Polls

ท่านเห็นด้วยกับการเข้าชื่อเสนอร่าง พรบ.ระเบียบข้าราชการสาธารณสุข หรือไม่
  

Who's Online

ขณะนี้มี 4 บุคคลทั่วไปออนไลน์

Visitor Counter

Today2
Yesterday244
Week552
Month988
ทั้งหมด1119781

(C) Fliesenstadt

Login Form

ชื่อสมาชิก

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่

Other Menu

Administrator
พลังแพทย์ ทำเพื่อแพทย์ คือทีมท้ายสุด สมัครในชั่วโมงสุดท้าย แจ่เปี่ยมคุณภาพ เต็มคณะ 28 ท่าน
เขียนโดย ใบไม้   
09 ต.ค. 2014 22:44น.

วันที่ 9 ตุลาคม 2557 เป็นที่น่ายินดียิ่ง ที่วงการแพทย์เรา มีผู้ที่ห่วงใยแพทย์เรา ได้ตัดสินใจลงสมัครกรรมการแพทยสภา เมื่อได้พบว่ากรรมการชุดปัจจุบัน ยกร่าง กฎหมาย พรบ.วิชาชีพเวชกรรม ที่ให้บุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ มาควบคุมแพทย์ อนจะเป็นอันตรายต่อคุณภาพมาตรฐานวิชาชีพอันประชาชนจะเสียหายต่อไป และทำให้สภาวิชาชีพของแพทย์  ต้องเสียสภาพไป กับทั้งมีบทบัญญัติอีกมาก โดยไม่มีการรับฟังความเห็นของแพทย์ใดๆเลย  จึงรวมกันได้อย่างรวดเร็ว โดยส่วนมากแล้วเป็นแพทย์ปฏิบัติงานดูแลรักษาผู้ป่วย... นับเป็นทีมที่ใหญ่ที่สุด (ทุกทีมก่อนหน้านี้ ไม่มีทีมใด มีผู้สมัครเต็มคณะ 28 คน)    และสมัครได้ทันในชั่วโมงสุดท้ายก่อนปิดรับสมัคร  ........ทีมนี้คือ ทีมพลังแพทย์ ทำเพื่อแพทย์...

หมายเลข 71 ถึง 98 หรือ 28 คนสุดท้าย..... โดยมี อ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา เป็นผู้นำทีม   

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 09 ต.ค. 2014 22:48น. )
สภาวิชาชีพที่กำลังจัดให้มีการเลือกตั้งกรรมการ คืแพทยสภา มีผู้สมัครมากสุดกว่าทุกครั้ง 98 คน
เขียนโดย นินิ   
09 ต.ค. 2014 22:30น.

วันที่ 9 ตุลาคม 2557 แพทยสภา จะครบวาระกรรมการชุดปัจจุบันแล้ว  ได้เปิดและปิดรับสมัครแพทย์ผุ้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการแพทยสภาในช่วง 15 สิงหาคม -15 กันยายน 2557 โดยวันสุดท้ายมีแพทย์สมัครถึง 98 คน  ช่วงที่ผ่านมานั้นคณะอนุกรรมการเลือกตั้ง ได้ตรวจคุณสมบัติ และประกาศออกมาแล้ว พบว่า ผุ้สมัครทุกคน มีคุณสมบัติ และได้ออกประกาศแล้ว ตามเอกสารแนบนี้ 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 09 ต.ค. 2014 22:33น. )
สองร่าง พรบ.ร้อน / ร่าง พรบ.วิชาชีพเวชกรรม และ ร่าง พรบ.ยา
เขียนโดย ใบลาน   
09 ต.ค. 2014 22:25น.

วันที่ 9 ตุลาคม 2557 ถึงวาระร้อนของวงการแพทย์และสาธารณสุข ว่าด้วยกฎหมาย คือเรื่อง ร่างกฎหมาย ๒ ฉบับ

๑.ร่าง พรบ.วิชาชีพเวชกรรม ที่ ร้อน เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา  ร้อน กระทั่งทำให้แพทย์ที่มุ่งแต่ทำงานดูแลผู้ป่วย ต้องหันมารวมตัวกัน สมัครเลือกตั้งกรรมการแพทยสภาในชั่วโมงสุดท้าย กว่า 50 ท่าน เนื่องจากกรรมการแพทยสภาชุดปัจจุบัน ยกร่าง พรบ.ใหม่ ที่มีเนื้อหาให้บุคคลไม่ใช้่แพทย์ มาควบคุมการประกอบวิชาชีพแพทย์ ... ซึ่งประหลาดสุดๆ ... โดยผู้สมัครทีมหลังสุด ประกอบด้วยแพทย์ที่ทำงานดูแลคนไข้จำนวนมาก  แพทย์บริหารต้องพิจารณาตนเองแล้ว

๒.ร่าง พรบ.ยา ซึ่งกรณีนี้ ก็มาแปลก คือนายกสภาเภสัชกรรมนำขบวนเอง ในการคัดค้านร่าง พรบ.ยา  ตรงข้ามกับ ร่าง พรบ.ของแพทย์ ที่ แพทย์คัดค้านนั้นจะค้านกรรมการแพทยสภาชุดปัจจุบัน 

และยังจะมีร่างกฎหมายร้อนๆ วางตำแหน่งไว้ที่จะออกใน สนช.นี้อีกมาก ทั้งหลายทั้งปวงก็เกี่ยวกับการแพทย์และสาธารณสุขอีกนั่นแหละ 

สภาเภสัชกรรม ท้วง ร่าง พรบ.ยา หน้า อย.
เขียนโดย นินิ   
09 ต.ค. 2014 21:20น.

