Polls

ท่านเห็นด้วยกับการเข้าชื่อเสนอร่าง พรบ.ระเบียบข้าราชการสาธารณสุข หรือไม่
  

Who's Online

ขณะนี้มี 9 บุคคลทั่วไปออนไลน์

Visitor Counter

Today114
Yesterday256
Week1139
Month6576
ทั้งหมด1153113

(C) Fliesenstadt

Login Form

ชื่อสมาชิก

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่

Other Menu

Administrator
เบอร์ ๗๑-๙๘ เต็มคณะชุดเดียวเท่านั้น คือ พลังแพทย์
เขียนโดย นิินิ   
13 ต.ค. 2014 00:06น.

รายชืือผู้สมัคร ทีมแพยสภาภิวัฒน์ เบอร์ 46 ถึง 69
เขียนโดย นินิ   
13 ต.ค. 2014 00:04น.

รายชื่อผู้สมัครกรรมการแพทยสภา ยอด ๙๘ คน สูงที่สุดในประวัติศาสตร์แพทยสภา พญ.อรพรรณ์ปิดท้าย แผ่น๑ ชพพ
เขียนโดย นินิ   
13 ต.ค. 2014 00:00น.

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 13 ต.ค. 2014 00:05น. )
้้้ีีร่าง พรบ.วิชาชีพเวชกรรม ฉบับร่างโดยกรรมการแพทยสภาชุดปัจจุบัน
เขียนโดย นินิ   
12 ต.ค. 2014 20:37น.

วันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๗  ท่านผู้สนใจร่างกฎหมาย ฉบับ ร่าง พรบ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.... ที่กรรมการแพทยสภาชุดปัจจุบัน ยกร่าง และเสนอเข้าคณะกรรมการแพทยสภา  และ ชาวไทยทีอาร์แอล โปรดแวะเยี่ยมเว็ปกฎหมาย ร่าง พรบ.นี้ ตาม ลิ้งค์นี้ และขอกด like ให้ด้วยค่ะ เข้าไปให้หรือเสนอความเห็น และสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มพลังแพทย์-ทำเพื่อแพทย์และคนไทย ด้วยนี้ 

www.facebook.com/pages/Medlawwarning

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 12 ต.ค. 2014 23:52น. )
แนวทางแก้ปัญหาด้านการแพทย์และสาธารณสุขไทย ฉบับทบทวน
เขียนโดย นินิ   
11 ต.ค. 2014 23:20น.

แนวทางการแก้ปัญหาด้านการแพทย์และสาธารณสุขไทย (revised)
พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา
30 ส.ค. 57
อำนาจหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข
ตามพ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม พ.ศ. 2545 มาตรา 42(1) กระทรวงสาธารณสุขมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพอนามัย การป้องกันควบคุมและรักษาโรคภัย การฟื้นฟูสมรรถภาพของประชาชน และราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขหรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุข
ซึ่งในการทำงานตามอำนาจหน้าที่เหล่านี้ รัฐบาลมีหน้าที่จัดสรรงบประมาณ เพื่อให้กระทรวงสามารถบริหารจัดการให้มีบุคลากร อาคารสถานที่ วัสดุครุภัณฑ์ เวชภัณฑ์ เทคโนโลยี อาคารสถานที่ และสิ่งของหรืออุปกรณ์การแพทย์ เพื่อให้กระทรวงสาธารณสุขสามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณะด้านสาธารณสุขอย่างครบวงจร ตั้งแต่การสร้างเสริมสุขภาพอนามัย การป้องกันควบคุมและรักษาโรคภัย รวมทั้งการฟื้นฟูสมรรถภาพของประชาชน ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก ปลอดภัย ในการไปรับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล มีมาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนปลอดภัย จนบังเกิดผลดีแก่สุขภาพของประชาชนทุกๆคน และในในขณะเดียวกัน ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ก็มีอำนาจหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกในการทำงานแก่บุคลากรที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาประชาชน จัดการเรื่องตำแหน่ง อัตรากำลังให้เหมาะสมกับภาระงาน จัดให้มีเงินเดือน ค่าตอบแทน จัดการเรื่องการเลื่อนตำแหน่งและสวัสดิการให้เหมาะสมกับความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ คุณค่าของงานและความรับผิดชอบ เพื่อเป็นการตอบแทนการทำงานอย่างเหมาะสม ทั้งนี้เพื่อเป็นแรงจูงใจให้บุคลากรยังรักที่จะทำงานรับใช้ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ มีมาตรฐาน ในกรณีที่บุคลากรทำงานประมาท เลินเล่อหรือทำผิดมาตรฐาน ก็ต้องมีมาตรการลงโทษที่เหมาะสมและเป็นธรรม ทั้งนี้เพื่อเป็นการประกันความปลอดภัยและสะดวกสบายของประชาชนที่ต้องรับผลงานของบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขด้วย

