใช้งบแผ่นดิน ผันไปอยู่ที่มูลนิธิในสังกัดของกลุ่มตนนั้น มีมากมาย  ต้องการให้ คสช. / สื่อ ต่างๆ ได้ออกมาตรวจสอบ   

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 16 ก.ค. 2014 21:22น. )
พตท.ขจรศักดิ์ โกษโยธิน ตำรวจรักชาติ ชี้ทุจริตมีที่ใด คสช.ให้หัวหน้่าหน่วยปราบปราม ไม่เช่นนั้น ผิดอาญ
เขียนโดย ยาย่า   
16 ก.ค. 2014 21:06น.

วันที่ 16 กค 2557 นี้  ณ.อาคาร 1 กระทรวงสาธารณสุข  ตามที่ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ออกมาทำขึงขัง นำผู้บริหารมาประกาศทำสงครามกับการคอรัปชั่นในระบบสาธารณสุข  กลุ่มคนไทยรักชาติ ส่วนเรื่องความยุติธรรม นำโดย พตอ.ขจรศักดิ์ โกษะโยธิน แถลงต่อผู้สื่อข่าวสายสาธารณสุขว่า เพราะขณะนี้ คสช.มีประกาศ ให้ผู้บังคับบัญชาจริงจังกับการทุจริต และให้ทำหน้าที่   หากใครไม่ทำหน้าที่นี้ และละเลย  จะเข้าข่ายผิดอาญา ม.157 ได้  พร้อมนี้ชี้ให้ทุกส่วนราชการตระหนักและทำหน้าที่ปราบคอรัปชั่นอย่างจริงจัง  

แนวหน้าเสนอ ชมรมคนไทยรักชาติ ชี้ประเวศเหมือนทักษิณในสาธารณสุข
เขียนโดย นินิ   
16 ก.ค. 2014 20:57น.

16 ก.ค.57 พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา แกนนำชมรมคนไทยรักชาติ เปิดเผยว่า กล่าวว่า ชมรมได้ออกแถลงการณ์ขอให้นพ.ประเวศ วะสี และสถาบันพระปกเกล้า ยุติการเคลื่อนไหวสนับสนุนคอรัปชั่นภายในชาติ ซึ่งที่ผ่านมานพ.ประเวศ ซึ่งตั้งตนเป็นราษฎรอาวุโส ได้สร้างความสับสนให้กับประเทศ และไม่เคยแสดงจุดยืนในการต่อต้านรัฐบาลคอรัปชั่น แต่เมื่อ คสช.เข้ามาบริหารประเทศ กลับออกมาเสนอความคิดเห็นเพื่อรักษาอำนาจของตนเอง ที่ผ่านมาการทำงานได้รับทุนจากที่ใดบ้างถูกต้องหรือไม่ เพราะที่ผ่านมา มีการเขียนกฎหมายตั้งกองทุน แต่กลับพบว่า ผู้ที่เป็นคนร่างกฎหมายกลับมารับทุนในกองทุนนั้นๆเอง

นอกจากนี้ ในระบบสาธารณสุข ยังมีรูปแบบการขอทุนโดยนำเงินจากกองทุนเข้ามูลนิธิ โดยไม่สามารถตรวจสอบการทำงานได้ เช่น กองทุนบูรณะเวศ ซึ่งนพ.ประเวศ เป็นผู้ตั้งมูลนิธิ ได้รับทุนจากหน่วยงานรัฐ ทำเรื่องการปรับคุณภาพน้ำในท้องถิ่น แต่กลับพบว่ามีการเรียกรับเงินจากประชาชน ทั้งที่ได้รับทุนมาให้ทำงานให้ประชาชน นอกจากนี้ ยังพบว่าในพื้นที่ จ.นนทบุรี มีการตั้งมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับด้านสุขภาพจำนวนมาก ซึ่งอยากให้ คสช.ตรวจสอบกระบวนการดังกล่าวว่ามีการทุจริตหรือไม่

"การคอรัปชั่นของกลุ่มเครือข่ายนพ.ประเวศ ก็เหมือนกับ ระบอบทักษิณ ที่ทำให้คนเห็นว่านโยบายที่ตนคิดขึ้นเป็นเรื่องดี แต่ความจริงแล้วเป็นการทำเพื่อพวกพ้องของตนเอง กลุ่มของหมอประเวศ จึงเหมือนกับระบอบทักษิณ ในระบบสาธารณสุขไทย ซึ่งกลุ่มของตนจะไม่ขอปรองดองกับคนทุจริต"

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 16 ก.ค. 2014 21:00น. )
เมื่อไหร่้ ถึงกระทรวงสาธารณสุข ณรงค์ไฮโปเครดิต จะได้ไปกับเขามั่ง
เขียนโดย นินิ   
07 ก.ค. 2014 23:17น.

