Polls

ท่านเห็นด้วยกับการเข้าชื่อเสนอร่าง พรบ.ระเบียบข้าราชการสาธารณสุข หรือไม่
  

Who's Online

ขณะนี้มี 19 บุคคลทั่วไปออนไลน์

Visitor Counter

Today2
Yesterday339
Week3164
Month13039
ทั้งหมด892639

(C) Fliesenstadt

Login Form

ชื่อสมาชิก

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่

Other Menu

Administrator
นพ.ณรงค์ แลัด สธ. ได้เข้าให้กำลังใจกับพลตรีนายแพทย์เหรียญทอง
เขียนโดย นินิ   
10 มี.ค. 2014 19:57น.

วันที่ 10 มีนาคม 2557 วานนี้ เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์ และ นายแพทย์ณรงค์ สหเมะาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เข้าให้กำลังใจกับ พลตรี นายแพทย์เหรียญทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ ที่ถูกคุกคาม ด้วยการทำลายห้องผ่าตัดชั้น ๗ ตามที่ปรากฏเป็นนข่าวไปแล้ว 

ค.แนวทางปฏิรูป ของ อจ.อมร จันทรสมบูรณ์
เขียนโดย นินิ   
09 มี.ค. 2014 07:10น.

วันที่ 9 มีนาคม 2557 ค. thaitrl ขอนำเสนอแนวคิดในการปฏิรูปประเทสไทย ของ อ.อมร จันทรสมบูรณ์  สื่อหลักรายงานว่า มีเพื่อนมิตรในกลุ่มไลน์หลากหลายกลุ่มเผยแพร่คลิปการให้สัมภาษณ์ ศ.ดร.อมร จันทรสมบูรณ์ของ FM TV กันมากโดยย้ำว่าให้ดูและเผยแพร่กันให้มาก ๆ เพราะท่านพูดตรงทุกอย่าง น่าจะเป็นแนวทางในการปฏิรูปประเทศได้


ขออนุญาตเผยแพร่คลิป "เกาะติดวิกฤตชาติกับศ.ดร.อมร จันทรสมบูรณ์" ต่อ ณ ที่นี้

หลังจากก่อนหน้านี้ ผมทำหน้าที่ศิษย์ที่ดีเผยแพร่งานและแนวความคิดในการปฏิรูปประเทศของท่านมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 20 ปีเต็ม นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2536 ที่นำบทความเรื่อง "Constitutionalism : ทางออกของประเทศไทย" ลงตีพิมพ์ในนสพ.ผู้จัดการรายวันติดต่อกัน 1 เดือน เดี๋ยวนี้บทความขนาดยาวเรื่องนี้กลายเป็นหนังสืออ่านประกอบในวิชากฎหมายมหาชนของคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยหลายแห่งไปแล้ว

ท่านอาจารย์อมร จันทรสมบูรณ์เคยไปอภิปรายเรื่องเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศในหัวข้อ "ปฏิรูปประเทศ : ปฏิรูประบบรัฐสภาเพื่อการพัฒนาคุณภาพประชาธิปไตย" ให้กับสถาบันพระปกเกล้าในช่วงเดือนสิงหาคม 2553 นับถึงวันนี้ก็เกิน 3 ปีเต็มมาแล้วมา อาศัยที่ถ้อยคำที่ท่านพูดบางคำบางประโยคนั้นดู "แรง" จึงทำให้ปรากฏเป็นข่าวฮือฮาในวงเล็ก ๆ อยู่วันหนึ่ง แต่ก็เท่านั้น เป็นข่าวพาดหัวอยู่วันเดียวแล้วก็เงียบหายไป เหมือนที่เคยเป็นมาโดยตลอดกับแนวคิดของท่านตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา

โดยหลักแล้วท่านเห็นว่าปัญหาวิกฤตของประเทศเกิดจากระบอบเผด็จการรัฐสภา หรือระบบเผด็จการโดยพรรคการเมืองนายทุน

ถ้าจะแก้ไขก็มีแต่ต้องทำลายระบอบ/ระบบนั้นในทันที !

จริง ๆ แล้วสารัตถะของแนวความคิดนี้ไม่ต่างจากแนวความคิดปฏิวัติประชาธิปไตยของนักเคลื่อนไหวมวลชนกลุ่มหนึ่งที่สืบมรดกความคิดมาจากท่านอาจารย์ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร แน่นอนพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธอยู่ในสกุลความคิดนี้ด้วย

วิธีการแก้ไขในเบื้องต้นที่ท่านอาจารย์อมร จันทรสมบูรณ์เสนอว่าต้องทำทันทีก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดอย่างน้อย ๆ สองสามประการ คือ

1) ไม่บังคับผู้สมัครส.ส.ให้ต้องสังกัดพรรคการเมือง

2) พรรคการเมืองไม่มีอำนาจให้ส.ส.ที่ไม่ปฏิบัติตามคำบงการพ้นจากตำแหน่ง

3) ไม่บังคับว่านายกรัฐมนตรีจะต้องมาจากส.ส.เท่านั้น

จากนั้นขั้นต่อไปก็คือเริ่มกระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อการปฏิรูปการเมือ และการปฏิรูปประเทศ โดยคณะกรรมการที่ประกอบด้วยผู้มีประสบการณ์ในการบริหารบ้านเมือง ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ โดยผ่านระบบการคัดเลือกจาก "รัฐบุรุษ" หรือ "ผู้นำ" ในความหมายของ Statesman ไม่ใช่ในลักษณะของ "สภา" หรือ "สมัชชา" ที่มีที่มาหลากหลาย

ขั้นสุดท้ายเมื่อได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่พร้อมด้วยกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ที่จะต้องทำเสร็จพร้อมกันแล้วให้นำมาผ่านการลงประชามติจากประชาชนโดยตรง

ไม่ว่าใครจะเห็นพ้องหรือเห็นต่างอย่างไรท่านอาจารย์อมร จันทรสมบูรณ์ก็ยืนยันของท่านอย่างนี้ มากว่า 20 ปีแล้วนับตั้งแต่นำข้อเขียนเรื่อง "รัฐธรรมนูญ : โครงสร้างและกลไกทางกฎหมาย" เสนอต่อที่ประชุมในการสัมมนาทางวิชาการที่โรงแรมเอเซีย จัดโดยสถาบันนโยบายศึกษา เมื่อเดือนกรกฎาคม 2534 และเป็นหัวหน้าคณะวิจัยรวมทั้งเขียนบทความต่อเนื่องด้วยตนเองตลอด 2 ปีต่อมา ก่อนจะตกรวบยอดเป็นบทสรุปด้วยการเขียนบทความขนาดยาวเรื่อง "Constitutionalism : ทางออกของประเทศไทย" ลงในนสพ.ผู้จัดการรายวันช่วงเดือนเมษายน 2537 สมัยเมื่อผมเป็นบรรณาธิการข่าวการเมืองและบรรณาธิการบทความ และจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มโดยสถาบันนโยบายศึกษาในอีก 3 เดือนต่อมา อย่างที่เล่าให้ฟังในตอนต้น

ท่านอาจารย์หมอประเวศ วะสีก็เคยนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้กับการทำงานของคณะกรรมการพัฒนา ประชาธิปไตย (คพป.) เมื่อปี 2537 อย่างจริงจัง

คุณบรรหาร ศิลปอาชานำมาหาเสียงเลือกตั้งในปี 2538 เป็นสัญญาประชาคมของพรรคชาติไทยว่าถ้าได้เป็นรัฐบาลจะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามแนวทางคพป.นี้ และจะเพราะสัญญาประชาคมนี้หรือไม่ ไม่ทราบ แต่ท่านก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ของประเทศนี้หลังการเลือกตั้งครั้งนั้น และได้ตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้นมาศึกษาหาแนวทางทำตามสัญญาประชาคมโดยมีคุณชุมพล ศิลปะอาชาเป็นประธาน

เป็นรากฐานที่นำไปสู่การแก้ไขมาตรา 211 รัฐธรรมนูญ 2534 ในปี 2539

ก่อให้เกิดสภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทำรัฐธรรมนูญ 2540 ขึ้นมาในที่สุด แต่เป็นรูปแบบสภาหรือสมัชชา แตกต่างไปจากแนวคิดเดิม จึงก่อให้เกิดเป็นข้อจำกัด แม้นวัตกรรมทางการเมืองหลายอย่างจะมาจากแนวคิดวิชากฎหมายมหาชนยุคใหม่ที่นำเสนอโดยท่านอาจารย์อมร จันทรสมบูรณ์ แต่หลักสำคัญที่สุดสองสามประการที่ผมกล่าวข้างต้นไม่ได้รับการแก้ไข เพราะไม่สามารถยืนหยัด "ทานกระแส" ที่เชื่อผิด ๆ ต่อ ๆ ตามกันมา

ผลที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญฉบับนั้นในที่สุดจึงคือการกระชับอำนาจให้กับระบบเผด็จการโดยพรรคการเมืองนายทุน

ท่านอาจารย์อมร จันทรสมบูรณ์ไม่ได้ย่อท้อ หรือเปลี่ยนแปลงความคิด ท่านนำเสนอแนวคิดพื้นฐานของท่านอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งหนึ่ง 2 ศิษย์เอกอย่างท่านอาจารย์สมยศ เชื้อไทยและท่านอาจารย์บรรเจิด สิงคเนติถึงกับก่อตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาพรรคหนึ่งชื่อ "พรรคทางเลือกที่สาม" ในช่วงปี 2547 ช่วงวิกฤตเดือนมีนาคม - พฤษภาคม 2553 ก่อนจะนองเลือด ท่านก็เสนอทางออกของประเทศไทยอีกครั้งภายใต้แนวคิดพื้นฐานเดิมแต่ประยุกต์ไป ตามสถานการณ์

เมื่อเกิดกระแส "ปฏิรูปประเทศ" ขึ้นควบคู่กันไป ท่านก็ออกมาตอบโจทย์อีกว่าจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ครั้ง 2 ขั้นตอน

เสนอตัวอย่าง "ร่างต้นแบบการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย" ออกมาด้วย !