วันที่ 9 ตค 57 ผู้จัดการรายงาน สภาเภสัชกรรมท้วง ร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับใหม่ ชี้เปิดช่องหลากวิชาชีพ "แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล สัตวแพทย์ นักกายภาพบำบัด" สั่งจ่ายยาได้เอง ระบุก้าวล่วงวิชาชีพเภสัชกร หวั่นขยายวงปัญหาแพทย์ในคลินิกสั่งจ่ายยาเอง ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ วอน สธ. ทบทวนใหม่

ท้วงร่าง พ.ร.บ.ยา ขยายวงปัญหา "หมอ-พยาบาล" จ่ายยาเอง ก้าวก่ายวิชาชีพเภสัชฯ

ภก.กิตติ พิทักษ์นิตินันท์ นายกสภาเภสัชกรรม กล่าวว่า สภาเภสัชกรรมได้ทำหนังสือยื่นต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อเสนอความเห็นแย้งร่าง พ.ร.บ.ยา พ.ศ. ... ซึ่งขณะนี้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว โดยไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับบทบัญญัติการแบ่งประเภทยา ซึ่งพบว่ามีการแบ่งเป็น 1. ยาที่ต้องจ่ายตามใบสั่งยา 2. ยาที่ต้องจ่ายโดยผู้ประกอบวิชาชีพ เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ เภสัชกร พยาบาล นักกายภาพบำบัด เป็นต้น และ 3. ยาสามัญประจำบ้าน ซึ่งต่างจาก พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ที่แบ่งเป็นยาควบคุมพิเศษ คือ ยาที่เภสัชกรจ่ายได้ต่อเมื่อมีใบสั่งแพทย์ ยาอันตราย คือ ยาที่จ่ายโดยเภสัชกร ยาบรรจุเสร็จที่ไม่ใช่ยาอันตราย คือ ยาที่แพทย์ พยาบาล สามารถสั่งจ่ายได้เอง และยาสามัญประจำบ้านที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป

ภก.กิตติ กล่าวว่า การกำหนดให้แต่ละวิชาชีพสามารถสั่งจ่ายเองได้ โดยยกเว้นไม่ต้องขอใบอนุญาตขายยาจะทำให้เกิดปัญหา อย. จะติดตามกำกับดูแลได้ยากลำบาก ที่สำคัญยังเป็นการก้าวล่วงวิชาชีพของเภสัชกร ซึ่งการแก้ไขกฎหมายควรพัฒนาขึ้นให้เป็นระบบสากล คือ การขายยาเป็นหน้าที่ของเภสัชกร ส่วนการรักษาและวินิจฉัยว่าควรใช้ยาอะไรในการรักษาเป็นของแพทย์ ซึ่งเป็นที่มาของการแบ่ง 2 วิชาชีพนี้ออกจากกัน แต่มีการทำงานร่วมกัน โดยเภสัชกรจะช่วยดูในเรื่องของขนาดยา และการใช้ยาไม่พึงประสงค์ด้วย ที่สำคัญคือต้องรู้ขอบเขตอำนาจการทำงานของตัวเอง คือ ยาอะไรที่เภสัชกรสามารถสั่งจ่ายได้ด้วยตัวเอง หรือสั่งจ่ายได้ต่อเมื่อมีใบสั่งแพทย์ ส่วนแพทย์ก็ต้องทำตามระบบคือวินิจฉัยโรคแล้วเขียนใบสั่งให้แก่ผู้ป่วย

"ในโรงพยาบาลไม่มีปัญหาเพราะเป็นไปตามระบบอยู่แล้ว ที่เป็นปัญหาคือคลินิก เพราะ พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ยกเว้นให้แพทย์ ทันตแพทย สัตวแพทย์ ที่เปิดคลินิกสามารถขายยาได้โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตขายยา ซึ่งจริงๆ แล้วยาที่ขายได้ในคลินิกมีเพียงยาบรรจุเสร็จที่ไม่ใช่ยาอันตรายเท่านั้น แต่ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา พบว่า มีการจ่ายยาอันตราย และยาควบคุมพิเศษในคลินิกเอง โดยไม่ออกใบสั่งยาให้ผู้ป่วยไปซื้อจากเภสัชกรในร้านขายยา ทั้งที่เป็นยาที่เภสัชกรต้องเป็นผู้สั่งจ่ายเท่านั้น ปัญหาเหล่านี้เกิดจากในอดีตขาดแคลนเภสัชกร แพทย์จึงสั่งจ่ายยาเอง จนรู้สึกว่าตัวเองสามารถสั่งจ่ายยาได้เอง และเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรักษาตาม พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม ทั้งที่จริงแล้ว การสั่งจ่ายยาถูกกำหนดชัดใน พ.ร.บ.วิชาชีพเภสัชกรรม ซึ่งหากร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับใหม่ ประกาศใช้ก็จะยิ่งทำให้ปัญหาเหล่านี้ ซึ่งเดิมทีก็ไม่มีการควบคุม ยิ่งขยายวงไปสู่วิชาชีพอื่นมากยิ่งขึ้น" นายกสภาเภสัชกรรม กล่าว

ภก.กิตติ กล่าวว่า หลังจากร่าง พ.ร.บ.ผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วจะส่งกลับมาที่ สธ. ก็คงต้องขอให้มีการพิจารณาทบทวนใหม่ เพราะเห็นว่าจะทำให้เกิดปัญหาระหว่างวิชาชีพมากขึ้น จึงอยากให้ออกกฎหมายโดยยึดความเคารพใน พ.ร.บ.วิชาชีพของแต่ละวิชาชีพเป็นหลัก เพื่อแบ่งหน้าที่กันทำงานให้ชัดเจน และเป็นระบบตามหลักสากล

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 09 ต.ค. 2014 21:23น. )
เภสัชกร ที่หน้า อย. ค้านร่าง พรบ.ยาฉบับกฤษฎีกา
เขียนโดย นินิ   
09 ต.ค. 2014 21:17น.

วันที่ 9 ตค 57 ที่ อย. นนทบุรี ข่าวรายงานว่า เภสัชกรร่วม 300 บุก อย.ค้านร่าง พรบ.ยาใหม่  เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 ตุลาคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายเภสัชกรทั่วประเทศราว 300 คน นำโดย ภก.กิตติ พิทักษ์นิตินันท์ นายกสภาเภสัชกรรม และภก.บรรเจิด เดชาศิลปะชัยกุล ประธานชมรมเภสัชกรสาธารณสุขจังหวัดแห่งประเทศไทย เดินทางมายื่นแถลงการณ์ในนามชมรมเภสัชสาธารณสุขจังหวัดประเทศไทย เรื่อง คัดค้านร่างพ.ร.บ.ยาฉบับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ต่อนพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) และนพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมมอบรายชื่อผู้คัดค้านร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวจำนวน 7,600 รายชื่อ ก่อนจะมีการเปิดห้องประชุมเพื่อหารือร่วมกันเกี่ยวกับประเด็นปัญหา ใช้เวลากว่า 2.30 ชั่วโมง