วันที่ 7 กค 2557  ปลัดหลายกระทรวงไปแล้ว  มีแต่ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ และบรรดา อธิบดี ที่ทำร้ายประชาชนในกรณีต่างๆ  คงจะได้หนาวร้อนกันบ้าง  อย่าคิดฝันไปว่า จะหลอก คสช.ได้  สักวันได้รู้  .... ชาว สธ.จะสดชื่นเมื่อ ณรงค์ และอีกขั้วคือ ตระกูล ส. มาเฟีย สธ. ได้ไปให้พ้นวงการ  ตามยึดทรัพย์ด้วยจะดีมาก... คอรัปชั่นกันทั้งระบบมานาน

คสช.ย้าย 16 ตำแหน่ง ก.พลังงาน-ทรัพยากร
เขียนโดย นินิ   
07 ก.ค. 2014 23:13น.

วันที่ 7 กค 2557คสช.แต่งตั้ง-โยกย้ายข้าราชการ ก.พลังงาน-ทรัพยากรฯ 16 ตำแหน่ง"วีระพล"เป็นอธิบดีกรมพลังงาน โยกสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เป็นรองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.

โดย วันที่ 7 ก.ค. นี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีคำสั่งที่ 87/ 2557 เรื่อง การกำหนดตำแหน่งเพิ่มและการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่ง เพื่อให้การปฎิบัติงานของส่วน ราชการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสมยิ่งขึ้น หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่ง ดังนี้

ข้อ 1 ให้กำหนดตำแหน่งข้าราชการเพิ่มขึ้นในส่วนราชการ ดังนี้

(1) ตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน ในกระทรวงพลังงาน จำนวนสี่ตำแหน่ง

(2) ตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวนสองตำแหน่ง

ข้อ 2 ให้ นายชุมพล ฐิตยารักษ พ้นจากตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงพลังงานและให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน เป็นพิเศษเฉพาะราย

ข้อ 3 ให้ นายทรงภพ พลจันทร์ พ้นจากตำแหน่ง อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติและให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน เป็นพิเศษเฉพาะราย

ข้อ 4 ให้ นายสมนึก บำรุงสาลี พ้นจากตำแหน่ง อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน และให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน เป็นพิเศษเฉพาะราย

ข้อ 5 ให้ นายประมวล จันทร์พงษ์ พ้นจากตำแหน่ง อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน เป็นพิเศษเฉพาะราย

ข้อ 6 ให้ นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ พ้นจากตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน และให้ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงพลังงาน

ข้อ 7 ให้ นายคุรุจิต นาครทรรพ พ้นจากตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงพลังงาน และให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ

ข้อ 8 ให้ นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ พ้นจากตำแหน่ง รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน และให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน

ข้อ 9 ให้ นายวีระพล จิรประดิษฐกุล พ้นจากตำแหน่ง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน และให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน

ข้อ 10 ให้ นายชวลิต พิชาลัย พ้นจากตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน และให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน

ข้อ 11 ให้ นายนพพล ศรีสุข พ้นจากตำแหน่ง อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นพิเศษเฉพาะราย

ข้อ 12 ให้ นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ พ้นจากตำแหน่ง อธิกรมป่าไม้ และให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นพิเศษเฉพาะราย

ข้อ 13 ให้ นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล พ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และให้ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ข้อ 14 ให้ นายชลธิศ สุรัสวดี พ้นจากตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและให้ ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ข้อ 15 ให้ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ พ้นจากตำแหน่ง รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช และให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมป่าไม้

ข้อ 16 ให้ นายเกษมสันต์ จิณณวาโส พ้นจากตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ข้อ 17 ให้ข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งข้างต้น ปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่งตั้งแต่วันที่มีคำสั่งนี้เป็นต้นไป

ข้อ 18 ให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงบประมาณและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับตำแหน่งและอัตรา เงินเดือนของข้าราชการดังกล่าว ให้เรียบร้อยโดยด่วน โดยจัดให้ดำรงตำแหน่งที่ไม่ต่ำกว่าตำแหน่งที่ข้าราชการผู้นั้นดำรงตำแหน่ง อยู่เดิม

ข้อ 19 เมื่อมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งตามคำสั่งนี้เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติ แห่งกฎหมาย

ข้อ 20 เมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งตามข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 11 และข้อ 12 แล้ว ให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวเป็นอันยกเลิก

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ 7 กรกฎาคม พุทธศักราช 2557

พลเอกประยุทธิ์ จันทรโอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ฝันกลางวัน ค้างแน่นอน 8 ประชาคม สธ.เลอะเทอะ
เขียนโดย นินิ   
07 ก.ค. 2014 23:05น.

