Polls

ท่านเห็นด้วยกับการเข้าชื่อเสนอร่าง พรบ.ระเบียบข้าราชการสาธารณสุข หรือไม่
  

Who's Online

ขณะนี้มี 16 บุคคลทั่วไปออนไลน์

Visitor Counter

Today187
Yesterday479
Week666
Month13821
ทั้งหมด1019650

(C) Fliesenstadt

Login Form

ชื่อสมาชิก

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่

Other Menu

Administrator
โครงสร้างใหม่ กระทรวงสาธารณสุข
เขียนโดย นพ. อรุณ วิทยะศุภร   
13 ก.ค. 2011 15:27น.

Imageนพ. อรุณ วิทยะศุภร คณะทำงาน ก.สธ. ได้นำเสนอโครงสร้างใหม่ของกระทรวงสาธารณสุข ให้พวกเราได้ช่วยกันพิจารณา เพื่อนำข้อคิดเห็นไปปรับให้มีความเหมาะสมที่สุดสำหรับอนาคต ขอให้ท่านผู้อ่านได้กรุณาแสดงความเห็นข้างท้ายบทความนี้ด้วย หรือจะติดต่อโดยตรงถึง นพ.อรุณ ที่

หลังจากที่ได้รวบรวมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับโครงสร้างของกระทรวงสาธารณสุขมาระยะหนึ่ง คิดว่า น่าจะนำเสนอร่างฯ ให้พวกเราได้ช่วยกันให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ วิจารณ์ในทุกแง่มุม เพื่อนำไปปรับให้เหมาะสมที่สุดกับสภาพการณ์ของกระทรวงสาธารณสุขในอนาคต ไม่ใช่เมื่อวันวาน

  โครงสร้างที่นำเสนอนี้ อยู่บนพื้นฐานสำคัญ ดังนี้

 

  1. งานด้านสาธารณสุขเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตั้งแต่นโยบาย กำลังคน และงบประมาณ  มีเฉพาะงานด้านการตรวจสอบ ประเมิน หรือวิจัยระบบ ให้แยกเป็นองค์กรอิสระ

 

  2. องค์กรวิชาชีพต่างๆ ให้มีอิสระแยกจากกระทรวงสาธารณสุข และออกจากอำนาจบริหาร มีงบประมาณจากรัฐสนับสนุนแน่นอนจำนวนหนึ่ง เพื่อดำเนินกิจกรรมขั้นพื้นฐานขององค์กร เช่น แพทยสภา สภาพยาบาล สภาเภสัชฯ ทันตแพทย์สภา สภาเทคนิคการแพทย์ สภากายภาพบำบัด ....  โดยนายกสภาพิเศษไม่ควรเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งบริหารทั้งทางการเมืองและ/หรือทางราชการ (เพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อน กรณีพิจารณาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา)

 

  3. องค์กรอิสระเดิมต้องเปลี่ยนบทบาทเป็นสนับสนุน หรือดำเนินงานคู่ขนาน ไม่ใช่เป็นผู้กำหนด เช่น สสส., สช., และ ส. อื่นๆ

 

  4. งานด้านส่งเสริมป้องกัน งบประมาณควรเป็นของท้องถิ่น นำกลับมาจ้าง หน่วยบริการของ สธ. ดำเนินการให้

 

  5. งานด้านรักษาพยาบาล ฟื้นฟู งบประมาณเป็นของท้องถิ่น/กลุ่มเครือข่ายสถานบริการ ดูแลกันเอง โดยได้รับเป็นก้อนใหญ่ นำไปพิจารณาจัดสรรเป็นค่าก่อสร้าง ครุภัณฑ์ เวชภัณฑ์ ตามสภาพปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหาของพื้นที่นั้นๆ

 