แถลงการณ์ ระบุเนื้อหาส่วนหนึ่งว่า ร่างพ.ร.บ.ยาฉบับใหม่มีข้อบกพร่อง 7 ประเด็นดังนี้คือ 1.มีการแบ่งประเภทยาไม่เป็นไปตามหลักสากล ไม่มีการ แยกบทบาทหน้าที่ระหว่างผู้สั่งยา ผู้จ่ายยา ทำให้ไม่เกิดการตรวจสอบ 2.การยกเว้นให้ผู้ประกอบวิชาชีพหลายสาขา ไม่ต้องขออนุญาตผลิต ขาย และนำเข้า 3.การอนุญาตให้ผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญด้านยา เป็นผู้ดำเนินการและปฏิบัติหน้าที่ จัดการควบคุมการผลิต ขาย นำเข้ายา 4.การอนุญาตให้ต่ออายุทะเบียนตำรับยา โดยไม่มีการทบทวนทะเบียนตำรับยา และมีข้อยกเว้นให้ผู้ประกอบวิชาชีพผสมยาได้ โดยไม่ต้องขึ้นทะเบียนตำรับยา 5.การอนุญาตให้โฆษณายาทุกประเภทและโฆษณารักษาโรคที่ร้ายแรงได้ และไม่มีการควบคุมการส่งเสริมการขาย 6.ไม่มีข้อห้ามการผลิตและการขายยาชุด และ 7.ไม่มีบทลงโทษสำหรับผู้กระทำผิด รวมทั้งบทลงโทษที่ไม่เป็นธรรม และไม่มีโทษทางปกครอง

 

คนทุจริต ได้อำนาจรัฐในกระทรวงสาธารณสุข และ สปช.จำนวนมากจากกลุ่มหมอประเวศ
เขียนโดย นินิ   
08 ต.ค. 2014 00:37น.

วันที่ 7 ตุลาคม 2557 วันนี้ที่ห้องประชุมสFมสรกองทัพบก ห้อง วีไอพี 1  สมาคมสิทธิผู้บริโภค นำโดยนายวุฒิพรฯ และคณะ  จัดให้มีการประชุมรณรงค์เพื่อคืนสุขภาพที่ดีให้กับประชาชน ด้วยการกำจัดแบตเตอรี่มือถือ  นายธรรมนูญฯ วิศวกร ผู้ให้ความสำคัยกับความถูกต้อง ชี้ต้องจริงจัง และดำเนินการให้ผู้ที่รับผิดชอบโดยหน้าที่ต้องทำหน้าที่  ที่ประชุมได้กล่าวถึงความไม่ปรกติของระบบการสาธารณสุข ที่มีกลุ่มบุคคล ตระกูล ส. หรือกลุ่มหมอประเวศ ได้เสนอ กม.ผ่านกลุ่มผุ้มีอำนาจทุกยุค ให้พวกตนได้เป็นกรรมการบริหารงบแผ่นดิน เช่น สปสช. สสส. สช. และเบียดบังงบแผ่นดินเข้ามูลนิธิสาธาสารณสุขแห่งชาติ มูลนิธิแพทย์ชนบท มูลนิธิเข้าถึงเอส์ มูลนินิเพือ่ผู้บริโภค  และอีกหลายมูลนิธิ   รวมถึงยุคนี้ด้วย คือ คสช.  ซึ่งกลุ่มคนนี้ได้จัดการเกาะกับอำนาจ ซึ่งนิยมที่สุดคือการใช้งบ สสส.ในการแลกเปลี่ยนกับการให้คนของตนได้เข้าไปมีอำนาจรัฐ  ครั้งนี้กลุ่มดังกล่าวได้เข้าไปเป็นรัฐมนตรี และ สปช.หลายคนมากๆ ได้แก่ นพ.สมศักดิ์ ชุณ นพ.อำพล จิน นพ.พลเดช ปิ่น นส.สารี อ๋อง ..... ประเทศไทยครั้งนี้ ไม่รอดพ้นเงื้อมมือของคนทุจริตกลุ่มนี้ ซึ่งไม่เคยแม้แต่จะออกมาโต้แย้งว่าตนไม่ได้ทุจริต ไม่กล้าฟ้องคดีกับผู้ที่กล่าวถึงว่ากลุ่มตนทุจริตเงินแผ่นดิน เนื่องจากกลัวการพิสูจน์ความจริงในศาล... แต่คนกลุ่มนี้จะใส่ร้ายคนที่เรียกให้ตรวจสอบตนว่า เป็นคนที่ต้องการแย่งผลประโยชน์จากงบประมาณ ... แล้ว คสช. ก็เชื่อเช่นนั้นใช่หรือไม่ จึงได้แต่งตั้งคนทุจริตที่มีคนทักท้วงมากมาย มาเป็นผุ้ใช้อำนาจ  หรือ คสช.เอง มีปัญหาของตนเอง .... ปฏิรูประเทสไทย....มองไม่เห็นได้โดยแจ้งชัด....สงสารเธอประเทศไทย 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 08 ต.ค. 2014 00:41น. )
ลิ่วล้อหมอประเวศ (ขอทานกองทุน) ถอยกรูดหลังจากไม่สามารถรวมกองทุนตามที่วางกันไว้จะเข้าไปเป็นผู้บริหาร
เขียนโดย ยาย่า   
07 ต.ค. 2014 22:06น.

วันที่ 7 ตุลาคม 2557 NGO นิมิตร เทียนอุดม กับความที่ว่า กองทุนหลักประกันด้านการรักษาพยาบาลคนไทย แน่นอนที่สุดการรวมกองทุนเดียวเป็นไปได้ยาก เพราะ ที่มาของเงินสบทบต่างกัน สถานะสิทธิ์ต่างกัน แต่ทำให้เหมือนกันได้คือมาตรฐานการรักษาพยาบาล การใช้ยาที่จำเป็นพื้นฐาน ส่วนสิทธิ์พิเศษอื่นๆคงต้องเสริมเข้าไป  และว่าจะเร่งให้ รมต.รมช.ผลักดันเรื่องนี้เวลาไม่รอช้าครับ .... NGOเหล่านี้ อ.แก้วสรร เรียกว่าปลวกแทะกองทุน .... thaitrl เห็นด้วยกับ อ.แก้วสรร .... วันๆ คนพวกนี้ก็ให้สื่อที่ว่าจ้างเอาไว้ด้วยเงินกองทุนในรูปแแบต่างๆ เขียนและนำเสนอข่าวของตน... สาระไม่ใส่ใจใดๆ...นี้่แหละเมืองไทยที่เต็มไปด้วยNGOของหมอประเวศ ซึ่งมีผู้ให้ฉายาว่าคือ ขอทานกองทุน

แพทย์หญิงอรพรรณ์ ชี้ หมอสมศักดิ์ รมช.คนนี้ คือคนที่่นำเงินแผ่นดินไปเข้ากลุ่มตนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เขียนโดย ยาย่า   
07 ต.ค. 2014 21:20น.