จุดอ่อนประการสำคัญของท่านอาจารย์อมร จันทรสมบูรณ์ก็คือภาคประชาชนส่วนหนึ่งกล่าวหาท่านว่าไม่เห็นพลังของมวลชน ไปเน้นแต่ชนชั้นนำมากเกินไป

ท่านก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะเชื่อแนวทางการวิเคราะห์สังคมไทยตามหลักสังคมวิทยาการเมือง

เมื่อ 2 ปีก่อนท่านวิจารณ์แนวทางตั้งสมัชชาของท่านอาจารย์หมอประเวศ วะสีที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะไว้ว่า การแก้ปัญหาการปฏิรูปประเทศไม่ได้อยู่ที่จำนวนของสมัชชา และคาดหมายว่าสิ่งที่คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปจะได้จากสมัชชาทั้ง 14 สมัชชา ก็คือ ความคิดเห็นที่หลากหลาย จนจับสาระและเหตุผลไม่ได้ และไม่รู้ว่าจะทำให้ข้อเสนอเป็นจริงขึ้นมาได้อย่างไร

อยากให้กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณลองพิจารณาแนวทางปฏิรูปประเทศของท่านอาจารย์อมร จันทรสมบูรณ์มาประยุกต์กับการต่อสู้ของมวลมหาประชาชน แม้อาจจะเป็นแนวทางที่แตกต่างไปจากแนวทางสภาประชาชน-รัฐบาลประชาชน

จะอย่างไรลักษณะไหน เชื่อว่านักวิชาการรอบตัวกำนันน่าจะช่วยกันได้ เพราะท่านอาจารย์อมร จันทรสมบูรณ์มีตัวแบบไว้ให้เสร็จสรรพ

ในคลิปสัมภาษณ์ล่าสุดท่านอาจารย์อมร จันทรสมบูรณ์ก็ได้พูดถึงการปฏิวัติโดยประชาชนไว้ด้วย

แนวทางการขอพระราชทานรัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูปประเทศอาจเป็นหนึ่งในทางออกได้เมื่อครองความเป็นรัฏฐาธิปัตย์ได้สมบูรณ์

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 09 มี.ค. 2014 07:15น. )
ข.แนวทางปฏิรูป ของ คปร. ทีมหมอประเวศ-วิชัย-ชูชัย-พลเดช และ NGO สธ.ใช้งบ สสส.ที่โ่งดังด้านถลุงเงินรัฐ
เขียนโดย นินิ   
09 มี.ค. 2014 07:10น.

วันที่ 9 มีนาคม 2557 thaitrl ขอนำเสนอแผนภูมิการปฏิรูป ของ คปร. ซึ่งจัดตั้งขึ้นด้วยงบประมาณด้านการสาธารณสุข  ซึ่งสื่อเคยเสนอว่าถลุงเงิน จ่ายเบี้ยกันเละ และมีข้อท้วง นายแพทย์ประเวศ วะสี กับ นายอนันต์ ปันยารชุน นพ.วิชัยโชควิวัฒน์ นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ นางสารี อ๋องสมหวัง ใน thaitrl มาก่อนนี้หลายข่าวแล้ว  โดยสื่อระบุว่าถลุงเละ กว่า 200 ล้าน บางข่าวก็ว่า 1000 ล้านบาท โดยใช้งบ สสส.  และจำกัดวงเฉพาะกลุ่ม NGO  ทาง thaitrl ก็จะนำเสนอให้ท่านได้ทราบและพิจารณาไว้  โดยเสนอเฉพาะแผนภูมิ หากสนใจ ค้นเพิ่มเติมได้ที่ คปร.  ก.สธ. เสนอ เป็นแนวทางปฏิรูปประเทศไทย ในลำดับ  ข.

thaitrl จะทยอยนำเสนอแนวคิด/แนวทางปฏิรูปประเทศไทย ที่มีบางท่านเสนอ ประกอบดู
เขียนโดย นินิ   
09 มี.ค. 2014 06:54น.

วันที่ 9 มีนาคม 2557 thaitrl จะทยอยนำแนวคิดของคนไทยท่น่าสนใจ ไม่ว่าเขาจะเป็นนักวิชาการ แรงงาน ชาวนา พ่อค้าแม่ค้า ที่มีแนวคิดเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย มานำเสนอต่อชาว ไทยทีอาร์แอล ตั้งแต่บัดนี้ให้มาก  วันนี้นำเสนอ ก.

   ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เสนอแนวคิดดังนี้

1) ปฏิรูปการเมือง
หลักการสำคัญข้อแรกของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข คือ อำนาจทางการเมืองที่ได้มาจากประชาชนต้องมีขอบเขตจำกัด โดยกฎหมาย ตามกฎกติกา และค่านิยม ธรรมเนียมปฏิบัติอันทรงคุณค่าของสังคม และต้องตระหนักว่า "เสียงข้างมากไม่ใช่ "ประทานบัตร" หรือใบอณุญาต ที่ให้อำนาจผู้ถือสิทธิ์จัดการกับประเทศตามอำเภอใจ ไม่มีขอบเขต ไม่คำนึงถึงความถูกต้อง หลักนิติธรรม ค่านิยมของสังคมใดๆ ทั้งสิ้น
สร้างเสริมกลไกในการตรวจสอบถ่วงดุลย์อำนาจฝ่ายต่างๆ ที่อาจจะเหลื่อมล้ำเกินเลยขอบเขตของกรอบกฏหมาย ละเมิดสิทธิฝ่ายอื่น เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้องครอบครัว และกำหนดให้มีกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างรัดกุมและมีประสิทธิภาพ และกลไกดังกล่าวจะต้องได้รับการปกป้องคุ้มครอง ไม่ให้มีการอ้างสิทธิจากเสียงข้างมากเข้ามาก้าวก่าย จนเสียความเป็นกลาง ขาดอิสระ และไร้ประสิทธิภาพ
2) ปฏิรูประบบตรวจสอบอันเข้มข้นจากภาคประชาชน เพื่อต่อต้านคอรัปชั่น การฉ้อราษฏร์บังหลวง
ในระยะเวลาที่ผ่านมาการบริหารจัดการโอกาสและทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน ทั้งในรูปของงบประมาณแผ่นดิน ทรัพยากรธรรมชาติ กิจการรัฐวิสาหกิจ ได้ถูกครอบงำ ตักตวงผลประโยชน์ทุกรูปแบบ จนทำให้ผลประโยชน์สูงสุดไม่ตกเป็นของประเทศชาติและประชาชน ถ้าคิดเป็นมูลค่าเป็นตัวเงินเกิดการรั่วไหลกว่า 300,000 ล้านบาทต่อปี
นอกจากนั้นทรัพย์สินของรัฐ สมบัติของแผ่นดินต้องได้รับการปกป้อง แยกส่วนชัดเจนจัดการ จากทรัพย์สินส่วนตัว ไม่ปะปนสับสนเป็นกงสีของตระกูล เครือญาติ และพรรคพวก มาตรการต่างๆ ที่ควรจะพิจารณาจัดตั้ง คือ
- มีองค์กรตรวจสอบภาคประชาชน ให้ภาคประชาชนมีสิทธิ์ในการตรวจสอบ และฟ้องร้องดำเนินคดีได้
- กำหนดให้มีบทลงโทษที่ชัดเจน มีกระบวนการกฏหมายให้มีการปฏิบัติอย่างรัดกุม ในการที่หน่วยงานรัฐไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร
- คดีคอรัปชั่นไม่มีหมดอายุความ
3) ปฏิรูประบบราชการและกระจายอำนาจ
ระบบราชการต้องปลอดจากการเมือง ข้าราชการมีศักดิ์ศรี เป็นอิสระ มีสิทธิ์ในการบริหารจัดการกิจการภายในองค์กรของตนเองตามกรอบและกฎเกณฑ์โดยกฎหมายเฉพาะสำหรับแต่ละหน่วยงานที่ชัดเจน เพื่อมิให้เป็นกลไกเพื่อเพิ่มพูนแสวงหาและรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว และพวกพ้อง เหมือนที่เป็นอยู่ตั้งแต่ในอดีตและรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน
กลไกการปกครองของรัฐต้องมีการกระจายโอกาสให้ประชาชนและภาคประชาสังคม มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายของชุมชนและองค์กรปกครองท้องถิ่น ตลอดจนการใช้ และเข้าถึงซึ่งทรัพยากรในท้องถิ่นของตน โดยคำนึงถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อคุณภาพชีวิตของประชากรของประเทศร่วมกัน
- เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด
- ยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาค กระจายอำนาจราชการสู่ท้องถิ่น กำหนดให้หน่วยงานภายใต้สังกัดของมหาดไทย การศึกษา การเกษตร การพาณิชย์ การส่งเสริมการลงทุน ฯลฯ อยู่ภายใต้อำนาจของท้องถิ่น
- งบประมาณของแผ่นดินไม่น้อยกว่า 35% ให้อยู่ในการดูแลของรัฐบาลท้องถิ่นในทุกระดับ
- กำหนดการกระจายอำนาจให้เป็นวาระแห่งชาติที่ทุกรัฐบาลต้องดำเนินการ
- ตำรวจสังกัดท้องถิ่น อยู่ภายใต้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้ง
- ปฏิรูประบบราชการ ข้าราชการทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ตอบโจทย์สังคมที่เปลี่ยนไป
- ขจัดการการแทรงแซงของภาคการเมือง และระบบอุปถัมภ์
- มีการจัดตั้งสภาประชาชนในทุกจังหวัดเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบหน่วยงานท้องถิ่น
- เป็นภาคีกับองค์กรระหว่างประเทศเพื่อต่อต้านคอรัปชั่น เพื่อผูกพันประเทศไทยต้องมีระบบการตรวจสอบ ป้องกันที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากลมากยิ่งขึ้น เช่น อนุสัญญา ต่อต้านคอรัปชั่นของ OECD ปี 2011 และ ข้อตกลง ASEAN Supreme Audit Institutions Assembly
4) ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้และโอกาส ให้คนไทยหลุดพ้นจากความยากจน บนพื้นฐานเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศแบบทั่วถึง และเป็นธรรม มีเป้าหมายขจัดความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจน มีดัชนีบอกวัดความเหลื่อมล้ำที่แม่นยำ ไม่ให้เกิดสภาพการ "รวยกระจุก จนกระจาย" อีกต่อไป
- สร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนระยะยาว
- แก้ปัญหาการถือครองที่ดิน ให้มีที่ดินทำกินอย่างทั่วถึง ควบคู่ไปกับการจัดการกับที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์
- ปรับโครงสร้างกระบวนการผลิต การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การแปรรูป การตลาด และการขนส่ง สำหรับภาคเกษตร ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรอินทรีย์ และเกษตรผสมผสาน
- ลงทุนระบบชลประทาน ทุกชุมชนต้องเข้าถึงแหล่งน้ำได้
5) ปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้ทุกคนมีโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน
ให้โอกาสทางการศึกษา พัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างทั่วถึงเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เคารพและให้เกียรติต่อกัน มีความปรองดองในหมู่ประชากรที่มีความหลากหลาย ด้วยความเสมอภาค ปราศจากการแบ่งแยก เลือกปฏิบัติ กีดกัน รังเกียจเดียดฉันท์ เนื่องด้วยความแตกต่างทางสังคม วัฒนธรรม ศาสนา ตลอดจนความเห็นทางการเมืองที่ต่างกัน
- สร้างโอกาสที่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงการศึกษา เด็กยากจนต้องได้เข้าเรียนทุกคน ไม่มีใครตกหล่นจากระบบการศึกษา (No child left behind) เพื่อให้มีอัตราการเข้าศึกษา 100% จาก อนุบาล 1 จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6
- มีการจัดการอบรมสำหรับครู รวมทั้งปรับปรุงหลักสูตรการเรียนให้มีมาตรฐาน น่าสนใจต่อผู้เรียน
- มีการวัดผลโรงเรียน ครู และกระบวนการสอน อย่างโปร่งใส รัดกุม ได้มาตรฐาน โดยผู้เชี่ยวชาญและกระบวนการที่ตรวจสอบได้ โดยใช้ประสิทธิผลของนักเรียนเป็นดัชนีชี้วัด
6) ปฏิรูประบบสวัสดิการเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างทั่วถึง โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ (Human Dignity) และความมั่นคงมนุษย์ (Human Security)
จัดเก็บภาษีอย่างทั่วถึงเป็นธรรม มุ่งเป็น สังคมสวัสดิการ ให้ทุกชีวิตดำรงอยู่อย่างเสมอภาค มีความมั่นคงบนพื้นฐานแห่งศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน - ทั้งชีวิตเราดูแล "จากครรภ์มารดาสู่เชิงตะกอน"
- การดูแลตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ช่วงก่อนเข้าเรียน และในช่วงวัยเรียน ตลอดจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- การขยายระบบประกันสังคมและบำนาญที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมและเป็นธรรม อย่างทั่วถึง
7) เศรษฐกิจที่มีการแข่งขันอย่างโปร่งใส เป็นธรรม เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค
- บังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างจริงจัง
- จัดตั้งองค์การคุ้มครองผู้บริโภคที่มีตัวแทนของภาคประชาชน และเป็นองค์กรที่เป็นอิสระนอกเหนือจากระบบราชการ
8) ปฏิรูปสื่อสารมวลชน
สิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญของระบอบประชาธิปไตย ประชาชนต้องมีข้อมูลสำหรับการตัดสินใจ มีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ การแสดงออกซึ่งความคิดเห็นที่แตกต่าง โดยสันติ มีสิทธิ์ในการได้รับและเข้าถึงข้อมูลและข่าวสารของรัฐ จะต้องมีการคุ้มครอง ปกป้องอย่างจริงจัง ปราศจากการแทรกแซงโดยอำนาจรัฐ และอิทธิพลทางการเมือง ต้องไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือ
- สื่อมวลชนทุกแขนงต้องนำเสนอข่าวที่เท่าเทียมกันระหว่างฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และ ภาคประชาชน
- กำหนดมาตรฐานจริยธรรมของสื่อ มีองค์กรวิชาชีพเป็นเครื่องมือในการควบคุมจริยธรรมและจรรยาบรรณของสื่อสารมวลชน
9) ปฏิรูประบบยุติธรรม
สิทธิการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างทั่วถึง มีการบังคับใช้กฏหมายอย่างเท่าทียม ไม่ใช้กระบวนยุติธรรมเพื่อเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมือง และผู้ที่ด้อยโอกาสในสังคม ไม่มีสองมาตรฐาน
- พิจารณาคดีในรูปแบบคณะอัยการ สำหรับคดีสำคัญ คดีที่มีความเกี่ยวกับสังคมส่วนรวม ไม่รวบอำนาจไว้ที่อัยการสูงสุด
- มีตัวแทนภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในระบบอัยการ เช่น อยู่ใน คณะกรรมการอัยการที่แต่งตั้งอัยการ หรือคัดเลือกองค์คณะอัยการในคดีที่สำคัญของแต่ท้องที่ เช่นคดีการเมืองในจังหวัด คดีการเมือง คดีผู้มีอิทธิพล
- ป้องกันการล้มคดี ในระดับตำรวจในคดีสำคัญให้อัยการร่วมในการสืบสวน หาพยานและหลักฐานด้วย

กปปส. กางปฏิทิน ปฏิรูปประเทศไทย
เขียนโดย นินิ   
09 มี.ค. 2014 06:42น.

วันที่ 9 มีนาคม 2557 นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ โฆษกกปปส. แถลงเมื่อวันที่ 8 มีนาคม ถึงรายละเอียดเวทีปฏิรูปว่า เวทีดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มเข้าร่วม โดยมีเป้าหมายหนึ่งเดียวคือแผ่นดินไทย และใช้ชื่อว่า "มวลมหาประชาชน เดินหน้า เปลี่ยนประเทศ" (Restart Thailand)

สำหรับกระบวนการปฏิรูปประเทศมี 3 ขั้นตอน โดยสองขั้นตอนแรกจะดำเนินการโดยกปปส. คือ เวทีวิชาการระดมความรู้จนตกผลึกเป็นข้อเสนอทางวิชาการ และเวทีสมัชชาที่ประชาชนสามารถระดมความคิดได้จากทั่วประเทศ จากนั้นเมื่อสรุปเป็นข้อเสนอแนะแล้ว กปปส.ก็จะเสนอต่อสภาประชาชนและรัฐบาลประชาชนต่อไป

นายเอกนัฎ กล่าวว่าในส่วนของเวทีวิชาการ จะแบ่งออกเป็น 6 หัวข้อหลัก ดังนี้ วันที่ 10 มี.ค.เรื่องแก้ความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป และเวลา 13.00 น. จะเริ่มเปิดเวทีเสวนาโดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลายด้านเข้าร่วม 30-40 คน อาทิ น.พ.พลเดช ปิ่นประทีป น.พ.ชูชัย ศุภวงศ์ อดีตคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ เป็นต้น

วันที่ 12 มี.ค. เรื่องทุจริตคอรัปชั่น วันที่14 มี.ค. เรื่องการกระจายอำนาจ วันที่ 17 มี.ค. เรื่องปรับโครงสร้างตำรวจ, วันที่ 19 มี.ค. เรื่องการเลือกตั้งและพรรคการเมือง และวันที่ 21 มี.ค. เรื่องระบบราชการ และในวันที่ 15-16 มี.ค. จะเป็นการรายงานให้ประชาชนได้รับทราบถึง 3 หัวข้อแรกบนเวทีใหญ่ที่สวนลุมพินี ทั้งนี้ ไม่ได้กำหนดว่าหัวข้อปฏิรูปแต่ละเรื่องจะต้องหาข้อสรุปให้ได้ภายในหนึ่งวันเท่านั้น.

reatartingThailand@gmail.com ยอดฮิต
เขียนโดย นินิ   
09 มี.ค. 2014 06:36น.