การจัดสรรงบประมาณ อาคารสถานที่ วัสดุครุภัณฑ์ และบุคลากรในกระทรวงสาธารณสุข
1.ก่อนปีพ.ศ. 2545
1.1 งบประมาณในการจัดการ/จัดหาและพัฒนาอาคารสถานที่ วัสดุครุภัณฑ์ เวชภัณฑ์ เทคโนโลยีและทุกสิ่งที่จำเป็นในการให้บริการประชาชนในด้านการแพทย์และสาธารณสุข รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆตามอำนาจหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข
ก่อนปีพ.ศ. 2545 กระทรวงสาธารณสุขได้รับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินจากรัฐบาล ให้สามารถใช้ในการบริหารจัดการในการจัดหาทรัพยากรที่จำเป็นในการทำงานตามอำนาจหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่งบประมาณแผ่นดินในการจัดสร้างอาคารสถานที่ การก่อสร้าง พัฒนาและซ่อมแซม เพื่อให้มีอาคารสถานที่สำหรับทำงาน มีอาคารสถานที่ในการตรวจรักษาผู้ป่วย จัดซื้อวัสดุ ครุภัณฑ์ เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ เทคโนโลยี และสิ่งของที่จำเป็นทุกชนิด เพื่อรองรับภาระงานให้ถูกต้องเหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบาย และมีสุขภาพดี
1.2 งบประมาณในการจ่ายเงินเดือนและค่าตอบแทนแก่ข้าราชการและบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุข
นอกจากนั้นกระทรวงสาธารณสุขยังสามารถกำหนดตำแหน่ง อัตรากำลังของข้าราชการและบุคลากรที่จำเป็นตามภาระงาน และขอเพิ่มอัตรากำลังได้ตามความเหมาะสม และยังได้รับงบประมาณเงินเดือน/ค่าตอบแทน จากงบประมาณแผ่นดิน เป็นเงินเดือนและค่าตอบแทนการทำงานของบุคลากร


 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 12 ต.ค. 2014 20:10น. )
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
มองอนาคตมาตรฐานการแพทย์ไทยด้วยความห่วงใย (ตอนที่ ๑ กับ อ.เชิดชู +
เขียนโดย obob   
11 ต.ค. 2014 19:27น.

มองอนาคตมาตรฐานการแพทย์ไทยด้วยความห่วงใย (ตอนที่ 1)
พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา
ประธานสหพันธ์ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์
และสาธารณสุขแห่งประเทศไทย (สผพท.)
18 กันยายน 2557
ในปลายปีพ.ศ. 2556 ต่อเนื่องมาจนถึงปีพ.ศ. 2557 ได้เกิดการชุมนุมประท้วงรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (หุ่นเชิด หรือ โคลนนิ่ง) ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อย่างต่อเนื่องและยาวนาน โดยมีประชาชนเข้าร่วมแสดงการคัดค้าน ไม่เห็นด้วยกับการบริหารงานของรัฐบาลเป็นจำนวนหลายสิบล้านคน เหตุการณ์ได้บานปลายไปเนื่องจากรัฐบาลได้ใช้กองกำลังเข้าสลายการชุมนุมหลายครั้ง ทำให้ผู้ชุมนุมบาดเจ็บล้มตายไปเป็นจำนวนมาก ต่อมาได้มีกลุ่มผู้ประสงค์ร้ายได้ใช้อาวุธสงครามลอบทำร้ายประชาชนที่ร่วมชุมนุม ทำให้ประชาชนในที่ชุมนุมไม่มีความปลอดภัย และยังมีกรณีที่รัฐบาลนี้ได้สนับสนุนให้มีการชุมนุมต่อต้านผู้ประท้วงรัฐบาล และส่อว่าจะเกิดสงครามกลางเมืองระหว่างกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลที่ชุมนุมโดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ แต่ฝ่ายผู้ชุมนุมที่ต่อต้านกลุ่มต่อต้านรัฐบาลนั้น มีความเชื่อมโยงต่อการใช้ความรุนแรงต่อกลุ่มต่อต้านรัฐบาล
เหตุการณ์เหล่านี้จึงนำไปสู่การประกาศกฎอัยการศึก และการทำรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ผู้ที่ร่วมมือในการทำรัฐประหารครั้งนี้ ก็คือผู้บัญชาการทหารทั้ง 3 เหล่าทัพ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมีหัวหน้าคณะรัฐประหารคือพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งต่อมาได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้บริหารราชการแผ่นดิน
ต่อมาได้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นกฎหมายหลัก โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2557 ต่อมาได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้จัดตั้งคณะรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินตามที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว)พุทธศักราช 2557ได้บัญญัติไว้
ผู้เขียนได้อารัมภบทมาอย่างยืดยาว ก็เพื่อจะอธิบายถึงที่มาของคณะรัฐมนตรีในปัจจุบัน และที่มาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขคนปัจจุบัน ว่ามีที่มาจากการสรรหาของคสช. ว่าจะมาช่วยแก้ไขปัญหาในด้านการแพทย์และสาธารณสุข ให้มีคุณภาพมาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลรักษาสุขภาพอย่างดี มีมาตรฐานทัดเทียมกับนานาอารยะประเทศอย่างที่เคยเป็นมาก่อนที่จะมีระบบหลักประกันสุขภาพ หรือว่ามาตรฐานการแพทย์และสาธารณสุขไทยจะตกต่ำลงไปเรื่อยๆ เหมือนมาตรฐานการศึกษาของไทยที่ยิ่ง(อ้างว่า) พัฒนามานาน แต่ได้ตกไปอยู่ในระดับเกือบสุดท้ายในกลุ่มเพื่อนบ้านของเราเอง