 วันที่ 7 ตุลาคม 2557 ไทยทีอาร์แอล ไม่ให้ค่ารัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข มาหลายเพลา หลายวัน ไม่กล่าวถึง เนื่องจาก พบว่าที่มาไม่โปร่งใส โดยเฉพาะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ที่ไม่สมค่ราคาที่ คสช.ประกาศไว้ เนื่องจาก นพ.สมศักดิ์ ชุณฯคนนี้ คือผู้มีประวัติไม่ขาวพอที่ชาวสาธารณสุข จะยอมรับได้   สัมภาษณ์ พญ.อรพรรณ์ เมธาดิลกกุล ชี้ว่า นพ.สมศักดิ์ คนนี้ คือผู้ที่นำเงินงบประมาณแผ่นดินของสำนักงานระบาดวิทยาแห่งชาติ นำไปแปลงเข้ากลุ่มตนทั้งที่รู้ว่าเป็นการประทำโดยไม่ชอบด้วยหลักกฎหมายว่าด้วยเงินแผ่นดิน เหตุการณ์นี้ตั้งแต่ประมาณ 20 ปีแล้ว  ในขณะนั้น แพทย์หญิงอรพรรณ์ เป็นแพทย์ระบาดวิทยาอยู่  ในสำนักงานนี้ มีแพทย์ระบาดวิทยาท่านหนึ่งไปร่วมงานในระยะแรก ต่อมาแพทย์ท่านนั้น ไม่ได้ร่วมทำงานกับทีมนี้  กลุ่มของตนที่เบียดบังเงินแผ่นดิน มีชื่อว่า มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ซึ่งมี่ นพ.สมศักดิ์ นพ.ประเวศ วะสี ฯ เป็นผู้ผลักดันก่อตั้งขึ้น  และเป็นที่ถ่ายโอน ฟอกเงินงบประมาณแผ่นดินด้านการสาธารณสุข ไปโดยปราศจากความละอายต่อบาป ซึ่ง พญ.อรพรรณ์ เห็นว่า คสช.ควรจะได้ตรวจสอบนายแพทย์ รมช.คนนี้ โดยด่วน 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 07 ต.ค. 2014 21:30น. )
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ชาวสาธารณสุขแซ่ซ้อง
เขียนโดย นินิ   
07 ต.ค. 2014 20:10น.

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 07 ต.ค. 2014 21:33น. )
มองอนาคตมาตรฐานการแพทย์ไทยด้วยความห่วงใย กับ อ.เชิดชู
เขียนโดย พญงเชิดชู อริยศรีวัฒนา   
07 ต.ค. 2014 20:43น.

มองอนาคตมาตรฐานการแพทย์ไทยด้วยความห่วงใย (ตอนที่1.2)
พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา
3 ต.ค.57
ความวิตกห่วงใยเรื่องมาตรฐานการแพทย์ตกต่ำไม่ใช่สิ่งลวงตา แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วหลังจากการมีระบบ 30 บาท ทั้งนี้สาเหตุของการ "ลดมาตรฐานการรักษา เกิดขึ้นเนื่องจากคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติต้องการ "ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วย" เนื่องจากงบประมาณหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (งบ 30 บาท) มีไม่เพียงพอต่อการทำงานของโรงพยาบาล images/stories/envi_court.jpgและสปสช.ส่งเงินให้แก่รพ.ไม่ครบตามจำนวนเงินเหมาจ่ายรายหัวที่สปสช.ได้รับมาจากรัฐบาล(1)
งบเหมาจ่ายรายหัวก็น้อยอยู่แล้ว สปสช.ยังส่งให้รพ.ไม่เต็มจำนวน หักเงินโดยอ้างค่าโน่นนี่นั่น จนเหลือไปถึงโรงพยาบาลประมาณ 50- 60 %เท่านั้น แล้วพอรพ.มีเงินไม่พอที่จะซื้อยาสำหรับรักษาผู้ป่วย สปสช.ก็เลยหาทาง "ลดรายการยา"ที่จะให้แก่ประชาชน ทำให้แพทย์ไม่สามารถให้ยาแก่ผู้ป่วยได้ตามมาตรฐาน

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 07 ต.ค. 2014 21:03น. )
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
อ.เชิดชู ชี้ กรรมการแพทยสภาปัจจุบันสร้างปัญหาให้แพทย์และประชาชนด้วยร่ง พรบ.ใหม่ หมวด 6 โทษอาญา
เขียนโดย นินิ   
07 ต.ค. 2014 19:43น.

วันที่ 7 ตุลาคม 2557 หลังจากที่ อ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา อดีตกรรมการแพทยสภา 3 สมัย ซึ่งเป็นแพทย์ที่แพทย์ทั่วประเทศให้ความเคารพรัก เนื่องจากได้เสียสละเพื่อแพทย์ กับผู้ทำงานด้านสุขภาพ และประชาชน จนเป็นที่ประจักษ์มาต่อเนื่องกว่า 12 ปี  ท่านได้ให้ความเห็นวิเคราะห์ว่าร่าง พรบ.วิชาชีพเวชกรรมฉบับที่กรรมการแพทยสภาชุดปัจจุบันเป็นผู้ยกร่าง ว่าเพิ่มอาญาให้แพทย์ที่เป็นผู้ต้องมีจริยธรรมกำกับในหมวด 6 ที่เพิ่มใหม่อีก  ทั้งที่คนเหล่านี้พูดหาคะแนนนิยมตลอดที่ครองอำนาจเป็นกรรมการแพทยสภาว่า แพทย์ต้องไม่ถูกดำเนินคดีอาญา แต่ก็ไม่เคยจริงจัง จริงใจ และรับผิดชอบต่อคำพูดของตนเอง  มาบัดนี้กลับเพิ่มโทษอาญาไปให้แพทยือีกหลายมาตรา ประเทศไทย คนไทย แพทย์ไทย จะอยู่กันอย่างไรได้ ....

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 07 ต.ค. 2014 19:55น. )
พรุ่งนี้แล้ว กรรมการแพทยสภา นำร่าง พรบ.วิชาชีพเวชกรรมฉบับใหม่เข้าพิจารณา
เขียนโดย ีuou   
11 ก.ย. 2014 00:26น.