 วันที่ 9 มีนาคม 2557 เชิญชาวไทยทุกท่านเสนอความเห็น และแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย ไปที่ กปปส.ทางอิเมล์ นี้ /ช่วยกันครับ บ้านเมืองของเรา กระบวนการปฏิรูป ไม่กันใครออก ทุกความเห็นได้รับการรวมไว้ และนำมาแลกเปลี่ยนกันในเวทีปฏิรูป  

 

กปปส.ชูเวทีปฏรูปรายประเด็น ๖ ประเด็นเสร็จภายใน ๒ สัปดาห์
เขียนโดย นินิ   
09 มี.ค. 2014 06:20น.

วันที่ 9 มีนาคม 2557 เพิ่มเติม เรื่องสำคัญ เชิญชาวไทยทีอาร์แอล ที่รักชาติรักแผ่นดิน ที่ในสนใจรับฟังข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยจากทุกส่วน หรือมีข้อเสนอเพื่อการปฏิรูประเทศไทย โปรดตัดสินใจและเดินทางเข้าประชุมปฏิรูปประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ด้วย   สือ่หลักรายงานว่า 

      เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่เวที กปปส.สวนลุมพินีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวว่า กลุ่ม กปปส. จะเริ่มต้นขบวนการปฏิรูปอย่างแบบเต็มรูปแบบที่ศูนย์เยาวชน ภายในสวนลุมพินี ตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค.-21 มี.ค. ภายใต้ชื่อกิจกรรม"มวลมหาประชา เดินหน้าเปลี่ยนประเทศ" โดยกระบวนการปฏิรูปแบ่งออกเป็น3 ขั้นตอนคือ การจัดเวทีวิชาการ ระดมความรู้ จากนั้นก็จัดเวทีสมัชชาประชาชน เพื่อรวบรวมความคิดเห็นจากนั้นจะนำความคิดเห็นทั้งหมด สรุปและส่งมอบให้กับสภาประชาชน ที่จะถูกตั้งขึ้นหลังจากที่รัฐบาลชุดนี้ลาออกไปแล้ว โดยเวทีวิชาการจะมีการระดมปัญญา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น จากนักวิชาการและประชาชน ภายใต้ 6 หัวข้อหลัก ที่จำเป็นเร่งด่วนตามที่ได้เสนอไปแล้ว ซึ่งครั้งแรกในวันที่ 10 มี.ค. จะจัดเสวนาในหัวข้อ" แก้ความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสังคมเข้มแข็ง " โดยมีนายพลเดช ปิ่นประทีป เป็นเจ้าภาพในการจัดเสวนา และจากนั้นก็จะจัดเวทีวิชาการในหัวข้ออื่นๆ ต่อไป

และการเสวนา ครั้งที่ 2 ในวันที่ 12 มี.ค. หัวข้อทุจริต คอรัปชั่น มีนายบรรเจิด สิงคะเนติ คณะบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เข้าร่วมเสวนา ครั้งที่ 3 วันที่ 14 มี.ค. หัวข้อการกระจายอำนาจ ครั้งที่ 4 วันที่ 17 มี.ค. การปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ มีพล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ เข้าร่วมเสวนา ครั้งที่ 5 วันที่ 19 มี.ค. การปฏิรูปการเมืองเลือกตั้ง และระบบพรรคการเมือง ครั้งที่ 6 วันที่ 21 มี.ค. การปฏิรูประบบราชการ และอาจมีการหัวข้ออื่น ๆ ต่อไป

นายเอกนัฏกล่าวต่อว่า ขอยืนยันว่า ครั้งนี้เป็นการจัดเวทีปฏิรูป ที่ไม่เหมือนกับที่แล้วมาโดยจะเน้นรวบรวมความคิด และแนวทางการปฏิบัติที่ทำได้จริง และต้องเปิดกว้างให้กับประชาชนได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนแรกโดยจะมีการเปิดให้ประชาชนเข้ามาสังเกตุการณ์ ได้ อีกทั้งจะมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์แจกแบบฟอร์มให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็น และใช้เทคโนโลยีด้านอื่นๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วประเทศร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการปฏิรูป หรือส่งความคิดเห็นมาทางอีเมล และจะมีการนำเสนอผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อสื่อสารต่อไปยังสาธารณะชนมากขึ้นต่อไป

" เพื่อให้สอดคล้องกับปฏิบัติการชัตดาวน์กรุงเทพฯ ที่ผ่านมา ครั้งนี้เราจะรีสตาร์ทประเทศไทยตามเป้าหมายที่จะขจัดระบอบทักษิณ แล้วนำไปสู่การปฏิรูปประเทศ โดยเราจะเร่งดำเนินกาปฏิรูปให้เร็วที่สุดเพราะเราเชื่อว่าในที่สุดรัฐบาลชุดนี้ ต้องลาออกจากรักษาการ และเมื่อสภาประชาชนถูกตั้งขึ้นเราก็จะนำข้อเสนอของประชาชนที่ได้นี้ ส่งต่อให้สภาประชาชนต่อไป " นายเอกนัฏ กล่าว

นายเอกนัฏ เปิดเผยถึงกรณีที่นายพงษา ชูแนม หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ หนึ่งในแนวร่วมกปปส. และเคยขึ้นเวทีกปปส.ที่ขณะนี้ไปลงรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาจ.ชุมพร ว่า เรื่องดังกล่าว ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ตนขอยืนยันว่า การลงสมัครดังกล่าวของนายอภิชาติ ไม่ใช่เป็นเพราะกปปส.พิจารณาส่งลงสมัครทั้งนี้จุดยืนของกลุ่มกปปส.นั้น ยืนยันว่า เราไม่ได้ขัดขวางการเลือกตั้งแต่เราต้องการที่จะขจัดระบอบทักษิณเท่านั้นซึ่งหากใครจะไปลงสมัครก็ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล.

       

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 09 มี.ค. 2014 06:31น. )
พรุ่งนี้จะนับ๑การปฏิรูประเทศไทยรายประเด็น
เขียนโดย นินิ   
09 มี.ค. 2014 06:20น.

วันที่ 9 มีนาคม 2557  เชิญชาวไทยทีอาร์แอล ที่รักชาติรักแผ่นดิน ที่ในสนใจรับฟังข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยจากทุกส่วน หรือมีข้อเสนอเพื่อการปฏิรูประเทศไทย โปรดตัดสินใจและเดินทางเข้าประชุมปฏิรูปประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ด้วย   สือ่หลักรายงานว่า 

       ประชาชนทยอยเดินทางร่วมชุมนุมกับ กปปส.สวนลุมพินี ต่อเนื่อง ขณะ "เอกนัฏ" ระบุ 10 มี.ค. เดินหน้าปฏิรูปประเทศ ยึด 6 ข้อ จัดสมัชชาประชาชน

บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. ที่บริเวณสวนลุมพินี ล่าสุดประชาชนเริ่มทยอยเดินทางเข้าร่วมชุมนุม และเริ่มมีการจับจองพื้นที่บริเวณด้านหน้าเวทีแล้ว ขณะที่กิจกรรมบนเวที มีแกนนำย่อยขึ้นกล่าวทักทายผู้ชุมนุม พร้อมกับการปราศรัยอย่างต่อเนื่อง ในประเด็นต่างๆ อาทิ การหมดอายุของรัฐบาลรักษาการ การทุจริตโครงการรับจำนำข้าว สลับกับการเล่นดนตรีสร้างบรรยากาศการชุมนุม ส่วนเต็นท์ครัวอาสากำลังทยอยแจกจ่ายอาหารเย็นแก่ผู้ชุมนุม

สำหรับกระบวนการในการปฏิรูปประเทศครั้งนี้เปิดเผยว่า มี 3 ขั้นตอน ประกอบด้วย การเปิดเวทีวิชาการให้ความรู้ต่อประชาชน และจะนำข้อสรุปทางวิชาการ ไปสู่การรวบความความคิด ในเวทีสมัชชาประชาชน ก่อนจะนำไปสู่การเปิดสภาประชาชน และมีรัฐบาลประชาชนเกิดขึ้น

โดยกิจกรรมของเวทีวิชาการนั้น จะมีการระดมความคิดและเสวนาใน 6 หัวข้อหลัก โดยมีนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เข้าร่วมเสวนาอย่างเปิดเผยในแต่ละวันซึ่งกำหนดขึ้นวันละ 1 หัวข้อ โดยวันที่ 10 มีนาคม นี้ จะมีการเปิดการเวทีอย่างเป็นทางการ ก่อนเสวนาในข้อแรก คือ ประเด็นแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

มวลชนทยอยร่วมเวทีกปปส.ลุมพินี-รปภ.เข้ม

บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. ที่บริเวณสวนลุมพินี ขณะนี้ประชาชนยังคงทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมอย่างต่อเนื่อง และจับจองพื้นที่บริเวณด้านหน้าเวทีเกือบเต็มพื้นที่แล้ว ด้านกิจกรรมบนเวทียังคงเป็นการสลับกันขึ้นปราศรัยโจมตีรัฐบาลรักษาการ ในเรื่องต่างๆ อาทิ โครงการรับจำนำข้าว การสิ้นสุดอายุของรัฐบาลรักษาการ จากแกนนำย่อย สลับกับการเล่นดนตรีเพื่อสร้างบรรยากาศการชุมนุม

ขณะที่ มาตรของการรักษาความปลอดภัยนั้น มีการวางกำลังตรวจตราอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันบุคคลที่สามเข้ามาก่อกวนในพื้นที่ชุมนุม

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 09 มี.ค. 2014 06:21น. )
พล.ต.นพ.เหรียญทอง ผอ รพ.มงกุฏวัฒนะ แถลงประณาม การถล่มห้องผ่าตัดชั้น ๗ ของ รพ.
เขียนโดย นินิ   
08 มี.ค. 2014 08:33น.