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
NGO เร่งผลักกฎหมาย พรบ.ที่แพทย์พยาบาลใส่ชุดดำเมื่อ ปี 2553 และอีกหลายกฎหมาย
เขียนโดย นินิ   
10 ต.ค. 2014 20:48น.

วันที่ 11 ตุลาคม 2557  นางปรียานันท์ ล้อมเสริมวัฒนา NGO ของแพทย์ชนบท สปสช. สสส. สช. สวรส. เครือข่ายหมอประเวศ  ขณะนี้กลับมาเร่งเรียกร้องต้องการ พรบ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข ฉบับที่เคยผลักเข้าสภาในวาระด่วนเมื่อปี 2553 และถูกแพทย์ พยาบาล และบุคคลากรสาธารณสุข ต้านทั่วประเทศ และหัวหน้าคนสำคัญในการรวบรวมชื่อ จัดการต้านกฎหมายนี้ได้สำเร็จ ก็ไม่ใช่ใครอื่น คือ อ.อรพรรณ์ เมธาดิลกกุล  ....... พอางสาวสารี อ๋องสมหวัง นพ.อำพล จินดาวัฒนะ นพ.พลเดช ปิ่นประทีบ และคณะที่ผลักดันร่างกฎหมายนี้เข้าสภาในปีดังกล่าว สามารถจัดการทหารชุดนี้ได้ และเข้ามาเป็น สนช. สปช.กันมากมาย  แผนการเร่งออกกฎหมายนี้ ก็เกิดขึ้นอย่างยากที่จะหยุดได้ .... หากทีมสาธารณสุข ไม่ตัดสินใจและมุ่งมั่นเข้าให้ข้อเท็จจริงกับ ชุดทหารปัจจุบัน  ขณะนี้ยังจะตามมาด้วย พรบ.การวิจัยในคน ของทีมนี้ด้วย และ พรบ.อีกหลาย พรบ.ในลักษณะใกล้ๆกัน ก็เร่งร่างออกมา รวมถึง พรบ.วิชาชีพเวชกรรม หรือ พรบ.แพทย์นั่นเอง 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 10 ต.ค. 2014 21:04น. )
กระทรวงสาธารณสุข ถึงยุค NGO หรือ กลุ่มอ้างคนอื่นไม่ดี เข้ายึดสาธารณสุข ครองกระทรวง
เขียนโดย นิินิ   
10 ต.ค. 2014 20:28น.

วันที่ 11 กันยายน 2557 ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข  เต็มไปด้วย NGO สาธารณสุข เกร่อกระทรวง  กล่าวแต่ละเรื่องโดยทีมงานตระกูล ส.ทั้งสิ้น  คนเหล่านี้ สนใจเพียงการนำเงินงบแผ่นดินออกไปภายใต้โครงการนั่นโน่นนี่ที่อ้างประชาชน  เป็นยุคตกต่ำสุดๆ  คนเหล่านี้มีประวัติทุจริตเงินแผ่นดินที่อยู่ได้เนื่องจากใช้เงินซื้อสื่อมาโดยตลอด และเงินที่ใช้นั้น คือเงินงบประมาณแผ่นดิน กับผันเงิน ฟอกเงินงบประมาณด้านการสาธารณสุขไปอยู่ในมูลนิธิที่กลุ่มตนเข้าไปช้อนเงินออกมาโดยไม่ต้องมีการตรวจสอบ ...... ข้าราชการสาธารณสุข ถูก NGO เหล่านี้ ใส่ร้ายสาระพัด เช่นอ้างว่าเป็นพวกไม่รู้จักประชาชน เป็นพวกต้องการความเหลื่อมล้ำ.... หลายคนบอกว่า  ยกกระทรวงสาธารณสุขให้มาเฟีย NGO นี้ไปเลย ..ในเมื่อทหารที่หลายคนมองดี  มาทำเช่นนี้กับกระทรวงสาธารณสุข โดยการให้ NGO เข้ามากระทำเสียหายต่อกระทรวงเช่นนี้

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 10 ต.ค. 2014 20:29น. )
เสียงสะพัด ว่ากระทรวงสาธารณสขนั้นรัฐมนตรีไม่ว่าการ มีแต่รัฐมนตรีช่วยว่าการ อะไรเอ่ย
เขียนโดย ok   
10 ต.ค. 2014 20:18น.