`วันที่ 7 กรกฏาคม 2557 อ้าง 8 ประชาคม สาธารณสุขเลอะเทอะ  ลูกไม้เก่าของแพทย์ตระกูล ส. เสนอชื่อ นพ.วิชัย โชค เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข   ฝันกลางวันหรือเปล่า ไม่มีใครได้บรรลุฝันหรอก ไทยทีอาร์แอลมั่นใจว่า ประเทศ และวงการสาธารณสุขต้องดีขึ้น ไม่หูหนวกตาบอดให้ แพทย์อ้างชนบท และ เอ็นจีโอ สธ. หลอกเอาได้  

ให้ข้าราชการพ้นจากตำแหน่ง และแต่งตั้งข้าราชการเป็นปลัดกระทรวงสำคัญ
เขียนโดย นินิ   
28 มิ.ย. 2014 15:46น.

คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ที่ 77/2557
เรื่อง การกำหนดตำแหน่งเพิ่มและการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่ง
เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสมยิ่งขึ้น หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่ง ดังนี้
ข้อ 1 ให้กำหนดตำแหน่งข้าราชการเพิ่มขึ้นในส่วนราชการ ดังนี้
(1) ตำแหน่ง ประธานคณะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม (อัตราจอมพล) ในกระทรวงกลาโหม จำนวนหนึ่งตำแหน่ง โดยให้เป็นตำแหน่งข้าราชการทหาร ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ.2521
(2) ตำแหน่ง ที่ปรึกษาสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นตำแหน่งข้าราชการอัยการ ชั้น 8 เทียบเท่าอัยการสูงสุด จำนวนหนึ่งตำแหน่ง โดยให้เป็นตำแหน่งข้าราชการอัยการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553
(3) กำหนดตำแหน่ง ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในสำนักนายกรัฐมนตรี จำนวนห้าตำแหน่ง โดยให้เป็นตำแหน่งข้าราชการพลเรือน ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551
ข้อ 2 ให้ พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก พ้นจากตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม และให้ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม ตามข้อ 1 (1) เป็นพิเศษเฉพาะราย
ข้อ 3 ให้ นายอรรถพล ใหญ่สว่าง พ้นจากตำแหน่ง อัยการสูงสุด และให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักงานอัยการสูงสุด ตามข้อ 1 (2) เป็นพิเศษเฉพาะราย
ข้อ 4 ให้ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ พ้นจากตำแหน่ง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นพิเศษเฉพาะราย
ข้อ 5 ให้ นายธงทอง จันทรางศุ พ้นจากตำแหน่ง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นพิเศษเฉพาะราย
ข้อ 6 ให้ นายสุรชัย ศรีสารคาม พ้นจากตำแหน่ง ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นพิเศษเฉพาะราย
ข้อ 7 ให้ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง พ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นพิเศษเฉพาะราย
ข้อ 8 ให้ นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย พ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และให้ดำรงตำแหน่งเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่ง ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นพิเศษเฉพาะราย
ข้อ 9 ให้ พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ พ้นจากตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงกลาโหม และให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงกลาโหม
ข้อ 10 ให้ นายตระกูล วินิจนัยภาค พ้นจาก รองอัยการสูงสุด และให้ดำรงตำแหน่ง อัยการสูงสุด
ข้อ 11 ให้ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ข้อ 12 ให้ นางเมธินี เทพมณี พ้นจากตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ข้อ 13 ให้ นายภานุ อุทัยรัตน์ พ้นจากตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
ข้อ 14 ให้ นายจเร พันธุ์เปรื่อง พ้นจากตำแหน่งรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
ข้อ 15 ให้ พลตำรวจเอก ชัชวาลย์ สุขสมจิตต์ พ้นจากตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และให้ดำรงตำแหน่งเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ข้อ 16 ให้ข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งข้างต้น ปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่งตั้งแต่วันที่มีคำสั่งนี้เป็นต้นไป
ข้อ 17 ให้กระทรวงกลาโหม สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงบประมาณ สำนักงานเลขาธิการผู้แทนราษฎร สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับตำแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการดังกล่าว ให้เรียบร้อยโดยด่วน โดยจัดให้ดำรงตำแหน่งที่ไม่ต่ำกว่า ตำแหน่งที่ข้าราชการผู้นั้นดำรงตำแหน่งอยู่เดิม
ข้อ 18 เมื่อมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งตามคำสั่งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
ข้อ 19 เมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งตามข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 และข้อ 8 แล้ว ให้ตำแหน่งดังกล่าวเป็นอันยกเลิก
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ 27 มิถุนายน พุทธศักราช 2557

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 28 มิ.ย. 2014 15:50น. )
เรียกให้ ประชาธิปัตย์ ยุติเร่งรัด คสช.จัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว
เขียนโดย นินิ   
02 ก.ค. 2014 07:36น.