วันที่ 8 มีนาคม 2557 สื่อหลักรายงานว่า พล.ต.นพ.เหรียญทอง ผอ.รพ.มงกุฏวัฒนะ โพสต์เกิดเหตุปืนยิงใส่รพ. แม้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่อยากว่าย้ำดูแลทั้งคนเป็นกปปส.และไม่ได้เป็นด้วยผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊คของ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฏวัฒนะ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า แชร์ให้ทราบทั่วกันว่า ...เมื่อวันที่ 7 มี.ค.2557 เวลาประมาณ 20.00 น. มีผู้ก่อเหตุร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ รพ.มงกุฎวัฒนะ ถึงแม้จะไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่ รพ.มงกุฎวัฒนะ ขอประนามการกระทำเหตุร้ายในครั้งนี้ดังความต่อไปนี้

1) ไม่มีสงครามใดหรือการยุทธใด แม้ในสงครามโลกก็ไม่เคยมีการทำร้ายโรงพยาบาลหรือหน่วยแพทย์ ดังเช่นการกระทำที่เกิดขึ้นต่อ รพ.มงกุฎวัฒนะในครั้งนี้
2) ถึงแม้ รพ.มงกุฎวัฒนะ จะให้การรักษาพยาบาลผู้ชุมนุม กปปส.ที่แจ้งวัฒนะและมีความสัมพันธ์อันดีอย่างเปิดเผยก็ตาม แต่ รพ.มงกุฎวัฒนะ ก็ให้การรักษาพยาบาลผู้ที่มีอุดมการณ์ตรงข้ามกับผู้ชุมนุม กปปส.อย่างเปิดเผยโดยไม่รังเกียจเดียดฉันท์ด้วยเช่นกัน
3) รพ.มงกุฎวัฒนะ มีบุคลากรที่มีอุดมการณ์ กปปส.และบุคลากรที่มีอุดมการณ์ต่อต้าน กปปส. แต่บุคลากรทั้ง 2 ฝ่ายก็ทำงานและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เหตุการณ์ยิงอาวุธปืนในครั้งนี้จะนำมาซึ่งความแตกแยกและการอยู่ร่วมกันของบุคลากร
4) รพ.มงกุฎวัฒนะ ไม่ขอแจ้งความดำเนินคดีเพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุร้ายในครั้งนี้ เนื่องจากไม่มีความมั่นใจและไว้วางใจในรัฐบาลรักษาการณ์ปัจจุบัน
5) รพ.มงกุฎวัฒนะ ใคร่ขอรับการสนับสนุนการรักษาความปลอดภัยจากชุดปฏิบัติการของกองทัพบกในพื้นที่แจ้งวัฒนะ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบโดยทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ 7 มีนาคม พ.ศ.2557
พลตรี นายแพทย์ เหรียญทอง แน่นหนา
ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 08 มี.ค. 2014 08:42น. )
วิทยา แก้วภราดัย แกนนำ กปปส. ชี้กรีเฉลิมท้านายสุเทพ ด้านถาวรจะยื่นฟ้องศาลชี้รักษาการนายกฯพ้นสภาพ
เขียนโดย นินิ   
07 มี.ค. 2014 23:22น.

วันที่ 7 มีนาคม 2557 เกิดเหตุเสียงดังคล้ายปืน กลางดึก ใกล้สวนลุมพินี เจ็บ 2 ราย ขณะ 'ถาวร' เตรียมส่งทีมกฎหมาย ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสถานภาพรัฐบาลรักษาการ ด้าน การ์ด คปท. ยัง รปภ. เข้มข้น

บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.สวนลุมพินี เช้านี้ มวลชนยังคงตื่นขึ้นทำภารกิจส่วนตัวตามปกติ เพื่อเตรียมพร้อมร่วมปฏิบัติภารกิจพิเศษ ขณะเดียวกัน ต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงเมื่อช่วงกลางดึก เวลาประมาณ 01.20 น. เกิดเหตุเสียงดังคล้ายปืน บริเวณสวนลุมพินี มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย เป็นหญิง อายุ 31 ปี ถูกนำส่งโรงพยาบาลตำรวจ จากนั้น เวลาประมาณ 03.30 น. มีผู้บาดเจ็บ เป็นชาย 1 ราย ถูกยิงที่ถนนวิทยุ เข้ารักษา ร.พ.จุฬาลงกรณ์ ซึ่งข้อมูลมาจากศูนย์เอราวัน ซึ่งได้รับแจ้งจากผู้อยู่ในเหตุการณ์ ทั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรกของการก่อเหตุป่วน ภายหลังมีการยุบรวมเป็นเวทีเดียว จึงมีการเข้มงวดการรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ไม่เกินช่วงเที่ยงวันนี้ นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. เตรียมส่งทีมกฎหมาย ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพรัฐบาลรักษาการ เหตุเปิดประชุมสภาหลังเลือกตั้งไม่ได้ใน 30 วัน และยื่นต่อศาลแพ่ง เอาผิด ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ(ศรส.) สั่งเนรเทศ นายสาธิต เซกัล ด้วย

"วิทยา" มั่นใจการต่อสู้ใกล้จบ ใกล้ชนะ แต่ระบุวันไม่ได้

นายวิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่าจากการที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส. ประกาศว่าใกล้จะได้รับชัยชนะแล้วนั้น ยังไม่สามารถระบุวันที่ชัดเจนได้ เพียงแต่เชื่อว่า หากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ในความผิดโครงการจำนำข้าว ก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นแห่งชัยชนะที่ดี แต่ก็ไม่อาจระบุได้ชัดว่า การชุมนุมจะจบลงทันที หรือสิ้นเดือนนี้ เพราะไม่สามารถประเมิน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ ว่าจะยอมจบหรือไม่ เพียงยืนยันว่า หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลาออก กปปส.ก็กลับบ้าน ประเทศก็จะได้มีการปฏิรูป แต่หากยังสู้ต่อ ทั่วประเทศ ทั่วโลก ก็จะได้รู้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้นไม่ได้มีหัวใจประชาธิปไตย ไม่ยอมรับการตรวจสอบแต่อย่างใด

ทั้งนี้ นายวิทยา ยังกล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เสนอตัวจะนัดคุยกับ นายสุเทพ ว่า คงเป็นเรื่องตลกคั่นเวลาเท่านั้น เพราะเชื่อว่า ร.ต.อ.เฉลิม ไม่มีอำนาจที่จะตัดสินใจใดๆ ได้เลย จึงไม่มีราคาและความเป็นไปได้ที่จะมาเจรจากับเลขาฯ กปปส.แต่อย่างใด ส่วนการเคลื่อนไหวของ กปปส.หลังจากนี้ ก็ยังคงเน้นการเชิญชวนข้าราชการ ออกมาร่วมต่อสู้กับรัฐบาลที่พ้นสภาพรักษาการไปแล้ว และการกดดันธุรกิจของตระกูลชินวัตร หรือในอนาคตอาจรวมถึงธุรกิจในเครือข่ายอื่นๆ ที่สนับสนุนรัฐบาลด้วย

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 07 มี.ค. 2014 23:23น. )
ติดตาม อ.แก้วสรร อติโพธิ เรื่องบ้านเมืองถึงจุดชาวนนาล้มละลายได้อย่างไร
เขียนโดย นินิ   
07 มี.ค. 2014 23:15น.

วันที่ 7 มีนาคม 2557 เมื่อ 3 วันก่อน อ.แก้วสรร อติโพธิ ได้กล่าวเรื่องบ้านเมืองมาถงจุดนี้ได้อย่างไร ชาวนาล้มละลาย ติดตามได้ที่ 


อ.เชิดชู ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการพิจารณาเรื่องรักษาการนายกรัฐมนตรี พ้นสภาพ
เขียนโดย นินิ   
07 มี.ค. 2014 23:10น.

วันที่ 7 มีนาคม 2557  วานนี้ คือวันที่ 6 มีค 57 พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา และคณะได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้พิจารณาเรื่องการพ้นสภาพจากตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี ของนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เหตุเพราะ ครบ 30 วันหลังเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 แล้ว  แต่ยังไม่สามารถเปิดสภาได้ ไม่อาจเลือกนากรัฐมนตรีได้ และรักษาการนายกรัฐมนตรีต้องพ้นสภาพไป 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 07 มี.ค. 2014 23:10น. )
เชิญ เข้าเสนอแนวการปฏิรูปประเทศไทยที่ห้องประชุมสวนลุมพินี วันที่ 10 มีค 57 นี้
เขียนโดย นินิ   
07 มี.ค. 2014 23:06น.