วันที่ 10 กันยายน 2557  ในวันพรุ่งนี้  จะมีการประชุมคณะกรรมการแพทยสภา ซึ่งมีวาระสำคัญมากเกี่ยวกับอนาคตของแพทย์ไทย และวงการแพทย์และสาธารณสุข  สืบเนื่องจากการที่จะพิจารณาร่าง พรบ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ... ซึ่งยกร่างโดยทีมแพทยสภาสายที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นอนุกรรมการ  มีกรณีแพทย์ที่ทราบเรื่อง เห็นว่ากรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่จะแก้ไขให้ยุติในข้อเท็จจริงก่อน  การยกร่าง พรบ.นี้มีข้อโต้แย้งด้านหลักความชอบด้วยกฎหมายลักษณะวิชาชีพอย่างมาก  ท่านใดอ่านแล้ว โดยเฉพาะมาตรา 37 และมาตรา 38 ให้แสดงความเห็นมาที 083 249515 หรือที่ ด้วย

ฟื้นฟูมาบตาพุด แก้ไขน้ำเสีย
เขียนโดย นิยา   
17 ก.ย. 2014 20:44น.

วันที่ 17 กันยายน 2557อนุมัติงบ 677 ล้าน ฟื้นฟูมาบตาพุด

คสช. เห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก (กพอ.) เสนอ 4 เรื่อง คือ 1. เห็นชอบ 8 แผนงานเร่งด่วน เพื่อพัฒนาพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่า 677.62 ล้านบาท โดยให้ใช้งบกลางปี 2557 2. โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะถนน 3. การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะขยะรวมถึงมลพิษทางอากาศ และ 4. การแก้ไขปัญหาน้ำเสีย และบริหารจัดการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขาดน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก

คสช. สั่งการให้ สศช. ไปรวบรวมรายละเอียดการอนุมัติโครงการต่างๆ ในการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกหรืออีสเทิร์นซีบอร์ด ตั้งแต่ปี 2555-2557 รวมกว่า 100 โครงการ และสั่งการให้ติดตามความคืบหน้าและสามารถดำเนินการตามที่ของบประมาณไว้

นพ.รัชตะ ยืนยันควบ ๒ ตำแหน่ง จะทำงานให้มีประสิทธิภาพ รับความเห็นต่าง ทำงานร่วมกันได้
เขียนโดย ใยบัว   
16 ก.ย. 2014 20:36น.

วันที่ 16 กันยายน 2557ศาสตราจารย์นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงวันนี้ (13 ก.ย.57) เพื่อมอบนโยบายการดำเนินงานสาธารณสุข 10 ข้อ โดยยืนยันว่าแม้การทำงานภายในกระทรวง จะมีความคิดเห็นแตกต่างกัน แต่จะประมวลความคิดเห็นทุกส่วนมาให้ได้เป็นข้อสรุปและสร้างวัฒนธรรมการทำงานร่วมกัน

นอกจากนี้ ศ.นพ.รัชตะยังยืนยันด้วยว่า การควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล จะไม่ส่งผลกระทบ หรือทำให้งานสะดุดแต่อย่างใด โดยจะทุ่มเททำงานให้กับกระทรวงฯ อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาให้ประชาชนเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่ดี และจะมีการชี้แจงเรื่องที่ยังควบตำแหน่งอยู่กับประชาคมมหิดล ภายใน 2-3 สัปดาห์นี้

ก่อนหน้านี้มีบุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดลบางส่วนได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยที่ ศ.นพ.รัชตะ ไม่ยอมลาออกจากตำแหน่งอธิการบดีภายหลังจากที่รับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน

ยอดแพทย์สมัครกรรมการแพทยสภาสูงสุด ถึง98 ท่าน ทำลายประวัติศาสตร์
เขียนโดย ยาย่า   
15 ก.ย. 2014 21:33น.

วันที่15 กันยายน 2557  เวลา 16.30 น.  รวมมีแพทย์สมัครรับเลือกเป็นกรรมการแพทยสภา สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ถึง 98 ท่าน  ประกอบด้วย ทีมแพทยสภาชุดปัจจุบัน นำโดย นพ.สมศักดิ์ โล่เลขา ลำดับที่ 3-40 ทีมเดิมบางส่วนจากแพทยสภาชุดเดิม นำโดย นพ.ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ ลำดับที่ 46-69 และทีมรวมล่าสุด ใหม่สุด คือ ทีมพลังแพทย์ นำโดย อ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา ลำดับที่ 71-98  ทั้งนี้ เป็นเพียงลำดับเบอร์ที่แพทยสภารับสมัคร เป็นเบื้องต้นต้องรอจน กว่าคณะอนุกรรมการการเลือกตั้งจะประกาศอย่างเป็นทางการหลังตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 15 ก.ย. 2014 22:11น. )
ดร.อัมมาร ยอมรับต่อสาธารณชนว่า มาตรฐานการแพทย์ในระบบ 30 บาท ต่ำ
เขียนโดย นินิ   
13 ก.ย. 2014 13:17น.

วันที่ 13 กันยายน 2557  เรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ออก ...ดร.อัมมาร ยอมรับอย่าวเปิดเผยต่อสาธารณชน แล้วว่ามาตรฐานการแพทย์ในระบบ 30 บาท "ต่ำ" และมีความทุกข์ทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ
ดร.อัมมาร เป็นนักเศรษฐศาตร์ที่ช่วยคิดอัตราการจ่ายเงิน เป็นกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมาตั้งแต่เริ่มต้น และเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินการคลังของแกนนำกรรมการหลักประกันสุขภาพมาตลอดเวลาแต่เพิ่งจะมายอมรับว่าการบริหารงานของกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและสปสช.เป็นต้นเหตุที่ทำให้มาตรฐานการแพทยฟ์ตกต่ำ ทำให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์มีความทุกข์ แล้วคสช.จะแก้ไขอย่างไร ขอร้องให้ถามบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องทำงานในระบบ 30 บาทด้วย อย่ารับฟังข้อมูลจากสปสช.และคณะกรรมการหลักประกันฝ่ายเดียว และถามประชาชนจริงๆ ไม่ใช่ถามประชาชนกลุ่มถูกจัดตั้ง(หมายถึงพวกอ้างว่าเป็นกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ)ฝ่ายเดียว

อ่านข้อพิจารณา เรือง ร่าง พรบ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.... ใหม่
เขียนโดย ยาย่า   
12 ก.ย. 2014 22:30น.

วันที่ 12 กันยายน 2557 การที่แพทยสภา ตั้งอนุกรรมการยกร่าง พรบ.วิชาชีพเวชกรรมใหม่ และได้นำเข้าที่ประชุมกรรมการแพทยสภา เมื่อวันวานนี้ ดังที่ได้รายงานแล้ว  ขอเชิญท่านที่สนใจติดต่อขอรับร่าง พรบ.ฉบับเต็มได้ที่แพทยสภา  แต่มีข้อพิจารณาเบื้องต้นที่น่าสนใจดังนี้ 

ข้อพิจารณาบางประการเกี่ยวกับ ร่าง พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ...