วันที่ 2 กรกฎาคม 2557  วานนี้ กลุ่มคนไทยรักชาติ ส่งผู้แทนเข้ายื่นหนังสือเตือน พรรคประชาธิปัตย์ โดยหัวหน้าพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้หยุดเร่งรัด คสช. ในการจัดการเลือกตั้ง  ความว่า ประเทศเสียหายจากระบบมายาวนาน รุนแรง ต่อเนื่อง  ประชาชนดีใจที่ คสช.เข้าควบคุมความสงบและบริหารบ้านเมือง  กรณีต้องใช้เวลาในการจัดการระบบโกงชาติที่ฝังตัวอยู่ในระบบราชการ เอกชน ท้องถิ่น  สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ได้มีโอกาสบริหารประเทศ ก็ไม่ทำอะไรในการปรับปรุงประเทศให้ดีขึ้น  ทำไม่ได้นั้น ควรวิเคราะห์หาสาเหตุ และควรรู้ตนเองว่า หากเร่งเลือกตั้งในเร็ววัน ทั้งที่ระบบการเลือกตั้งเต็มไปด้วยกลไกการโกงที่ฝังรากมา  พรรคของตน ก็ต้องพ่ายในจำนวน สส.ทั้งภาค เหนือ อิสาน และกลางอีกส่วนหนึ่ง  อย่างไร ก็ไม่อาจชนะอีกกลุ่มได้ ซึ่งเป็นการบวกลบเลขธรรมดาที่ควรรู้   ตนเองควรเร่งปรับปรุงพรรคให้มีประสิทธิภาพกว่านี้ จะดีกว่า  จึงเตือนมาให้ยุติการเร่งรัด คสช.ดังกล่าว ประชาชนไทยต้องการให้ คสช.ทำหน้าที่รักษาบ้านเมืองให้สงบและบริหารจัดการอำนาจเถือนที่มีมากมายให้ยุติ เปรียบเสมือนการกวาดบ้านที่นักการเมืองสร้างและสั่งสมปัญหามากมายไว้   

องเชิดชู นำทีมคนไทยรักชาติ ท้วง และเรียกให้ UN ลงมาตรการกับผู้ทำผิด
เขียนโดย นานา   
27 มิ.ย. 2014 23:42น.

จดหมายจากกลุ่มคนไทยผู้รักชาติ ด่วนที่สุด
ถึงผู้ประสานงานองค์การสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย และเรียน ท่านเลขาธิการใหญ่ องค์การสหประชาชาติ