วันที่ 11 ตุลาคม 2557  เนื่องจากแพทย์ชนบทรุ่นแรกและรุ่นกลาง ทีมหมอประเวศ ผู้ได้ฉายา เป็นขอทานกองทุน (เขียนร่าง พรบ.สสส. /สปสช./สช./สวรส.สพฉ.) และผันงบแผ่นดินไปเข้าองค์กร NGOของตน   คนเหล่านี้ได้เข้ามาบริหารกระทรวงสาธารณสุข และเป็น สปช. สนช.กันมากมาย   ทำให้ในกระทรวงสาธารณสุข มีคำสะพัดว่า หมอสมศักดิ์ ชุณฯ ซึ่งคือแกนนำสำคัญของ NGO กลุ่มนี้ ได้เป็น รมช.  และมีรัฐมนโท รัฐมนเอก เป็นแพทย์ชนบทรุ่นแรก กันมากหน้าหลายตา  ตัวรัฐมนตรีว่าการ ไม่ได้ว่าการจริง  คนบงการคือ รัฐมนตรีช่วยว่าการกับกลุ่มคนหลังม่าน ที่ออกมาว่าการนอกม่านอย่างไม่สนใจสายตาของใคร  จึงมีเสียงว่า กระทรวงสาธารณสุข ไม่มีรัฐมนตรีว่าการ หรือมีรัฐมนตรีไม่ว่าการ  คงมีแต่รัฐมนตรีช่วยว่าการ .... ก็กล่าวกันไป ... ไทยทีอาร์แอล เอามาฝากให้

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 14 ต.ค. 2014 09:36น. )
โปรดสื่อสารถึงแพทย์ เลือกพลังแพทย์ทำเพื่อแพทย์เบอร์ 71 ถึง 98 เต็มคณะ 28 คน เพื่อยุติร่างกฎหมายแพทย์
เขียนโดย นินิ   
10 ต.ค. 2014 00:38น.

เปิดรายชื่อทีมพลังแพทย์ ทำเพือ่แพทย์ เต็มคณะ
เขียนโดย นินิ   
10 ต.ค. 2014 00:25น.

วันที่ 9 ตุลาคม 2557 เปิดรายชื่อทีมแพทย์อาสาใน ทีมพลังแพทย์ ทำพื่อแพทย์ ทั้งคณะ เต็มคณะ 28 ท่าน เบอร์ 71-98 ...โปรดส่งต่อแพทย์ด้วย พร้อมขอแพทย์ใช้สิทธิเลือกทีมพลังแพทย์ ทำเพื่อแพทย์ ยกทีม 28 คน ด้วย... ขอบคุณชาวไทยทีอาร์แอลทุกท่าน ส่งต่อสารของทีมพลังแพทย์ด้วย

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 10 ต.ค. 2014 00:31น. )
พลังแพทย์ ทำเพื่อแพทย์ คือทีมท้ายสุด สมัครในชั่วโมงสุดท้าย แจ่เปี่ยมคุณภาพ เต็มคณะ 28 ท่าน
เขียนโดย ใบไม้   
09 ต.ค. 2014 22:44น.

วันที่ 9 ตุลาคม 2557 เป็นที่น่ายินดียิ่ง ที่วงการแพทย์เรา มีผู้ที่ห่วงใยแพทย์เรา ได้ตัดสินใจลงสมัครกรรมการแพทยสภา เมื่อได้พบว่ากรรมการชุดปัจจุบัน ยกร่าง กฎหมาย พรบ.วิชาชีพเวชกรรม ที่ให้บุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ มาควบคุมแพทย์ อนจะเป็นอันตรายต่อคุณภาพมาตรฐานวิชาชีพอันประชาชนจะเสียหายต่อไป และทำให้สภาวิชาชีพของแพทย์  ต้องเสียสภาพไป กับทั้งมีบทบัญญัติอีกมาก โดยไม่มีการรับฟังความเห็นของแพทย์ใดๆเลย  จึงรวมกันได้อย่างรวดเร็ว โดยส่วนมากแล้วเป็นแพทย์ปฏิบัติงานดูแลรักษาผู้ป่วย... นับเป็นทีมที่ใหญ่ที่สุด (ทุกทีมก่อนหน้านี้ ไม่มีทีมใด มีผู้สมัครเต็มคณะ 28 คน)    และสมัครได้ทันในชั่วโมงสุดท้ายก่อนปิดรับสมัคร  ........ทีมนี้คือ ทีมพลังแพทย์ ทำเพื่อแพทย์...

หมายเลข 71 ถึง 98 หรือ 28 คนสุดท้าย..... โดยมี อ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา เป็นผู้นำทีม   

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 09 ต.ค. 2014 22:48น. )
สภาวิชาชีพที่กำลังจัดให้มีการเลือกตั้งกรรมการ คืแพทยสภา มีผู้สมัครมากสุดกว่าทุกครั้ง 98 คน
เขียนโดย นินิ   
09 ต.ค. 2014 22:30น.