ความเดิมมีว่า แพทยสภามีหนังสือ ที่ พส.๐๑๑/๖๔๔ ลงวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๗ เรื่องข้อพิจารณาบางประการ เรื่อง พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ....ดังนี้ 

๑. ร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. .... มีข้อเปลี่ยนแปลงหลักการของการตราพระราชบัญญัติแตกต่างในหลักการหลายข้อบัญญัติจาก พ.ร.บ.ที่บังคับใช้อยู่ในขณะนี้ เช่นเปลี่ยนจากหลักการแพทยสภามีอำนาจควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพ เป็น มีหน้าที่ตรวจสอบเพิ่มเติม ซึ่งอาจส่งผลดีและผลเสียต่อการประกอบวิชาชีพได้ อำนาจตรวจสอบหากจะให้มี ควรมีขอบเขตที่ชัดเจน เนื่องจากอำนาจตรวจสอบอาจกระทบต่อการประกอบวิชาชีพเวชกรรมซึ่งกระทำต่อผู้ป่วยเฉพาะราย อันอาจส่งผลเสียต่อผู้ป่วยเฉพาะรายได้ ทั้งนี้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗ (๑)
๒. ร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. .... ได้บัญญัติ หมวด ที่ ๖ เพิ่มเติม คือหมวดว่าด้วยพนักงานเจ้าหน้าที่ และมีอำนาจตามที่บัญญัติไว้ ซึ่งจะส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายทั้งหมดในการดำเนินการของแพทยสภาต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและกระบวนการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
๓. ร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. .... ได้บัญญัติเพิ่มแหล่งรายได้ของแพทยสภาอาจให้มาจากเงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดินไม่ต่ำกว่าสองบาทของจำนวนประชากร และให้มีการกำหนดจำนวนอัตราดังกล่าวเพิ่มขึ้นไว้ในพระราชกฤษฎีกาโดยปรับตามดัชนีค่าครองชีพ อันเป็นการเพิ่มเติมลักษณะและวิธีการทางงบประมาณของแผ่นดินต่อกิจการของแพทยสภา ซึ่งวิธีดังกล่าวจะเป็นผลดีทำให้แพทยสภาได้รับงบประมาณเพิ่มเติมเพียงพอต่อกิจการของแพทยสภาให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนได้ หากแพทยสภาได้ทำหน้าที่อย่างชอบด้วยหลักคุณภาพและประสิทธิภาพ หากเป็นกรณีไม่เป็นดังกล่าว จะทำให้เกิดภาระต่องบประมาณ และการมีข้อบัญญัติทางกฎหมายในลักษณะงบประมาณเช่นนี้ มีข้อโต้แย้งค่อนข้างมาก พึงที่จะพิจารณาข้อดีข้อเสีย ทั้งนี้ได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๙ (๑)
๔. ร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. .... ได้บัญญัติให้แพทยสภาอาจมีรายได้จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันเป็นการเปลี่ยนระบบรายได้ของแพทยสภา จำเป็นต้องพิจารณาเช่นข้อ ๓ ทั้งนี้ได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๙ (๒)
๕. ร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. .... ได้บัญญัติให้มีคณะกรรมการอื่น และบัญญัติให้มีคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพเวชกรรม เพิ่มเติมจากคณะกรรมการแพทยสภา ประกอบด้วยอุปนายกคนที่หนึ่งเป็นประธาน และอีกสิบสี่คนซึ่งมาจากกรรมการจำนวนแปดคน ผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่ใช่สมาชิกอีกหกคน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญในด้านกฎหมายสี่คน ด้านสังคม และด้านสื่อสารมวลชนด้านละหนึ่งคน โดยให้มีอำนาจหน้าที่ตามพิจารณาให้ความเห็นในมูลแห่งคดีในกรณีที่มีการฟ้องร้องเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในศาลยุติธรรม เมื่อมีการร้องขอ โดยมีอำนาจหน้าที่ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาของกรรมการตามมาตรานี้ให้เป็นไปตามข้อบังคับแพทยสภา ทั้งนี้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๗ ซึ่งเป็นกรณีที่มีบุคคลภายนอก ซึ่งไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม มีอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติ ถึง ๖ ใน ๙ ในกรณีดังกล่าว เป็นกรณีที่มีความเห็นที่แตกต่างอยู่มาก และมีข้อดีข้อเสีย เช่นทำให้มีนักกฎหมายให้ความเห็นเพิ่มเติมจากการให้คำปรึกษา โดยให้นักกฎหมายมีอำนาจในการควบคุมการประกอบวิชาชีพเฉพาะของแพทย์ด้วย ซึ่งเดิมนั้นแพทยสภาสามารถได้รับความเห็นของนักกฎหมายผ่านกลไกการปรึกษาอยู่แล้ว ข้อเสียนั้นอาจเกิดจากการที่บุคคลนอกวิชาชีพเวชกรรม มีอำนาจในการควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม อาจขัดกับหลักการของสภาวิชาชีพ ที่ผู้ประกอบวิชาชีพควบคุมกันเอง และหากว่ากันด้วยมาตรฐานแห่งวิชาชีพแล้ว บุคคลเช่นสื่อมวลชน และบุคคลอื่นด้านสังคม จะไม่มีความสามารถในทางวิชาชีพ เวชกรรมได้ อันอาจส่งผลต่อคุณภาพการประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้
๖. ร่าง พ.ร.บ.นี้ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงระบบการประกอบวิชาชีพเวชกรรมค่อนข้างสูง ควรได้มีการศึกษาข้อเท็จจริง อันเป็นที่มาแห่งการยกร่าง พ.ร.บ.นี้ให้ยุติก่อน และมีการศึกษาผลกระทบของ ร่าง พ.ร.บ.นี้ในทางวิชาการเกี่ยวกับกฎหมายการแพทย์และที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน หากพบว่าจำเป็นต้องตราเป็น พ.ร.บ. ขึ้น สมควรที่จะได้จัดให้มีการประชุมใหญ่แพทยสภาสมาชิก เพื่อรับฟังความเห็น และประชาพิจารณ์ในผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย 

๗. ยังมีข้อความเห็นอื่นๆเพิ่มเติมอีก เชิญท่านให้ความเห็นมาด้วยจะดีมากที่

นางปรียานันท์ NGO ต้องการกฎหมายให้มีกองทุนให้ NGOใช้กัน โดยบังคับเก็บจากผู้ป่วยทั่วไป
เขียนโดย obob   
12 ก.ย. 2014 22:22น.