26 มิถุนายน 2557

เรียนท่านที่เคารพ
กลุ่มคนไทยผู้รักชาติ ขอเรียนให้ท่านได้รับทราบว่า สหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาได้ตั้งใจที่จะร่วมมือกันในการประณามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างไม่ถูกต้อง ในการกล่าวหาว่าทหารได้ยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และยึดอำนาจการปกครองประเทศเสียเอง สหภาพยุโรปจึงเรียกร้องให้ประเทศไทยจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นสหภาพยุโรปจะตัดความสัมพันธ์ในทางการค้าและการทหารกับประเทศไทย ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ลดระดับการค้ามนุษย์จากการใช้แรงงานทาสในอุตสาหกรรมการประมงลงสู่ระดับต่ำสุด
ทั้งกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา ได้ร่วมกันประณามคสช.และเรียกร้องให้คสช.จัดการเลือกตั้งโดยเร็วเพื่อกลับคืนสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ไม่เช่นนั้นทั้งสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาจะตัดสัมพันธ์ในด้านการค้าและการทหารกับประเทศไทย
แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์พระประมุขของราชอาณาจักรไทย ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งหัวหน้าคสช. เป็นหัวหน้าคณะผู้บริหารแทนรัฐบาลแล้ว จึงนับได้ว่าคสช.เป็นคณะผู้บริหารถูกต้องตามกฎหมายของไทย คสช.มีภารกิจหน้าที่ในการกวาดล้างรัฐบาลที่คอรับชันให้ยุติการทำความเสียหายแก่ระบบการเมืองการปกครอง ระบบเศรษฐกิจ และการแตกแยกทางสังคมและความขัดแย้งในประชาชนกลุ่มต่างๆ
เราคือกลุ่มคนไทยผู้รักชาติ มีความเห็นว่าการที่สหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา ได้รวมหัวกันออกมาประณามกองทัพไทย นับเป็นการใส่ร้ายป้ายสีกองทัพไทย ทั้งนี้เพื่อที่จะทำลายความน่าเชื่อถือของไทยในเวทีโลก อันอาจจะทำให้ไทยถูกกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ อาจทำให้ไทยสูญเสียผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจการค้าอย่างมากมายมหาศาลในอนาคตจากการกระทำของสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา
เราเชื่อว่าสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเป็นรัฐบาลตัวแทนจากการเป็นน้องสาวของทักษิณ ชินวัตร ผู้ซึ่งหลบหนีการถูกจำคุกจากคดีคอรัปชั่น ไปอยู่ต่างประเทศ รัฐบาลของพรรคเพื่อไทยนี้มาจากการเลือกตั้งก็จริง แต่เราก็ทราบกันว่า การเลือกตั้งนั้นมีการซื้อเสียงทั้งทางตรง และการซื้อเสียงทางอ้อมจากนโยบายประชานิยม และการสัญญาว่าจะให้ประโยชน์ต่างๆแก่ประชาชน จึงทำให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ได้เสียงข้างมากในรัฐสภาและได้จัดตั้งรัฐบาล แต่เมื่อได้เป็นรัฐบาลแล้ว รัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้กลายเป็นเผด็จการรัฐสภา โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นเพียงนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิดของทักษิณ ชินวัตร ผู้ที่สั่งการให้รัฐบาลทำตามทุกอย่างที่เขาต้องการรวมทั้งการคอรับชันจำนวนมาก เพื่อให้ได้เงินจำนวนมากที่สุดในการที่จะซื้อนักการเมือง ซื้อสื่อมวลชน และใช้ในการสนับสนุนคนเสื้อแดงให้ดำเนินการช่วยเหลือให้ทักษิณ ชินวัตร กลับมาครองอำนาจในเมืองไทยอีกครั้ง
ประชาชนไทยไม่สามารถจะทำอะไรได้ ต้องทนอยู่ภายใต้ระบอบทักษิณ แต่ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ประชาชนพลเมืองไทยนับได้สิบๆล้านคน ต้องออกมาประท้วงขับไล่รัฐบาลก็คือ การที่รัฐสภาผ่านร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ที่ล้างโทษทัณฑ์ ทุกอย่างของทักษิณ รวมทั้งคืนเงินที่ถูกริบจากการทุจริต คืนให้ทักษิณด้วย เพื่อให้เขากลับมาประเทศไทย "อย่างเท่ๆ"
การประท้วงขับไล่รัฐบาลได้ดำเนินไปอย่างยาวนานเกินกว่า 7 เดือน ผู้ประท้วงได้เรียกร้องให้รัฐบาลลาออก แต่แทนที่จะลาออก รัฐบาลได้ยุบสภาและเรียกร้องให้ประชาชนไปเลือกตั้งใหม่ แต่ผู้ประท้วงก็ไม่ยินยอมเนื่องจากเล็งเห็นแล้วว่า การเลือกตั้งภายใต้กฎกติกาเดิมๆ ก็จะได้นักการเมืองชุดเดิม มาโกงกินบ้านเมืองต่อไป กลุ่มผู้ประท้วงได้เรียกร้องให้มีการปฏิรูปกฎหมายเลือกตั้งก่อนที่จะมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป แต่รัฐบาลก็ไม่ยินยอมที่จะลาออก แต่กลับส่งกองกำลังตำรวจออกมาปราบปรามและสลายการชุมนุมด้วยวิธีการรุนแรง จนผู้ประท้วงบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก
รัฐบาลยังอยู่เบื้องหลังผู้ก่อการร้าย ที่ใช้อาวุธสงครามออกมาทำร้ายประชาชนที่ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ทำให้ประชาชนล้มตาย24 คนและบาดเจ็บอีก780 คน (ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเป็นเด็กที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมด้วย) ในขณะที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ สหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาไปอยู่ที่ไหน ทำไมจึงไม่ออกมาประณามรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ไม่ปกป้องประชาชนจากการถูกทำร้ายและเข่นฆ่าโดยไม่มีความผิดอะไร แต่สหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา เลือกที่จะทำตนเป็นคนหูหนวก ตาบอด และไม่กล่าวตำหนิติเตียนรัฐบาลในขณะนั้นแม้แต่น้อย โดยรัฐบาลไม่ดำเนินการสืบสวนหาผู้กระทำผิดมาลงโทษเลย ทั้งๆที่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการ
การเพิกเฉยของรัฐบาล ทำให้ประชาชนเสี่ยงอันตรายต่อความเป็นความตาย สหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาควรประณามการกระทำของรัฐบาลที่ปล่อยให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ทั้งสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาก็ไม่เคยที่จะกล่าวอะไรแม้แต่น้อย ทั้งสหภาพยุโรปและอเมริกาไปอยู่เสียที่ไหนในตอนนั้น?
และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตรก็ปล่อยปละละเลย ไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาในการที่ประชาชนถูกทำร้ายจนบาดเจ็บล้มตายในแต่ละวัน
ฉะนั้น การที่มีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง แต่ได้กลายเป็นรัฐบาลที่ปกครองโดยวิธีการของเผด็จการที่เมินเฉยต่อเสียงเรียกร้องของประชาชน นอกจากรัฐบาลจะไม่ฟังเสียงประชาชนแล้ว รัฐบาลยังทำการทุจริตคอรัปชั่นเป็นจำนวนมากมายมหาศาล เช่นทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว แต่ไม่มีเงินจ่ายชาวนา แปดแสนกว่าคน วงเงิน 9.2 หมื่นล้านบาท ทำให้ชาวนาส่วนมากล้มละลายและหาทางออกไม่ได้จนฆ่าตัวตายไป 20 กว่าคน โดยรัฐบาลไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ
เป็นที่รู้กันว่า รัฐบาลยังให้การสนับสนุนแก่กลุ่มคนเสื้อแดงที่ออกมารวมกลุ่มประท้วงผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล หัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่มีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศในที่สาธารณะโดยเปิดเผยว่า เขาไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรมนูญในความผิดต่อรัฐธรรมนูญ แสดงว่ารัฐบาลไม่เคารพกฎหมายเสียเอง จึงสมควรที่จะขับไล่รัฐบาลออกจากตำแหน่ง แต่เนื่องจากรัฐบาลกุมเสียงข้างมากในรัฐสภา จึงไม่สามารถใช้กระบวนการทางรัฐสภา เพื่อขับไล่รัฐบาลออกจากตำแหน่งได้ และรัฐบาลก็ยืนยันที่จะไม่ลาออกจากตำแหน่ง
หัวหน้าพรรคเพื่อไทยเคยประกาศกร้าวว่าให้ประชาชนเลืกอเอาว่าจะไปเลือกตั้งหรือจะเอากระสุนปืน ในขณะที่ฝ่ายทหารได้ตรวจพบอาวุธสงครามจำนวนมากในตึกชินวัตร อาวุธสงครามเหล่านี้อาจถูกนำมาใช้ในการก่อความรุนแรง ที่อาจจะกลายสงครามกลางเมืองได้
กองทัพไทยจึงได้ออกมาป้องกันการเกิดสงครามกลางเมืองและการนองเลือดจากการเข่นฆ่าประชาชน โดยได้เชิญรัฐบาลและกลุ่มผู้ประท้วงรัฐบาลมาเจรจากัน โดยกองทัพได้ขอให้รัฐบาลลาออก แต่รัฐบาลไม่ยอมลาออก และฝ่ายผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล ก็ไม่ยอมยุติการประท้วง ทำให้ไม่สามารถที่จะหาทางออกจากความขัดแย้งนี้ได้ กองทัพจึงต้องยึดอำนาจการปกครอง เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อของประชาชนชาวไทย
กองทัพได้ออกคำสั่งให้ทุกคนที่สงสัยว่ามีความเกี่ยวข้องกับความรุนแรงจากพรรคเพื่อไทย รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลุ่มแกนนำเสื้อแดง และแกนนำผู้ประท้วง ไปรายงานตัวและขอให้ความร่วมมือกับกองทัพในการทำให้เกิดความสงบสันติสุขในบ้านเมือง กองทัพไม่ได้ทำร้ายผู้ที่ถูกเรียกไปรายงานตัว แต่ถ้าพบว่ามีผู้ทำผิดกฎหมาย ทหารก็จะส่งตัวไปยังศาลทหารให้พิจารณาโทษตามกระบวนการยุติธรรม
คณะทหารได้วางแผนที่จะกวาดล้างผู้ก่อการร้ายและผู้ทำผิดกฎหมายให้หมดสิ้นเพื่อคืนความสุขให้แก่ประชาชน แก้ไขปัญหาต่างๆที่สะสมอยู่ในบ้านเมือง รวมทั้งการทุจริตคอรับชัน และแก้ไขกฎหมายรวมทั้งร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเตรียมการที่จะกลับไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์เหมือนนานาอารยะประเทศในไม่ช้า
เราจึงอยากขอร้องให้สหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา หยุดการแทรกแซงกิจการภายในของไทย และหยุดใส่ร้ายป้ายสีคสช.ว่าไม่แก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และการใช้แรงงานทาส ทั้งๆที่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่คสช.จะได้มาบริหารประเทศ และสหพันธ์สมาคมประมงก็ยืนยันว่า ไม่มีการบังคับใช้แรงงานทาสในอุตสาหกรรมการประมงไทยในขณะนี้แต่อย่างใด
เราอยากขอร้องให้ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทยและเลขาธิการใหญ่องค์การสหประชาชาติ ได้ประณามสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาในการแทรกแซงกิจการภายในของไทย และเตือนให้ทั้งสหภาพยุโรปและสห
รัฐอเมริกายุติการแทรกแซงรัฐบาลที่ชอบด้วยกฎหมายของไทยโดยทันที
ขอแสดงความนับถือ
กลุ่มคนไทยผู้รักชาติ