วันที่ 7 มีนาคม 2557 ตามที่ กปปส.เชิญท่านที่ใส่ใจเรื่องบ้านเมือง ท่านที่มีผลการศึกษา เรื่องระบบการบริหารบ้านเมือง โดยเฉพาะใน 5 ประเด็น คือระบบเลือกตั้ง การคอรัปชั่น ระบบตำรวจ ความเหลื่อมล้ำในสังคม ฯ   เชิญเข้าประชุมในวันที่ 10 มีนาคม 2557 เวลา 10.00 น. ณ.ห้องประชาุมสวนลุมพินี  ในครั้งนี มี อจ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา ประธาน สผพท. จะเข้าให้ความเห็นเรื่องการปฏิรูปบ้านเมืองอย่างแน่นอน ท่านใดสนใจ โปรดติดต่อ 083 2495151 นอกจากนั้นจะมีผู้แทนของหลายองค์กร และองค์กรชุมชนเข้าประชุมด้วยจำนวนมาก 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 07 มี.ค. 2014 23:10น. )
อย่างไร ยิ่งลักษณ์ ก็ต้องพ้นจากรักษาการนายกรัฐมนตรี
เขียนโดย นินิ   
07 มี.ค. 2014 22:59น.

วันที่ 7 มีนาคม 2557 นางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ต้องเร่าร้อน ไม่มีทางลง เร็วๆ นี้ต้องพ้นตำแหน่งด้วยเรื่องที่กระทำฝ่าฝืนกฎหมาย หรือโดยการพิจารณาสถานะของนางยิ่งลักษณ์ในตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี  ดังนี้

1. ปปช.ชี้มูล และส่งเรื่องไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีนักการเมือง 

2. ปปช. ชี้มูล เรื่องเิงนกู้ 2.2 ล่ล้านล้านบาท

3. วุฒิสมาชิก ในสัปดาห์หน้า จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ให้พิจารณาสถานะของรักษาการนายกรัฐมนตรีต้องพ้นไปเมื่อไม่สามารถเปิดสภาเลือกนายกรัฐมนตรี และเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีครใหม่ เพื่อทูลเกล้าถวาย พระบาทสมเด็จะระเจ้าอยู่หัว 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 07 มี.ค. 2014 23:01น. )
ศาลให้คืนตำแหน่งเลขาธฺการสภาความมั่นคง แก่นายถวิล เปลี่ยนสี ภายใน 45 วัน
เขียนโดย นินิ   
07 มี.ค. 2014 22:50น.

วันที่ 7 มีนาคม 2557 ศาลปกครองสูงสุด สั่งให้นายถวิล เปลี่ยนสี คืนกลับตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ศาลให้คำสั่งที่ย้ายนายถวิล เปลี่ยนสี พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นอันไใช้ไม่ได้ ท่านไม่เคยได้อาลัยอาวรณ์กับตำแหน่งที่เป็นหัวโขน แต่สิ่งที่ผมขาดหายไปคือความเป็นธรรม สู้เพื่อเกียรติและศักดิ์ศรีของข้าราชการ มีข้าราชการเลวๆ ไม่กี่คน ทำให้ระบบราชการเสียหาย ผมจะสู้เพื่อให้เกียรติและศักดิ์ศรีของข้าราชการได้รับความเป็นธรรม วันนี้ด้วยความกรุณาของของศาลปกครอง ผมได้รับความเป็นธรรม / ถ้าคนเก่าใน สมช. ท่านนาวาอากาสเอกประสงค์ สุ่นศิริ ฯ และอีกหลายท่าน ได้ ยึดมั่นในระบบคุณธรรม ผมจึงมีที่ทางมารบผิดชอบ ระบบคุณธรรมต้องอยู่ในระบบราชการ ผมไม่มีเส้น ป.4 ไม่มีเส้น ผมต่อสู้ตามระบบ ตามกระบวนการ ยังมีเพื่อนข้าราชการอีกหลายคน ที่ถูกทำร้ายด้วยทุนสามานย์ เสียผู้เสียคน หมดไฟ ไม่ทำงานให้เป็นมรคคเป็นผล เราเสียคนเหล่านี้ไปแต่ละปีไม่น้อย ใน สมช.ไม่ใช่ผมถูกคนเดียวใน สมช. นายสมเกียรติ บุญชู รองเลขาธิการความมั่นคง ที่มีความรู้ในการต่างประเทศด้านความมั่นคง อีก 6 เดือน ที่ย้ายคุณถวิล ก็ย้ายคุณสมเกียรติ ไปอยู่ที่เดียวกับผม ถูกย้ายอย่างเดียวด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่พวกเขา และย้ายคนที่ไม่เคยทำงานที่สภาความมั่นงคงแห่งชาติ แม้แต่เพียงวันเดียว ผมขอเรียกร้องกับศาลหากได้คืนความเป็นธรรมให้กับคุณสมเกียรติ ซึ่งคุณสมเกียรติเป็นสิงห์ ไม่ร้อง พวกเราถูกทำร้ายด้วยข้าราชการ ที่มีกง่าย อยากเติบโตทางลัด ไม่มีผลงาน ไม่มีความมานะ เติบโตด้วยเส้นสาย ยอมทำงานตอบสนองทางการแเมือง มีไม่มาก ร่วมมือกับทางการเมือง มาทำร้ายข้าราชการดีๆ ถ้ายังไม่กลับเนื้อกลับตัว ตำแหน่่งแห่งที่ เมือ่พ้นจากราชการ ผมขอเป็นกำลังใจให้ข้าราชการที่ดีๆ อย่างเพิ่งหมดกำลังใจ อย่าเพิ่งท้อถอย ท่านได้รับความเคารพจากมวลมหาประชาชน ท่านรู้ถึงตัวท่าน และฟ้าดินรับรู้ / ข้าราชการ สมช.พยายามหารือคุณถวิล เปลี่ยนสี ท่านต้องพยายามต่อสู้ด้วยตนเอง และ ข้าราชการ สมช.เหล่านั้น ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวานนี้ หลังจากที่เขาเอาคนของเขาที่เป็นทหารยศพลโท เข้าไปแย่งตำแหน่งรองเลขาธิการ เกิดระบบเพี้ยนไปมาก แถลงการณ์ไม่พูดถึงสถานการณ์ของเขาที่เจ็บป่วด แต่เขาได้พูดแต่เรื่องบ้านเมือง การแบ่งแยกประเทศ เขาทนไม่ได้กับนายของเขาที่เพิกเฉยต่อปัญหาความมั่นคงของประเทศ แต่ทำไมจึงละเลย เพิกเฉย ต่อเรื่องนี้ / เขาเจ็บปวดอย่างมากที่บานเมืองของเราต้องมีปัญหาความมั่นคงโดยที่เขาทำอะไรไม่ได้ ได้แต่มองเฉยๆ นายของเขาไม่รู้อยู่ที่ไหน /อุดมการณ์ของคุณถวิล ไม่เปลี่ยน / หากมีการเปลี่ยนแปลงของประเทศ ผมก็ไปทำงานของผม พี่น้องมวลมหาประชาชน ก็กลับบ้าน หากมีทรราชบ์ เราก็กลับมาอีก / มีผู้สื่อข่าวถามว่าจะกลับไปทำงานกับเขาได้หรือ ท่านตอบว่าท่านทำงานเพื่อความมั่่นคงของประเทศ ไม่ได้ทำงานเพื่อความมั่นคงของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ / พร้อมย้ำว่า ระบบราชการอยู่ได้เพราะระบบคุณธรรม โปรดอย่าให้ใครทำร้ายระบบคุณธรรม .... ศาลสั่งให้คืนตำแหน่งคุณถวิล ภายใน 45 วัน

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 07 มี.ค. 2014 23:10น. )
สุเทพเตือนณัฐวุฒิ เฉลิม และ ยิ่งลักษณ์ พร้อมชี้ให้เคารพกฎหมาย
เขียนโดย นินิ   
06 มี.ค. 2014 21:29น.