วันที่ 12 กันยายน 2557 มีกรณีที่ชาวสาธารณสุข ควรติดตาม การกระทำของ NGO อ้างต้องการ กฎหมายกองทุนเงินคุ้มครองฯ  โดยมี NGO เข้าไปเป็นกรรมการใช้เงินที่เรียกเก็บจากคนไข้ทั่วทั้งหมด คือเรื่อง

     นางปรียายันท์ ไปเริ่มขบวนการรณรงค์ที่change organization เรื่อง ลูกพิการเพราะความผิดพลาดของหมอ

ร่วมลงชื่อสนับสนุน

คุณ ...,,,,

ดิฉันมีลูกชายหนึ่งคน ที่มอบความหวัง ความฝัน ให้กับดิฉันในวัยสาว แต่หลังจากเกิดมาแค่ไม่กี่วัน ความผิดพลาดทางการแพทย์ก็ทำให้แขนขาข้างซ้ายของลูกชายดิฉันได้รับความเสียหา ยไปตลอดชีวิต

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนสอบสวนแล้วมีมติว่าโรงพยาบาลผิด แพทยสภาผิด แต่เอาผิดกับใครไม่ได้ มิหนำซ้ำดิฉันถูกโรงพยาบาลฟ้องกลับเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท ดิฉันต่อสู้เพื่อลูกชายและความยุติธรรมมา 23 ปี สิ้นเนื้อประดาตัว แต่จะสู้ต่อไปเพื่อศักด์ศรีของความเป็นมนุษย์และเพื่อไม่ให้ผู้คนในสังคมต้อ งตกอยู่ในสภาพเดียวกับดิฉันอีกต่อไป

จริงอยู่ที่ความผิดพลาดเป็นของคู่กับมนุษย์ แม้ระมัดระวังแล้วก็เกิดขึ้นได้ คนไข้รู้ดีว่าไม่มีบุคลากรทางการแพทย์คนใดตั้งใจทำให้คนไข้เสียหาย คนไข้ไม่ได้ต้องการฟ้องร้องบุคลากรทางการแพทย์ให้เสียขวัญและกำลังใจในการทำ งาน

แต่ความผิดพลาดทางการแพทย์ หมายถึงชีวิตและร่างกายของมนุษย์ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีระบบรองรับความเสียหาย ซึ่งประเทศไทยยังไม่มี มิเช่นนั้นพวกเราจะดำเนินชีวิตชีวิตที่เสียหายนั้นต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อกลไกปัจจุบันเป็นที่พึ่งแทบไม่ได้ เช่น

การร้องเรียนกับแพทยสภา ใช้เวลาพิจารณานาน 3 ถึง 10 ปี และมักมีมติว่า "คดีไม่มีมูล" แทบทุกกรณี และคณะกรรมการแพทยสภาส่วนใหญ่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับธุรกิจรพ.เอกชน

การฟ้องคดีต่อศาล ก็มีปัญหา เช่น ใช้เวลาในการต่อสู้คดียาวนาน บางคดีนาน 10-20 ปี ค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีสูง คนไข้มักมีปัญหาคดีหมดอายุความทางแพ่ง 1 ปี เนื่องจากรอมติแพทยสภา

พอคนไข้หาทางออกด้วยการนำอายุความทางอาญาที่ยาวกว่ามาใช้ ก็ปรากฏว่าแพทยสภาได้ขอความร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติเอาไว้ว่าให้ขอความ เห็นจากแพทยสภาก่อนรับแจ้งความและผลของการขอความเห็นคือไม่มีมูลแทบทุกคดี เวชระเบียนซึ่งเป็นหลักฐานเดียวในที่เกิดเหตุก็อยู่ในมือสถานพยาบาล แก้ไข+เขียนใหม่ได้


ส่วนระบบชดเชยความเสียหายก็ยังไม่มีในประเทศไทยมีเพียงเงินช่วยเหลือเบื้องต ้น (ไม่เกิน 4 แสนบาท กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร) ตามมาตรา 41 ของพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ซึ่งช่วยเพียงคนไข้บัตรทองเท่านั้น

ปัจจุบัน กรรมการแพทยสภาหลายคนยังเข้าไปเป็นคณะกรรมการควบคุมคุณภาพฯ ทำให้หลายกรณีเข้าเงื่อนไขแต่ไม่ได้รับการอนุมัติ หลายกรณีที่เสียชีวิตอนุมัติเพียง 4-8 หมื่นบาท แล้วให้คนไข้ไปฟ้องศาลปกครอง เมื่อศาลปกครองมีคำสั่งให้จ่ายเพิ่ม คณะกรรมการควบคุมคุณภาพฯ ก็สู้คดีกับคนไข้จนถึงที่สุด ซึ่งผิดเจตนารมณ์ของม.41 ที่ช่วยเหลือโดยไม่พิสูจน์ถูกผิด

พ.ร.บ. ฉบับนี้มีเจตนารมณ์เพื่อลดปัญหาการฟ้องร้องระหว่างหมอกับคนไข้ โดยมีหลักการสำคัญคือ มีกองทุนชดเชยความเสียหายให้กับคนไข้ไทยทุกสิทธิ มีคณะกรรมการกลางทำหน้าที่พิจารณาการชดเชยที่รวดเร็วเป็นธรรม (ไม่เกิน 1 ปี) และมีการนำความผิดพลาดไปพัฒนาระบบป้องกันความเสียหาย เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำ

จะเห็นได้ว่านอกจากจะช่วยคุ้มครองคนไข้แล้ว ยังจะทำให้ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนไข้กับบุคลาการทางการแพทย์กลับคืนมา พ.ร.บ. ฉบับนี้มีกฎหมายต้นแบบจากประเทศสวีเดน ซึ่งมีงานวิจัยรองรับว่าลดปัญหาการฟ้องร้องจริง

การผลักดันโดยคนไข้และประชาชนทั่วไปในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการชวนทะเลาะ หรือต้องการยกความผิดให้ใครคนใดคนหนึ่ง ตรงกันข้าม เป็นการผลักดันเพื่อหลีกเลี่ยงคดีความ เพื่อให้รัฐคุ้มครองคนไข้ และเพื่อประโยชน์สาธารณะ มากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว

นางปรียานันท์ NGO ต้องการกฎหมายให้มีกองทุนให้ NGOใช้กัน โดยบังคับเก็บจากผู้ป่วยทั่วไป
เขียนโดย obob   
12 ก.ย. 2014 22:22น.