 

 

UNSG รับหนังสือทักท้วง EU และ US กรณีแทรกแซงภายในไทย
เขียนโดย นินิ   
27 มิ.ย. 2014 23:37น.

วันที่ 28 มิย 57 คณะคนไทยรักชาติ ที่ได้ทักท้วงสหรัฐอเมริกา เมื่อ 8 มิย 57 ที่วันดโพธิ์ที่ผ่านมา  มาวันนี้ EU ออกมาแสดงเดือดร้อนกับความสงบของบ้านเรา เสมือนหนึ่งว่า EU มาอยู่ชักใยอะไรกับชุดคนไทยที่สร้างความไม่สงบให้ชาติไทย หรือมีผลประโยชน์อะไรกับใครที่เป็นคนไทยตัวปัญหาอย่างนั้นหรือ

     ครช. หรือ คนไทยรักชาติ  จึงได้มีหนังสือถึงเลขาธิการ UN ให้ทำหน้าที่ประณาม การกระทำของ EU ที่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย และยื่นแล้ว ถึง UN resident in Thailand ณ.ตึกศาลสันติธรรม วันนี้  ข้อความมีว่าOpen letter : MOST URGENT
To the UN Resident Coordinator,Thailand, Mr. Luc Stevens.
Attn: The UN Secretary General, Mr. Ban Ki-moon.
June 27, 2014.
Dear Sir,
Please be informed that the European Union and the Government of the United State of America have intended to falsely condemn the military government of Thailand in throwing out the elected government of Ms.Yingluck Shinnawatra and call for early election otherwise the EU would stop the trade and military relationship with Thailand, and the US has reduced the human trafficking rank of Thailand to the lowest level.
Both the EU and the US have co-operated to condemn the Military Regime of Thailand and want Thailand to go back to democracy otherwise they will cut the relationship in trade and military co-operation.
But the Military Regime has been endorsed by the King to become legal authority to rule Thailand, in order to eradicate the corrupt government from further damaging political system, economy and social disruption and conflicts between different groups of Thai people.
In our opinion, the Thai Patriots group, the condemnation of the EU and the US were based from the false background. We believe that both the EU and the US have falsely charged the Royal Thai Army to discredit Thailand in the world community which may lead to sanction Thailand in the international trade and may reduced the foreign revenue of Thailand and destroy the Thai economy in the future.
We believe that the EU and the US have known that the Yingluck Shinnawatra government is the proxy, nepotism - appointed government of Thaksin Shinnawatra, who fled imprisonment to live in foreign country.
The ruling Phue Thai Party had come from election but we knew that the former election had been unfair because there were vote-buying , both directly and by the populist policies. The Pheu Thai party was supported by Thaksin Shinnawatra , and won the last election to become the government and the majority leader in the parliament.
After the Pheu Thai party was put in the office with the majority votes, the majority of Thai citizens have realized that the government did not rule under democratic principles but by parliamentary dictatorship. Ms.Yingluck Shinnawatra, is only a puppet Prime Minister, but Thaksin Shinnawatra, her brother, is the man who has ordered the government to do everything as he wishes, including large scale corruption aiming to get more and more money to buy politicians, mass media, supporting the red shirt group in order to help former Prime Minister, Thaksin Shinnawatra to come back home without penalty.
The Thai citizens has no way to expel the government from the office, but they have to live under the tyrant .
The last straw that bring millions of Thai citizens to the street is the passing of the Amnesty Bill to white- wash Thaksin Shinnawatra of all wrong doings and return his seized money from the fraud charge a few years ago.