วันที่ 9 ตุลาคม 2557 แพทยสภา จะครบวาระกรรมการชุดปัจจุบันแล้ว  ได้เปิดและปิดรับสมัครแพทย์ผุ้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการแพทยสภาในช่วง 15 สิงหาคม -15 กันยายน 2557 โดยวันสุดท้ายมีแพทย์สมัครถึง 98 คน  ช่วงที่ผ่านมานั้นคณะอนุกรรมการเลือกตั้ง ได้ตรวจคุณสมบัติ และประกาศออกมาแล้ว พบว่า ผุ้สมัครทุกคน มีคุณสมบัติ และได้ออกประกาศแล้ว ตามเอกสารแนบนี้ 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 09 ต.ค. 2014 22:33น. )
สองร่าง พรบ.ร้อน / ร่าง พรบ.วิชาชีพเวชกรรม และ ร่าง พรบ.ยา
เขียนโดย ใบลาน   
09 ต.ค. 2014 22:25น.

วันที่ 9 ตุลาคม 2557 ถึงวาระร้อนของวงการแพทย์และสาธารณสุข ว่าด้วยกฎหมาย คือเรื่อง ร่างกฎหมาย ๒ ฉบับ

๑.ร่าง พรบ.วิชาชีพเวชกรรม ที่ ร้อน เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา  ร้อน กระทั่งทำให้แพทย์ที่มุ่งแต่ทำงานดูแลผู้ป่วย ต้องหันมารวมตัวกัน สมัครเลือกตั้งกรรมการแพทยสภาในชั่วโมงสุดท้าย กว่า 50 ท่าน เนื่องจากกรรมการแพทยสภาชุดปัจจุบัน ยกร่าง พรบ.ใหม่ ที่มีเนื้อหาให้บุคคลไม่ใช้่แพทย์ มาควบคุมการประกอบวิชาชีพแพทย์ ... ซึ่งประหลาดสุดๆ ... โดยผู้สมัครทีมหลังสุด ประกอบด้วยแพทย์ที่ทำงานดูแลคนไข้จำนวนมาก  แพทย์บริหารต้องพิจารณาตนเองแล้ว

๒.ร่าง พรบ.ยา ซึ่งกรณีนี้ ก็มาแปลก คือนายกสภาเภสัชกรรมนำขบวนเอง ในการคัดค้านร่าง พรบ.ยา  ตรงข้ามกับ ร่าง พรบ.ของแพทย์ ที่ แพทย์คัดค้านนั้นจะค้านกรรมการแพทยสภาชุดปัจจุบัน 

และยังจะมีร่างกฎหมายร้อนๆ วางตำแหน่งไว้ที่จะออกใน สนช.นี้อีกมาก ทั้งหลายทั้งปวงก็เกี่ยวกับการแพทย์และสาธารณสุขอีกนั่นแหละ 

สภาเภสัชกรรม ท้วง ร่าง พรบ.ยา หน้า อย.
เขียนโดย นินิ   
09 ต.ค. 2014 21:20น.

วันที่ 9 ตค 57 ผู้จัดการรายงาน สภาเภสัชกรรมท้วง ร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับใหม่ ชี้เปิดช่องหลากวิชาชีพ "แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล สัตวแพทย์ นักกายภาพบำบัด" สั่งจ่ายยาได้เอง ระบุก้าวล่วงวิชาชีพเภสัชกร หวั่นขยายวงปัญหาแพทย์ในคลินิกสั่งจ่ายยาเอง ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ วอน สธ. ทบทวนใหม่

ท้วงร่าง พ.ร.บ.ยา ขยายวงปัญหา "หมอ-พยาบาล" จ่ายยาเอง ก้าวก่ายวิชาชีพเภสัชฯ

ภก.กิตติ พิทักษ์นิตินันท์ นายกสภาเภสัชกรรม กล่าวว่า สภาเภสัชกรรมได้ทำหนังสือยื่นต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อเสนอความเห็นแย้งร่าง พ.ร.บ.ยา พ.ศ. ... ซึ่งขณะนี้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว โดยไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับบทบัญญัติการแบ่งประเภทยา ซึ่งพบว่ามีการแบ่งเป็น 1. ยาที่ต้องจ่ายตามใบสั่งยา 2. ยาที่ต้องจ่ายโดยผู้ประกอบวิชาชีพ เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ เภสัชกร พยาบาล นักกายภาพบำบัด เป็นต้น และ 3. ยาสามัญประจำบ้าน ซึ่งต่างจาก พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ที่แบ่งเป็นยาควบคุมพิเศษ คือ ยาที่เภสัชกรจ่ายได้ต่อเมื่อมีใบสั่งแพทย์ ยาอันตราย คือ ยาที่จ่ายโดยเภสัชกร ยาบรรจุเสร็จที่ไม่ใช่ยาอันตราย คือ ยาที่แพทย์ พยาบาล สามารถสั่งจ่ายได้เอง และยาสามัญประจำบ้านที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป

ภก.กิตติ กล่าวว่า การกำหนดให้แต่ละวิชาชีพสามารถสั่งจ่ายเองได้ โดยยกเว้นไม่ต้องขอใบอนุญาตขายยาจะทำให้เกิดปัญหา อย. จะติดตามกำกับดูแลได้ยากลำบาก ที่สำคัญยังเป็นการก้าวล่วงวิชาชีพของเภสัชกร ซึ่งการแก้ไขกฎหมายควรพัฒนาขึ้นให้เป็นระบบสากล คือ การขายยาเป็นหน้าที่ของเภสัชกร ส่วนการรักษาและวินิจฉัยว่าควรใช้ยาอะไรในการรักษาเป็นของแพทย์ ซึ่งเป็นที่มาของการแบ่ง 2 วิชาชีพนี้ออกจากกัน แต่มีการทำงานร่วมกัน โดยเภสัชกรจะช่วยดูในเรื่องของขนาดยา และการใช้ยาไม่พึงประสงค์ด้วย ที่สำคัญคือต้องรู้ขอบเขตอำนาจการทำงานของตัวเอง คือ ยาอะไรที่เภสัชกรสามารถสั่งจ่ายได้ด้วยตัวเอง หรือสั่งจ่ายได้ต่อเมื่อมีใบสั่งแพทย์ ส่วนแพทย์ก็ต้องทำตามระบบคือวินิจฉัยโรคแล้วเขียนใบสั่งให้แก่ผู้ป่วย

"ในโรงพยาบาลไม่มีปัญหาเพราะเป็นไปตามระบบอยู่แล้ว ที่เป็นปัญหาคือคลินิก เพราะ พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ยกเว้นให้แพทย์ ทันตแพทย สัตวแพทย์ ที่เปิดคลินิกสามารถขายยาได้โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตขายยา ซึ่งจริงๆ แล้วยาที่ขายได้ในคลินิกมีเพียงยาบรรจุเสร็จที่ไม่ใช่ยาอันตรายเท่านั้น แต่ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา พบว่า มีการจ่ายยาอันตราย และยาควบคุมพิเศษในคลินิกเอง โดยไม่ออกใบสั่งยาให้ผู้ป่วยไปซื้อจากเภสัชกรในร้านขายยา ทั้งที่เป็นยาที่เภสัชกรต้องเป็นผู้สั่งจ่ายเท่านั้น ปัญหาเหล่านี้เกิดจากในอดีตขาดแคลนเภสัชกร แพทย์จึงสั่งจ่ายยาเอง จนรู้สึกว่าตัวเองสามารถสั่งจ่ายยาได้เอง และเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรักษาตาม พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม ทั้งที่จริงแล้ว การสั่งจ่ายยาถูกกำหนดชัดใน พ.ร.บ.วิชาชีพเภสัชกรรม ซึ่งหากร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับใหม่ ประกาศใช้ก็จะยิ่งทำให้ปัญหาเหล่านี้ ซึ่งเดิมทีก็ไม่มีการควบคุม ยิ่งขยายวงไปสู่วิชาชีพอื่นมากยิ่งขึ้น" นายกสภาเภสัชกรรม กล่าว

ภก.กิตติ กล่าวว่า หลังจากร่าง พ.ร.บ.ผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วจะส่งกลับมาที่ สธ. ก็คงต้องขอให้มีการพิจารณาทบทวนใหม่ เพราะเห็นว่าจะทำให้เกิดปัญหาระหว่างวิชาชีพมากขึ้น จึงอยากให้ออกกฎหมายโดยยึดความเคารพใน พ.ร.บ.วิชาชีพของแต่ละวิชาชีพเป็นหลัก เพื่อแบ่งหน้าที่กันทำงานให้ชัดเจน และเป็นระบบตามหลักสากล

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 09 ต.ค. 2014 21:23น. )
เภสัชกร ที่หน้า อย. ค้านร่าง พรบ.ยาฉบับกฤษฎีกา
เขียนโดย นินิ   
09 ต.ค. 2014 21:17น.