  6. งานนโยบาย ที่มาจากส่วนกลาง ต้องมาพร้อมงบประมาณเพิ่มต่างหาก อาจต้องมาพร้อมเทคโนโลยี หรือ ฯลฯ ตามแต่นโยบายนั้นๆ ไม่ใช่สักแต่สั่ง

 

  7. การบริหาร แยกจากบริการให้ชัดขึ้น สายบริการขึ้นไปเรื่อยๆ ตามประสบการณ์และปริมาณงาน สายบริหารมีเส้นทางชัดเจน ไม่จำกัดสายวิชาชีพ และเปิดโอกาสให้สายปกครอง สายเศรษฐศาสตร์เข้ามาร่วมด้วย

 

  8. กรมวิชาการ ควรทำงานด้านวิชาการจริงๆ

 

  9. อำนาจไม่ควรเบ็ดเสร็จในหน่วยงานเดียว เช่น อนุญาต ตรวจจับ พิสูจน์ ลงโทษ  ควรแยกส่วน

 

 10. อื่นๆ

 

ร่าง โครงสร้าง กระทรวงสาธารณสุข

โครงสร้างองค์กร

Image



โครงสร้างบุคลากร

1. สายงานบริการ และวิชาการ

1.1 กลุ่มลักษณะงานเฉพาะ เช่น งานส่งเสริมสุขภาพ งานป้องกันโรค ระบาดวิทยา โภชนาการ ช่างเทคนิค พนักงานผู้ช่วยกลุ่มวิชาชีพ ฯลฯ

1.2 กลุ่มวิชาชีพ เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด ฯลฯ

 

เมื่อปฏิบัติงานได้ระยะหนึ่งมีประสบการณ์ตามกำหนด  จะก้าวเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการได้ 2 ลักษณะ คือ

(1) ตำแหน่งทางวิชาการที่อาศัยงานวิจัยทางวิชาการ และ/หรือ เอกสารทางวิชาการ เป็นสำคัญ ได้แก่ งานในกรมวิชาการ ในสถานบริการต่างๆ

ตำแหน่งทางวิชาการลักษณะนี้ มีการจำกัดจำนวน ตามลักษณะงานของกรม / สถานบริการนั้นๆ

(2) ตำแหน่งทางวิชาการที่อาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่สั่งสมตามแต่ลักษณะงานและอายุงาน/ปริมาณงาน ได้แก่ งานในสถานบริการ

ตำแหน่งทางวิชาการลักษณะนี้ ไม่จำกัดจำนวน แต่ผู้รับต้องปฏิบัติงานในสถานบริการที่มีปริมาณงานมากพอ หากย้ายไปในสถานบริการที่ปริมาณงานน้อยลง อาจต้องปรับเงินประจำตำแหน่งไปรับในระดับที่เหมาะกับปริมาณงาน


2. สายงานบริหาร

2.1 กลุ่มสนับสนุนบริการ เช่น งานธุรการ การเงิน บัญชี สังคมสงเคราะห์ เวชระเบียน งานบริการสาธารณูปโภค พนักงานขับรถ พนักงานเปล ฯลฯ

2.2 บริหารระดับต้น เช่น หัวหน้างาน หัวหน้าฝ่าย

2.3 บริหารระดับกลาง เช่น ผู้อำนวยการโรงพยาบาล...............

2.4 บริหารงานระดับสูง เช่น รองอธิบดี อธิบดี ฯลฯ

 

บริหารระดับต้น สามารถสับเปลี่ยนตำแหน่งกลับไปมาได้ กับสายบริการและวิชาการ 

บริหารระดับกลาง สามารถกลับไปอยู่สายบริการและวิชาการได้ที่ระดับเงินเดือนเดียวกัน แต่ต้องประเมินใหม่  สายบริการและวิชาการไม่สามารถเข้าสู่ตำแหน่งบริหารที่ระดับนี้ได้ ต้องกลับไปเริ่มที่ลำดับสูงสุดของระดับต้นก่อน