วันที่ 6 มีนาคม 2557 6 มีนาคม 2557 นายสุเทพ ฯ กปปส. เตือนนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ คือคนที่คนไทยกว่าครึ่ง เกลียด นายคนนี้คือคนที่ประกาศว่าให้เผาเมืองไปเลย ผมรับผิดชอบ และเป็นคนที่บอกว่าถ้า ปปช.ชี้มูลยิ่งลักษณ์ ก็ไม่ให้รับ สำหรับนายเฉลิม อยู่บำรุง ได้ท้านายสุเทพ เทือกสุบรรณ ให้ไปพบเจรจาความเมืองกับตน ที่บ้านพุทธมณฑลของนายสุเทพ วันๆ ก็รัโทรศัพท์จาก ดูไบ จนลูกน้องเบือนหน้าเลยที่เฉลิมถูกดูไบสับโขก และทราบกันวันนี้ นายเฉลิม ได้ไปสิงคโปร์แล้ว เป็นการไปลี้ภัย หรือไปเพือ่เบิกเงินกับทักษิณอีกรอบหนึ่ง แสดงว่านายเฉลิมหวั่นไหวแล้ว ถ้าสารภาพผิดต่อหน้าประชาชนๆ ให้อภัย แต่ที่ทำผิดอาญานั้น ก็ต้องแล้วแต่กรรม ทุกวันนี้ นางยิ่งลักษณ์ ไม่เป็นอันทำงาน ไปเป็นสัมพะเวสี ที่เชียงใหม่ มาพบมวลมหาประชาชนได้แล้ว ทุกครั้งก็ลงเครื่องเข้ากองทัพอากาศเลย ประชุมเสร็จ ก็ไปต่อ ถ้ากล้า ก็ให้นัดมาเลย มวลมหาประชาชนจะไปกันให้หมด และจะไม่มีใครแตะต้อง เพียงแต่ทุกคนจะกระซิบเบาๆ ว่าให้ออกไปเถอะ นางย่ิงลักษณ์ตลอดเวลาที่เป็นนายกรัฐมนตรี ทำแต่หาประโยชน์ กับครอบครัวของตน

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 06 มี.ค. 2014 21:31น. )
คน gen Y รักอิสระ ออกมาชุมนุมมาก พ่อแม่ของคน Gen Y จะอยู่ในยุค gen X
เขียนโดย นินิ   
06 มี.ค. 2014 21:16น.

วันที่ 6 มีนาคม 2557 ทำไมที่ชุมนุมมีเด็กและวัยรุ่นมากกว่าทุกการชุมนุมที่ผ่านมา เพราะยุคนี้มีคน gen Y ซึ่งรักอิสระ รักความเท่าเทียม เสมอภาค และชอบเป็นนายตัวเอง  และคน gen Y เป็นบุตรของ gen X ซึ่งมีอายุมากว่า 49 ปี ซึ่เป็นพวกชอบกฎเกณฑ์  นี้เป็นบทสัมภาษณ์ของ Gen Y มีคนอายุ 24 ปีเท่านั้น ไปม็อบอโศกทุกวัน  ทั้งที่มีกำหนดแต่งงานอยู่แล้ว ก็เลือนการแต่งงานออกไป เพื่อให้ประเทศได้เสรีก่อน แล้วค่อยมีชีวิตส่วนตัว  สำหรับนักศึกษาปีที่ ๒ ของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง บอกว่าพิจารณาเรื่องม็อบ ๒ ฝ่ายโดยยึดหลักความถูกต้อง 

อ.เชิดชู เปิดผนึกให้รัฐบาลเลิกข่มขุ่คุกคามบุคลากรสาธารณสุขและโรงพยาบาล
เขียนโดย นินิ   
06 มี.ค. 2014 14:38น.

วันที่ 6 มีนาคม 2557 อ่านหนังสือ อ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา เรียกรัฐบาลเลิกข่มขู่คุกคามบุคลากรสาธารณสุข และโรงพยาบาล

จดหมายเปิดผนึกถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

จากสหพันธ์ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์แลัสาธารณสุขแห่งประเทศไทย

4 มีนาคม 2557

เรื่อง ขอให้รัฐบาลดำเนินการยุติการกระทำที่ละเมิดสิทธิผู้ป่วย และการข่มขู่คุกคามโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์

เรียน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ในขณะนี้ ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาทางการเมืองอันเกิดจากการที่มีรัฐบาลที่ทุจริต คอรับชั่น ฉ้อโกงชาวนา เอาข้าวชาวนามาแล้ว ไม่ยอมจ่ายเงินค่าข้าว ทำให้ชาวนาผู้ยากจนตกอยู่ในภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว หาทางออกไม่ได้จนต้องฆ่าตัวตาย และซ็อกตายไป เนื่องจากมองไม่เก็นทางออกในการที่จะหาเงินมาเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว แม้นายกรัฐมนตรีเองก็ไม่ยอมไปพบปะพูดคุยกับชาวนาผู้ทุกข์ยากและยากจน( ที่ขายข้าวให้รัฐบาลแล้วไม่ได้เงิน ที่มาทวงหนี้จากรัฐบาล )เพื่อรับฟังและแก้ปัญหาให้ชาวนาส่วนมากแต่ประการใด

แม้จะมีประชาชนพลเมืองออกมาชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลเป็นจำนวนมาก เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและครม.ลาออก เปิดโอกาสให้มีการแก้ไขปรับปรุงระบอบการเมืองการปกครองให้เป็นการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยที่แท้ึจริง คือเป็นการปกครองเพื่อ(ประโยชน์สุขของ)ประชาชน โดย(ผู้แทนทีสุจริตและรับฟัง)ประชาชน และ(รับฟังความต้องการ)ของประชาชน

แต่รัฐบาลนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นอกจากจะอ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง(เป็นผู้แทนของ)ประชาชน แล้ว รัฐาลนี้ไม่ได้ทำงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนส่วนใหญ่แต่อย่างใด

รัฐบาลไม่รับฟังความต้องการของประชาชนที่มาชุมนุมประท้วงรัฐบาลอย่างยืดเยื้อยาวนานแต่อย่างใด ไม่ยอมลาออก แต่จัดการเลือกตั้ง ซึ่งมีประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งน้อยลง รวมทั้งมีจำนวนผู้ไม่ประสงค์ที่จะเลือกตั้งเพิ่มขึ้นมากมาย

เป็นการแสดงประชามติว่า ประชาชนส่วนมาก ไม่ต้องรัฐบาลพรรคเพื่อไทยนี้อีกต่อไป

แต่กลไกทางกฎหมายยังไม่สามารถขับไล่รัฐบาลนี้ให้พ้นจากอำนาจการบริหารประเทศได้ และนายกรัฐมนตรียังไม่ยอมลาออก แม้ตัวเองจะต้องคอยหลีกหนีการก่นด่าของประชาชน กลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่นอกจากจะไร้ปัญญาบริหารบ้านเมืองเองแล้ว หล่อนยังต้องซัดเซพเนจรออกนอกเมืองหลวง จะไปที่ไหนก็ต้องซ่อนเร้นให้เป็นความลับ ไม่กล้าสู้หน้ากับประชาชนของตนเอง

หล่อนยังเป็นนายกรัฐมนตรีที่ไม่ยอมรับกติกาการปกครองบ้านเมือง กล่าวคือ ไม่เคารพศาล ไม่เคารพการทำงานของปปช.ผู้ตรวจสอบการทุจริต และยังให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อการร้าย แบ่งแยกดินแดน ตามหลักฐานที่ปรากฎให้เห็นชัดเจนทั่วประเทศ แต่เมื่อประชาชนออกมาประณามการแบ่งแยกดินแดนของสมุนบริวารของหล่อน หล่อนก็กลับกล่าวหาว่า อย่าลำเอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ฉะนั้น นอกจากหล่อนจะทำความผิดดังกล่าวและที่ยังไม่ได้กล่าวถึงอีกมากมายหลายกระทงแล้ว หล่อนและสมุนบริวารยังโกหก ตลบแตลง ปลิ้นปล้อน หลอกลวง ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นจนเป็นกิจวัตร

หล่อนและพวกพ้องบริวาร ยังออกมากลุ้มรุมทำร้ายประชาชนที่ไม่เห็นชอบกับการกระทำของหล่อนและบริวาร ไม่ว่าจะปาระเบิดหรือยิงปืนเข้าใส่ผู้ชุมนุมโดยสงบ ตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ และการปราบปรามประชาชนอย่างรุนแรงจนทำให้ประชาชนผู้บริสุทธ์ ต้องบาดเจ็บล้มตายอีกมากมาย

ทั้งนี้ปัญญาชน(แปลว่าผู้รู้จักคิด รู้จักใช้ปัญญา) หลายกลุ่มวิชาชีพได้ออกมาร่วมชุมนุมต่อต้านและประณามการกระทำของรัฐบาลนี้ ซึ่งเป็นการแสดงออกอย่างสงบ สันติ อหิงสา ตามสิทธิของประชาชนพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย

แต่สมุนบริวารของหล่อนได้ออกมาข่มขู่คุกคาม โรงพยาบาลและสถานพยาบาลต่างๆ รวมทั้งข่มขู่คุกคามบุคลากรทางการแพทย์โดยทั่วไปที่แสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลโกง ในโรงพยาบาลบางแห่ง การข่มขู่คุกคามมีความรุนแรงถึงกับไปตัดไฟในโรงพยาบาล ทำให้ผู้ป่วยที่ต้องอาศัยเครื่องช่วยชีวิตที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า เช่นเครื่องช่วยหายใจ เครื่องมือตรวจสอบสัญญาณชีพ( การเต้นของหัวใจ การหายใจ การวัเ ความดันโลหิต ฯลฯ ต้องประสบกับภาวะเสี่ยงอันตรายต่อชีวิต ถ้าผู้ป่วยกำลังได้รับการผ่าตัดอยู่ในห้องผ่านัด ก็อาจจะเสี่ยงต่อความตายได้ เพราะในการผ่าตัดต้องอาศัยเครื่องมือที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า เครื่องช่วยหายใจ และเครื่องมือในการกู้ชีพ เช่นเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า เคร่ืองดูดเสมหะ ฯลฯ

การข่มยู่คุกคามวุคลากรทางการแพทย์นั้น พวกเราก็พอจะทนได้ เพราะเรารู้แล้วว่า 2ปีมาแล้ว ประเทศไทยตกอยู่ภายใต้ "อันธพาลครองเมือง"