วันที่ 9 ตค 57 ที่ อย. นนทบุรี ข่าวรายงานว่า เภสัชกรร่วม 300 บุก อย.ค้านร่าง พรบ.ยาใหม่  เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 ตุลาคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายเภสัชกรทั่วประเทศราว 300 คน นำโดย ภก.กิตติ พิทักษ์นิตินันท์ นายกสภาเภสัชกรรม และภก.บรรเจิด เดชาศิลปะชัยกุล ประธานชมรมเภสัชกรสาธารณสุขจังหวัดแห่งประเทศไทย เดินทางมายื่นแถลงการณ์ในนามชมรมเภสัชสาธารณสุขจังหวัดประเทศไทย เรื่อง คัดค้านร่างพ.ร.บ.ยาฉบับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ต่อนพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) และนพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมมอบรายชื่อผู้คัดค้านร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวจำนวน 7,600 รายชื่อ ก่อนจะมีการเปิดห้องประชุมเพื่อหารือร่วมกันเกี่ยวกับประเด็นปัญหา ใช้เวลากว่า 2.30 ชั่วโมง

แถลงการณ์ ระบุเนื้อหาส่วนหนึ่งว่า ร่างพ.ร.บ.ยาฉบับใหม่มีข้อบกพร่อง 7 ประเด็นดังนี้คือ 1.มีการแบ่งประเภทยาไม่เป็นไปตามหลักสากล ไม่มีการ แยกบทบาทหน้าที่ระหว่างผู้สั่งยา ผู้จ่ายยา ทำให้ไม่เกิดการตรวจสอบ 2.การยกเว้นให้ผู้ประกอบวิชาชีพหลายสาขา ไม่ต้องขออนุญาตผลิต ขาย และนำเข้า 3.การอนุญาตให้ผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญด้านยา เป็นผู้ดำเนินการและปฏิบัติหน้าที่ จัดการควบคุมการผลิต ขาย นำเข้ายา 4.การอนุญาตให้ต่ออายุทะเบียนตำรับยา โดยไม่มีการทบทวนทะเบียนตำรับยา และมีข้อยกเว้นให้ผู้ประกอบวิชาชีพผสมยาได้ โดยไม่ต้องขึ้นทะเบียนตำรับยา 5.การอนุญาตให้โฆษณายาทุกประเภทและโฆษณารักษาโรคที่ร้ายแรงได้ และไม่มีการควบคุมการส่งเสริมการขาย 6.ไม่มีข้อห้ามการผลิตและการขายยาชุด และ 7.ไม่มีบทลงโทษสำหรับผู้กระทำผิด รวมทั้งบทลงโทษที่ไม่เป็นธรรม และไม่มีโทษทางปกครอง

 

คนทุจริต ได้อำนาจรัฐในกระทรวงสาธารณสุข และ สปช.จำนวนมากจากกลุ่มหมอประเวศ
เขียนโดย นินิ   
08 ต.ค. 2014 00:37น.

วันที่ 7 ตุลาคม 2557 วันนี้ที่ห้องประชุมสFมสรกองทัพบก ห้อง วีไอพี 1  สมาคมสิทธิผู้บริโภค นำโดยนายวุฒิพรฯ และคณะ  จัดให้มีการประชุมรณรงค์เพื่อคืนสุขภาพที่ดีให้กับประชาชน ด้วยการกำจัดแบตเตอรี่มือถือ  นายธรรมนูญฯ วิศวกร ผู้ให้ความสำคัยกับความถูกต้อง ชี้ต้องจริงจัง และดำเนินการให้ผู้ที่รับผิดชอบโดยหน้าที่ต้องทำหน้าที่  ที่ประชุมได้กล่าวถึงความไม่ปรกติของระบบการสาธารณสุข ที่มีกลุ่มบุคคล ตระกูล ส. หรือกลุ่มหมอประเวศ ได้เสนอ กม.ผ่านกลุ่มผุ้มีอำนาจทุกยุค ให้พวกตนได้เป็นกรรมการบริหารงบแผ่นดิน เช่น สปสช. สสส. สช. และเบียดบังงบแผ่นดินเข้ามูลนิธิสาธาสารณสุขแห่งชาติ มูลนิธิแพทย์ชนบท มูลนิธิเข้าถึงเอส์ มูลนินิเพือ่ผู้บริโภค  และอีกหลายมูลนิธิ   รวมถึงยุคนี้ด้วย คือ คสช.  ซึ่งกลุ่มคนนี้ได้จัดการเกาะกับอำนาจ ซึ่งนิยมที่สุดคือการใช้งบ สสส.ในการแลกเปลี่ยนกับการให้คนของตนได้เข้าไปมีอำนาจรัฐ  ครั้งนี้กลุ่มดังกล่าวได้เข้าไปเป็นรัฐมนตรี และ สปช.หลายคนมากๆ ได้แก่ นพ.สมศักดิ์ ชุณ นพ.อำพล จิน นพ.พลเดช ปิ่น นส.สารี อ๋อง ..... ประเทศไทยครั้งนี้ ไม่รอดพ้นเงื้อมมือของคนทุจริตกลุ่มนี้ ซึ่งไม่เคยแม้แต่จะออกมาโต้แย้งว่าตนไม่ได้ทุจริต ไม่กล้าฟ้องคดีกับผู้ที่กล่าวถึงว่ากลุ่มตนทุจริตเงินแผ่นดิน เนื่องจากกลัวการพิสูจน์ความจริงในศาล... แต่คนกลุ่มนี้จะใส่ร้ายคนที่เรียกให้ตรวจสอบตนว่า เป็นคนที่ต้องการแย่งผลประโยชน์จากงบประมาณ ... แล้ว คสช. ก็เชื่อเช่นนั้นใช่หรือไม่ จึงได้แต่งตั้งคนทุจริตที่มีคนทักท้วงมากมาย มาเป็นผุ้ใช้อำนาจ  หรือ คสช.เอง มีปัญหาของตนเอง .... ปฏิรูประเทสไทย....มองไม่เห็นได้โดยแจ้งชัด....สงสารเธอประเทศไทย 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 08 ต.ค. 2014 00:41น. )
ลิ่วล้อหมอประเวศ (ขอทานกองทุน) ถอยกรูดหลังจากไม่สามารถรวมกองทุนตามที่วางกันไว้จะเข้าไปเป็นผู้บริหาร
เขียนโดย ยาย่า   
07 ต.ค. 2014 22:06น.