วันที่ 12 กันยายน 2557 มีกรณีที่ชาวสาธารณสุข ควรติดตาม การกระทำของ NGO อ้างต้องการ กฎหมายกองทุนเงินคุ้มครองฯ  โดยมี NGO เข้าไปเป็นกรรมการใช้เงินที่เรียกเก็บจากคนไข้ทั่วทั้งหมด คือเรื่อง

     นางปรียายันท์ ไปเริ่มขบวนการรณรงค์ที่change organization เรื่อง ลูกพิการเพราะความผิดพลาดของหมอ

ร่วมลงชื่อสนับสนุน

คุณ ...,,,,

ดิฉันมีลูกชายหนึ่งคน ที่มอบความหวัง ความฝัน ให้กับดิฉันในวัยสาว แต่หลังจากเกิดมาแค่ไม่กี่วัน ความผิดพลาดทางการแพทย์ก็ทำให้แขนขาข้างซ้ายของลูกชายดิฉันได้รับความเสียหา ยไปตลอดชีวิต

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนสอบสวนแล้วมีมติว่าโรงพยาบาลผิด แพทยสภาผิด แต่เอาผิดกับใครไม่ได้ มิหนำซ้ำดิฉันถูกโรงพยาบาลฟ้องกลับเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท ดิฉันต่อสู้เพื่อลูกชายและความยุติธรรมมา 23 ปี สิ้นเนื้อประดาตัว แต่จะสู้ต่อไปเพื่อศักด์ศรีของความเป็นมนุษย์และเพื่อไม่ให้ผู้คนในสังคมต้อ งตกอยู่ในสภาพเดียวกับดิฉันอีกต่อไป

จริงอยู่ที่ความผิดพลาดเป็นของคู่กับมนุษย์ แม้ระมัดระวังแล้วก็เกิดขึ้นได้ คนไข้รู้ดีว่าไม่มีบุคลากรทางการแพทย์คนใดตั้งใจทำให้คนไข้เสียหาย คนไข้ไม่ได้ต้องการฟ้องร้องบุคลากรทางการแพทย์ให้เสียขวัญและกำลังใจในการทำ งาน

แต่ความผิดพลาดทางการแพทย์ หมายถึงชีวิตและร่างกายของมนุษย์ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีระบบรองรับความเสียหาย ซึ่งประเทศไทยยังไม่มี มิเช่นนั้นพวกเราจะดำเนินชีวิตชีวิตที่เสียหายนั้นต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อกลไกปัจจุบันเป็นที่พึ่งแทบไม่ได้ เช่น

การร้องเรียนกับแพทยสภา ใช้เวลาพิจารณานาน 3 ถึง 10 ปี และมักมีมติว่า "คดีไม่มีมูล" แทบทุกกรณี และคณะกรรมการแพทยสภาส่วนใหญ่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับธุรกิจรพ.เอกชน

การฟ้องคดีต่อศาล ก็มีปัญหา เช่น ใช้เวลาในการต่อสู้คดียาวนาน บางคดีนาน 10-20 ปี ค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีสูง คนไข้มักมีปัญหาคดีหมดอายุความทางแพ่ง 1 ปี เนื่องจากรอมติแพทยสภา

พอคนไข้หาทางออกด้วยการนำอายุความทางอาญาที่ยาวกว่ามาใช้ ก็ปรากฏว่าแพทยสภาได้ขอความร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติเอาไว้ว่าให้ขอความ เห็นจากแพทยสภาก่อนรับแจ้งความและผลของการขอความเห็นคือไม่มีมูลแทบทุกคดี เวชระเบียนซึ่งเป็นหลักฐานเดียวในที่เกิดเหตุก็อยู่ในมือสถานพยาบาล แก้ไข+เขียนใหม่ได้


ส่วนระบบชดเชยความเสียหายก็ยังไม่มีในประเทศไทยมีเพียงเงินช่วยเหลือเบื้องต ้น (ไม่เกิน 4 แสนบาท กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร) ตามมาตรา 41 ของพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ซึ่งช่วยเพียงคนไข้บัตรทองเท่านั้น

ปัจจุบัน กรรมการแพทยสภาหลายคนยังเข้าไปเป็นคณะกรรมการควบคุมคุณภาพฯ ทำให้หลายกรณีเข้าเงื่อนไขแต่ไม่ได้รับการอนุมัติ หลายกรณีที่เสียชีวิตอนุมัติเพียง 4-8 หมื่นบาท แล้วให้คนไข้ไปฟ้องศาลปกครอง เมื่อศาลปกครองมีคำสั่งให้จ่ายเพิ่ม คณะกรรมการควบคุมคุณภาพฯ ก็สู้คดีกับคนไข้จนถึงที่สุด ซึ่งผิดเจตนารมณ์ของม.41 ที่ช่วยเหลือโดยไม่พิสูจน์ถูกผิด

พ.ร.บ. ฉบับนี้มีเจตนารมณ์เพื่อลดปัญหาการฟ้องร้องระหว่างหมอกับคนไข้ โดยมีหลักการสำคัญคือ มีกองทุนชดเชยความเสียหายให้กับคนไข้ไทยทุกสิทธิ มีคณะกรรมการกลางทำหน้าที่พิจารณาการชดเชยที่รวดเร็วเป็นธรรม (ไม่เกิน 1 ปี) และมีการนำความผิดพลาดไปพัฒนาระบบป้องกันความเสียหาย เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำ

จะเห็นได้ว่านอกจากจะช่วยคุ้มครองคนไข้แล้ว ยังจะทำให้ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนไข้กับบุคลาการทางการแพทย์กลับคืนมา พ.ร.บ. ฉบับนี้มีกฎหมายต้นแบบจากประเทศสวีเดน ซึ่งมีงานวิจัยรองรับว่าลดปัญหาการฟ้องร้องจริง

การผลักดันโดยคนไข้และประชาชนทั่วไปในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการชวนทะเลาะ หรือต้องการยกความผิดให้ใครคนใดคนหนึ่ง ตรงกันข้าม เป็นการผลักดันเพื่อหลีกเลี่ยงคดีความ เพื่อให้รัฐคุ้มครองคนไข้ และเพื่อประโยชน์สาธารณะ มากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว

ข้อมูลเพิ่มเติม...
<< เริ่ม < ก่อนหน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ต่อไป > สุดท้าย >>