แต่การตัดน้ำตัดไฟโรงพยาบาล มันเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน เป็นการฆ่าผู้ป่วยอย่างเลือดเย็น แม้ในภาใะการศึกสงคราม ในการสู้รบระหว่าผู้คนต่างเชื้อชาติ เขาก็ไม่มีการทำร้าย/ทำลายหน่วยแพทย์หรือโรงพยาบาลสนาม แต่นี่เป็นการต่อสู้ทางการเมืองของบุคคลร่วมชาติ รัฐบาลกลับปล่อยให้มีการกระทำอันป่าเถื่อนแก่ผู้ป่วยที่ร่างกายอ่อนแอได้ถึงเช่นนี้

โดยรัฐบาลนี้ ไม่ห้ามปรามพวกเสื้อแดง ให้ยุติการทำร้ายโรงพยาบาล ถือว่ารัฐบาลนี้รู้เห็นเป็นใจให้สมุนบริวารของตน ข่มขู่คุกคามและลงมือปฏิบัติการโหดเหี้ยมละเมิดสิทธิ์ และจงใจทำร้ายผู้ป่วยในโรงพยาบาลได้อย่าวโหดเหี้ยมอำมะหิต และเลือดเย็น

จึงขอร้องเรียนมายังสำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และองค์กรสิทธิมนุษยชนทั่วโลก ให้ประนามการกระทำของกลุ่มเสื้อแดง และรัฐบาลนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในการทำร้ายผู้ป่วยโดยการตัดน้ำตัดไฟโรงพยาบาล ซึ่งจะมีผลในการเสียชีวิตของป่วยและผู้ป่วยหลายคนจะพลาดโอกาสที่จะมีชีวืตอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยหนัก และทำให้ผู้ป่วยทั่วไปพลาดโอกาสที่ยะได้รับการรักษาให้ฟื้นไข้ รวมทั้งคุกคามต่อความมั่นคงปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์อีกด้วย

และขอให้สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ประสานไปยังรัฐบาลให้สั่งการและดำเนินการให้ยุนิการกระทำดังกล่าวโดยเร็วที่สุด ก่อนที่ยะได้รับการประณามไปทั่วโลก

ขอแสดงความนับถือ

พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา




 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 06 มี.ค. 2014 21:34น. )
กปปส.ขึ้นป้าย ไม่แบ่งแยกดินแดน ที่เชียงใหม่ และสกลนคร
เขียนโดย นินิ   
05 มี.ค. 2014 23:45น.

วันที่ 5 มีนาคม 2557 กปปส.เชียงใหม่ ขึ้นป้ายไม่แบ่งแยกดินแดน ผู้ว่าจัดการปลด แต่ชาว กปปส.เชียงใหม่ ก็จะขึ้นใหฒ่·กปปส.สกลนคร ขึ้นป้าย สกลนคร ไม่แบ่งแยกแผ่นดินพ่อ ในเวลาที่ กปปส.ปิดป้ายดังกล่าว มีคนของตำรวจ และเทศบาล ไปเอาป้ายออก ให้เหตุผลว่าทำให้สะพานไม่สวย แต่เหตุผลที่แท้จริง เพราะนางปูจะไปสกลนคร จึงเป็นคำถามว่าเพียงนางยิ่งลักษณ์จะไปสกลนคร ต้องเอาป้ายออก ยิ่งลักษณ์นั้นเสื้อแดงตัวแม่ ใส่หมวกแดง เสื้อแดง ไปยืนหลังเวทีคนเสื้อแดง โดยไปกับเจ๊เปา ตอนที่พวกนี้ไปวันที่เสื้อแดง ไปประท้วงที่บ้านพลเอกเปรม ก่อนจะมีการเคลื่อนไหวประกาศตัว นปช.ต่อมา และก่อนที่ตนจะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี / แนวคิดแบ่งแยกแผ่นดินของเขา คือกบฏแบ่งแยกดินแดน มีผู้กังวลมาก และค่อนข้างกังวล ว่าจะเกิดสงครามกลางเมือง รวมกว่าร้อยละ 50 เพราะเกรงเสื้อแดงก่อความวุ่นวาย แต่ไม่มีความกังวลกลุ่มมวลมหาประชาชน เพราะเป็นผู้ชุมนุมหน้าตาดี จิตใจดี / และมีผลโพลถามว่าที่นายสุรพงษ์ โตวิจักชัยกุล ว่าต้องเอาเลขายูเอ็นมาเป็นตัวกลางไหม ร้อยละ 53.52 ระบุว่าไม่เห็นด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า คนของระบอบทักษิณคิดอย่างไร คนไทยไม่เอาด้วย ... พี่น้องชุมนุมครั้งแรก ตั้งแต่ 31 ตค 2557 ยุทธศาสตร์เราตอนนั้น คือคัดค้าน พรบ.นิรโทษกรรม ประเด็นเรียกร้อง คือ ให้ถอน พรบ.นิรโทษกรรม เขาให้ขวัญชัย ไพรพนา ไปเป็นตำรวจด้วย วันที่ 3 พย 2556 รัฐสภาผ่านร่าง พรบ. วันที่ 4 พย 56 เราเดินไปสภา เรียกร้องให้เอาออกจากสารบบสภาซึ่ง พรบ.นั้น / รัฐบาลนางยิ่งลักษณ์ ปรับยุทธศาสตร์ ให้ไม่ผ่าน แต่ สส.ประสิทธิ์ บอกว่า สส.คนเดียวก็เอากลับมาได้ / 11 พย 2556 กำนันสุเทพ พา 9 สส.ลาออก เข้าต่อสู้กับมวลมหาประชาชน ประกาศอารยขัดขืน เราประกาศให้คนหยุดงาน นักเรียน นักศึกษา ออกมาขึ้นเวที / ฝ่ายเขาก็น่ิงเฉย /15 พย.56 ประกาศอารยขัดขืนขั้นสูง เป่านกหวีดไล่รัฐมนตรีทุกคน ครั้งแรกเป่านายจาตุรงค์ ครั้งแรกที่โรงแรมปริ้นเซส /เขา ประกาศยุทธศาสตร์ดื้อด้าน ไม่ยุบ ไม่ออก / คนมากขึ้นๆ ทุกวัน /17 พย 56 กำนันสุเทพ ประกาศ 24 พย 2556 ให้คนมาให้เกินล้าน ถ้าคนมาน้อย กำนันสุเทพ จะนั่งให้ตำรวจมาจับ /24 พย 56 คนมาเกินล้าน /ฝ่ายเขาก็ยังดื้อด้าน ท้าทายต่อไป ประเทศอื่นเขาลาออกไปแล้ว / 9 ธันวาคม 2556 บอกไปยึดทำเนียบกัน ให้มากันหลายล้าน ฝ่ายเขาวางเรือใบ ติดป้ายว่าน้ำท่วมให้คนหลง จากที่เดินทางเพียง 10 ชั่วดมง แต่ต้องใช้ 27 ชั่วโมง / วางยุทธศาสตร์ ตอนเช้าประกาศยุบสภา คิดว่าพี่น้องราชดำเนินกลับบ้าน สาธิต วงศ์หนองเตย ประกาศว่า ยิ่งลักษณ์ ยุบสภา พี่น้องพอใจ ถามว่าไม่กลับบ้าน บอกจาปฏิรูปประเทสก่อน / ฝ่ายเขา ก็เรียกร้องให้มีการไปเลือกตั้ง เพื่อหาประชาธิปไตย / กปปส.บอกปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง / ยิ่งลักษณ์ บอกต้องเลือกตั้ง / กำนันสุเทพปรกะกาศ 22 ธันวาคม 2556 ให้มีการปิดถนน 5 จุด เราออกมาจากราชดำเนิน ปิดที่ราชประสงค์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันนั้นเราออกมา 6 ล้าน/ ฝ่ายเขา บออย่างไรก็มีคนเลือกเขา 15 ล้านคน / กำนันสุเทพ ประกาศเรื่อง Shutdown วันที่ 13 มค 2557 มีการประกาศไม่ไปเลือกตั้ง ทั้ง vote no ทั้ง No vote มากกว่าผู้มาเลือกตั้ง เท่ากับคำพูดยิ่งลักษณ์ คนไม่เอา ยุทธศาสตร์ระบอบทักษิณเลือกตั้ง / ชาวนาก็ประกาศจับมือเป็นกระบวนการใหญ่ นอกจากทวงเงินแล้ว ประกาศไล่ระบอบทักษิณ หลังจากนั้เขาไม่มีตัวเล่น เขาไม่อยู่ ไปอยู่เชียงใหม่ ไปตรวจโครงการไฟป่า เอาจอบไปขุดดิน จนมีคนว่าขุดดินฝังตัวเอง / ยุทธศาสตร์ระบบอกทักษิณท้าทายประชาชน จึงแพ้มาตลอด / ต่อมา ใช้ยุทธศาสตร์ แบ่งแยกดินแดน / ตอนนี้ทุกคนว่าไปไม่ได้แน่นอน·

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 05 มี.ค. 2014 23:48น. )
ข้อมูลเพิ่มเติม...
<< เริ่ม < ก่อนหน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ต่อไป > สุดท้าย >>