The anti- government protest has been going on for more than 7months , the protesters demanded the resignation of Yingluck Shinnawatra government. Instead of resigning, the government had dissolved the parliament, became caretaker government and asked the people to go for election. But the Thai citizens did not believe in election under the old rules and regulations, and believed that the election would bring back the Pheu Thai Party and the Shinnawatra government again. So the anti-government protesters continued to occupy streets in the city of Bangkok and called for reforming the law before going for election. But the caretaker government did not comply with the protesters' demand and sent the police troops to disperse the peaceful protesters which resulted in hundreds of casualties.
It was believed that the government had connection with the terrorists, who came in the night and fired machine guns, M 79 , into the crowds at the protesters sites, resulted in 25 deaths and hundreds of injuries.
At that time of bloodshed, the EU and the US have turned their deaf ears and blind eyes to the killing fields in the street of Bangkok. The EU and the US government and have kept their mouth shut about the killings of innocent people in the protester sites. The government did not try to get anyone responsible for these crimes. Actually it is the duty of the government to stop killing of the peaceful protesters but it did not do anything to stop the killings at all.

The ignorant of the government has put the citizens in risky situation between life and death. The EU and the US should condemn the government at that time, but they did not say a word at all.

Where were the EU and the US government at that time? Why didn't they come out to condemn the government? While the government had been ignoring to take care of its citizens, it had paid attention only to helping Thaksin Shinnawatra to coming back to power again.
So the government that comes from election has been changed to dictatorship and ignoring the request of its own citizens. This government did not take good care for its citizens.
The government also corrupted in big scalein the rice pledging scheme which made thousands of farmers going bankrupt and 20 of them had committed suicide without any responsibility from the Prime Minister.
There was the red shirt group that arranged the street protest to counter-act the power of anti-government protesters. Most of the Thai citizens have known all along that the red shirt group was under the patronage of Thaksin Shinnawatra.
The chief of the Pheu Thai Party who was also the minister of the Internal affairs, had once stated in the public that the Pheu Thai party did not accept the decision of the constitution court that the Pheu Thai Party had violate the constitution law.
This is the important information to verify that the government did not obey the rules of laws and should be expelled from the office by the parliament. But the government is a majority tyranny, so it is impossible to oust the government by the parliament. And the government insisted on holding to power and declined to resign from the position.
This situation lead to political dead lock because the anti- government protesters also insisted in keeping on protesting until the government is ousted from the office and the government insisted on holding to the position.

The chief of the Phue Thai party had once said that the Thai citizens has to choose between going back to election or getting a bullet (in the head!). In the mean time the army had seized heavy weapon in the city of Bangkok . These heavy weapons can be use in civil wars which would bring about violence and unrest in the country.

The Army had to intervene to prevent civil wars and impending bloodshed coming from civil war. The Chief of the Army had asked the care taker government to resign but the government did not comply. So the Chief of the Royal Thai Army had to seize power to prevent civil war and restore peace and order to give back safety and happiness to the Thai citizens.

The Army was endorsed by the King to be legally in charge of the governing authority. Thailand may be under Military regime but ever since the military has taken over, the country has gone back into peaceful and safe places for all Thai citizens.

The Army has to summon all suspected persons to report to the Army, and asked them for cooperation in restoring peace and to return the heavy weapon under their possession. The Army did not do any harm to anyone, if someone did something unlawful, they would be sent to military court to be investigated accordingly.

The Army has planned to eradicated the terrorist and outlaws, then reform the laws and rewrite the constitution in order to setting up the decent rules and regulations to prepare for fair elections to ensure that Thailand will develop into decent democracy as the developed country in the very near future.

So we would like to tell the EU and the US government to stop meddling in the internal affairs of Thailand. And stop being falsely charge the military regime for the human trafficking which occurred before the Army came to power, and the Thai Fishery Producers Coalition, which comprises eight association, has denied slavery and forced labor in the sea food industry in Thailand.

We would like to ask the UNSG to condemn the EU and the US in meddling in the internal affairs of Thailand and warn them to refrain from doing so.

Yours Sincerely,

The Thai Patriots group.
Dr.Churdchoo Ariyasriwattana,
Dr.Orapun Metadilogkul
Mr.Manin Boonperm and the team

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 27 มิ.ย. 2014 23:40น. )
ตั้ื้งแต่เกิดจนตาย นักเทนิคการานแทพย์ไทย ค้นหาโรคภัยให้แก่ท่
เขียนโดย ทน.อรรณพ สุภานันท์   
27 มิ.ย. 2014 23:03น.

ข้อมูลเพิ่มเติม...
<< เริ่ม < ก่อนหน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ต่อไป > สุดท้าย >>