บริหารระดับสูง ต้องก้าวมาจากระดับกลางเท่านั้น  หากกลับไปสายบริการและวิชาการ ได้ที่ระดับเงินเดือนเดียวกัน แต่ต้องประเมินใหม่

 

 

โครงสร้างเงินเดือน

1. บัญชีเงินเดือนหลัก ใช้กับข้าราชการทุกคน เพียงแต่แรกเข้าจะไม่เท่ากัน

2. บัญชีเงินเพิ่มวิชาชีพเฉพาะ เพิ่มจาก 1. ให้กับวิชาชีพเฉพาะ

3. บัญชีเงินเพิ่มลักษณะงานเฉพาะ เพิ่มจาก 1. และ/หรือ 2. เช่น งานระบาดวิทยา, พยาบาล หรืออื่นๆที่เข้าเวรหมุนเวียน 8 ชม. ฯลฯ

4. บัญชีเงินประจำตำแหน่งทางวิชาการ เพิ่มจาก 1. และ/หรือ 2. แต่สละบัญชี 3. โดยเงินประจำตำแหน่งวิชาการนี้อาจมี 2 ระดับ คือระดับที่ตั้งจากการประเมินด้านเอกสารวิชาการ สูงกว่าที่ประเมินจากทักษะ (กลุ่มทักษะจะได้เพิ่มตามปริมาณงานในข้อ 8)

5. บัญชีเงินประจำตำแหน่งบริหาร เพิ่มจาก 1. และ เพิ่มจาก 1. + 2. ในกรณีที่ตำแหน่งนั้นต้องใช้วิชาชีพเฉพาะ เช่น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด, (รอง)ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์, (รอง)ผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล, หัวหน้ากลุ่มงานเฉพาะวิชาชีพ ฯลฯ

6. บัญชีเงินเพิ่มกรณีทุรกันดาร เพิ่มจากที่ได้รับอยู่เดิม ทุกคนได้รับในอัตราเท่ากัน สิทธิหมดไปเมื่อไม่เข้าเกณฑ์ทุรกันดาร

7. บัญชีเงินเพิ่มกรณีขาดแคลน เพิ่มจากที่ได้รับอยู่เดิม สิทธิหมดไป เมื่อไม่เข้าเกณฑ์ขาดแคลน

8. บัญชีเงินตอบแทนอื่นๆ เช่น ตามปริมาณงานที่เกินค่าเฉลี่ยกลาง, การทำงานล่วงเวลา, อยู่เวรเพิ่มพิเศษ ฯลฯ

 


ความคิดเห็นผู้ใช้

เสนอแนะโดย ผู้น้อย รพ.สต. เปิด 2011-08-02 15:44:04
เป็นโครงสร้างที่ดีครับ ผมเห็นด้วยกับการที่ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในด้านการบริการสุขภาพ แต่ด้วยสภาพที่เกิดขึ้นจริง การใช้งบประมาณของท้องถิ่นส่วนใหญ่ใช้ในด้านสุขภาพน้อยมาก ใช้ในด้านการประชาสัมพันธ์มากกว่าผลประโยชน์ที่แท้จริงของชาวบ้าน บางแห่งยังนำงบประมาณด้านสุขภาพไปใช้ในด้านอื่น เช่น การก่อสร้าง แต่ทุกอย่างทำได้ครับถ้ามีหลักเกณฑ์การปฏิบัติที่ชัดเจนโดยไม่ต้องมีการตีความหรือการตัดสินใจของผู้ใดผู้หนึ่ง เพราะเดี๋ยวนี้คุณธรรมและจริยธรรมในทางปฏิบัติหาได้ยาก ส่วนมากเป็นแต่คำพูดดีๆ แต่เราก็สามารถทำงานร่วมกันได้ครับ
Your Name / Email Address
ครวจสอบความปลอดภัย กรุณาใส่รหัสนี้ ฟังรหัส

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 13 ก.ค. 2011 20:09น. )