วันที่ 7 ตุลาคม 2557 NGO นิมิตร เทียนอุดม กับความที่ว่า กองทุนหลักประกันด้านการรักษาพยาบาลคนไทย แน่นอนที่สุดการรวมกองทุนเดียวเป็นไปได้ยาก เพราะ ที่มาของเงินสบทบต่างกัน สถานะสิทธิ์ต่างกัน แต่ทำให้เหมือนกันได้คือมาตรฐานการรักษาพยาบาล การใช้ยาที่จำเป็นพื้นฐาน ส่วนสิทธิ์พิเศษอื่นๆคงต้องเสริมเข้าไป  และว่าจะเร่งให้ รมต.รมช.ผลักดันเรื่องนี้เวลาไม่รอช้าครับ .... NGOเหล่านี้ อ.แก้วสรร เรียกว่าปลวกแทะกองทุน .... thaitrl เห็นด้วยกับ อ.แก้วสรร .... วันๆ คนพวกนี้ก็ให้สื่อที่ว่าจ้างเอาไว้ด้วยเงินกองทุนในรูปแแบต่างๆ เขียนและนำเสนอข่าวของตน... สาระไม่ใส่ใจใดๆ...นี้่แหละเมืองไทยที่เต็มไปด้วยNGOของหมอประเวศ ซึ่งมีผู้ให้ฉายาว่าคือ ขอทานกองทุน

แพทย์หญิงอรพรรณ์ ชี้ หมอสมศักดิ์ รมช.คนนี้ คือคนที่่นำเงินแผ่นดินไปเข้ากลุ่มตนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เขียนโดย ยาย่า   
07 ต.ค. 2014 21:20น.

 วันที่ 7 ตุลาคม 2557 ไทยทีอาร์แอล ไม่ให้ค่ารัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข มาหลายเพลา หลายวัน ไม่กล่าวถึง เนื่องจาก พบว่าที่มาไม่โปร่งใส โดยเฉพาะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ที่ไม่สมค่ราคาที่ คสช.ประกาศไว้ เนื่องจาก นพ.สมศักดิ์ ชุณฯคนนี้ คือผู้มีประวัติไม่ขาวพอที่ชาวสาธารณสุข จะยอมรับได้   สัมภาษณ์ พญ.อรพรรณ์ เมธาดิลกกุล ชี้ว่า นพ.สมศักดิ์ คนนี้ คือผู้ที่นำเงินงบประมาณแผ่นดินของสำนักงานระบาดวิทยาแห่งชาติ นำไปแปลงเข้ากลุ่มตนทั้งที่รู้ว่าเป็นการประทำโดยไม่ชอบด้วยหลักกฎหมายว่าด้วยเงินแผ่นดิน เหตุการณ์นี้ตั้งแต่ประมาณ 20 ปีแล้ว  ในขณะนั้น แพทย์หญิงอรพรรณ์ เป็นแพทย์ระบาดวิทยาอยู่  ในสำนักงานนี้ มีแพทย์ระบาดวิทยาท่านหนึ่งไปร่วมงานในระยะแรก ต่อมาแพทย์ท่านนั้น ไม่ได้ร่วมทำงานกับทีมนี้  กลุ่มของตนที่เบียดบังเงินแผ่นดิน มีชื่อว่า มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ซึ่งมี่ นพ.สมศักดิ์ นพ.ประเวศ วะสี ฯ เป็นผู้ผลักดันก่อตั้งขึ้น  และเป็นที่ถ่ายโอน ฟอกเงินงบประมาณแผ่นดินด้านการสาธารณสุข ไปโดยปราศจากความละอายต่อบาป ซึ่ง พญ.อรพรรณ์ เห็นว่า คสช.ควรจะได้ตรวจสอบนายแพทย์ รมช.คนนี้ โดยด่วน 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 07 ต.ค. 2014 21:30น. )
ข้อมูลเพิ่มเติม...
<< เริ่ม < ก่อนหน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ต่อไป > สุดท้าย >>