|
คดีหมายเลขดำที่ ๗๓๑ /๒๕๕๕
ศาลปกครองกลาง
วันที่ ๑๑ เดือน พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔
ข้าพเจ้า นายแพทย์ธงชัย ซึงถาวร ผู้ฟ้องคดี อายุ ๖๐ ปี อาชีพรับราชการ อยู่บ้านเลขที่ ๕๓/๗๔๒ หมู่ ๓ ซอยมิตรประชา ๑๒ ถนนติวานนท์ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี รหัสไปรษณีย์ ๑๑๑๒๐ โดยนายสุกฤษฎิ์ กิติศรีวรพันธุ์ ผู้รับมอบอำนาจ อายุ ๔๙ ปี อาชีพทนายความ อยู่บ้านเลขที่ ๕๓/๗๔๒ หมู่ ๓ ซอยมิตรประชา ๑๒ ถนนติวานนท์ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี รหัสไปรษณีย์ ๑๑๑๒๐ มีความประสงค์จะฟ้อง ๑. คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ๒. คณะกรรมการสรรหา อยู่ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เลขที่ ๑๒๐ หมู่ ๓ ชั้น ๒-๔ อาคารรวมหน่วยงานราชการศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๑๐ ดังมีรายละเอียดของการกระทำ ข้อเท็จจริง หรือพฤติการณ์เกี่ยวกับการกระทำที่เป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายดังต่อไปนี้
|
ข้อ ๑.ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเพื่อจ้างและแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตามประกาศของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เรื่อง การรับสมัครบุคคลเข้ารับการคัดเลือกเพื่อจ้างและแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ฉบับลงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ๑
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เป็นองค์กรกลุ่มมีชื่อเรียกขานว่า คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงกลาโหม,ปลัดกระทรวงการคลัง,ปลัดกระทรวงพาณิชย์,ปลัดกระทรวงหาดไทย ปลัดกระทรวงแรงงาน,ปลัดกระทรวงสาธารณสุข,ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เป็นกรรมการ , น.พ.อำนาจ กุสลานันท์, รศ.ดร.สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ
ทพ.ศิริชัย ชูประวัติ, รศ.ภญ.ธิดา นิงสานนท์, นพ.เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์, นายวิจัย อัมราลิขิต, นพ.สำเริง แหยงกระโทก, นายศานิต กล้าแท้, นายวีระวัฒน์ ค้าขาย, นพ.วิชัย โชค
วิวัฒน, นายนิมิตร์ เทียนอุดม, นางสาวบุญยืน ศิริธรรม, นายชูศักดิ์ จันทยานนท์, นางสุนทรี เซ่งกิ่ง,พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์, นพ.จรัล ตฤณวุฒิพงษ์, นพ.ประดิษฐ์ สินธวณรงค์, นพ.พินิจ หิรัญโชติ,นางวรานุช หงสประภาส, นายเสงี่ยม บุญจันทร์,นอ.(พิเศษ)นพ.อิทธพร คณะเจริญ
เป็นกรรมการ มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๕ โดยมีอำนาจหน้าที่ในการแต่งตั้งกรรมการสรรหา และพิจารณาทำสัญญาจ้างและแต่งตั้งบุคคลเป็นเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ จึงมีฐานะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐตามความในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เป็นองค์กรกลุ่มมีชื่อเรียกขานว่า “ คณะกรรมการสรรหา” ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๕ มาตรา ๓๑ วรรคสาม คัดเลือกและแต่งตั้ง มีหน้าที่สรรหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์เหมาะสมที่จะเป็นเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จำนวนไม่เกิน ๓ คน จากผู้สมัครที่ได้ยื่นใบสมัครถูกต้องครบถ้วนตามประกาศเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ๑ ประกอบด้วย นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์, นายศิริชัย ชูประวัติ, นายอเนก เพิ่มวงศ์เสนีย์, นายประดิษฐ สินธวณรงค์,นายนิมิตร์ เทียนอุดม ทั้งนี้ ตามคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ที่ ๒/๒๕๕๕ เรื่องแต่งตั้งกรรมการสรรหา ฉบับลงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕และคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ที่ ๕/๒๕๕๕ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา ฉบับลงวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๕ เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๒ และ ๓ ตามลำดับ
ข้อ ๒.เนื่องจากการคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการสรรหา เป็นการพิจารณาทาง
ปกครองของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ คำสั่งที่ ๒/๒๕๕๕ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ๒ จึงมีฐานะเป็นคำสั่งทางปกครอง เมื่อคำสั่งดังกล่าวมีเนื้อหาเป็นการแต่งตั้งนายนิมิตร์ เทียนอุดม ซึ่งเป็นกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้เป็นกรรมการสรรหา จึงเท่ากับว่า นายนิมิตร์ เทียนอุดม ใช้อำนาจตามกฎหมายในการพิจารณาทางปกครองและออกคำสั่งทางปกครองที่
ตนเองมีส่วนได้เสีย ซึ่งมีสภาพเป็นการร้ายแรงอันอาจทำให้การพิจารณาทางปกครองในการออกคำสั่งทางปกครองไม่เป็นกลาง ดังนั้น คำสั่งที่ ๑/๒๕๕๕ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
นอกจากนี้นายนิมิตร์ เทียนอุดม เป็นกรรมการและผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ซึ่งมีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ที่รับการสนับสนุนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อดำเนินกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเอดส์ภายใต้ชื่อโครงการพัฒนาระบบและคุณภาพบริการปรึกษาในการดูแลรักษาผู้ติดเชื่อเอชไอวีและผู้ป่วยโรคเอดส์ในห้วงเวลาที่อยู่ในระหว่างการสรรหาเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพ ปรากฏตามประกาศรับสมัครอาสาสมัครให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ ในเว็บไซค์ http://www.aidsaccess.com/09/index.php?option=com_content&task=view&id=249&Itemid=27
และwww.aidsaccess.com(http://www.aidsaccess.com/09/index.php?option=com_content&task=view&id=430&Itemid=2) เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ๔ จึงเท่ากับว่า นายนิมิตร์ เทียนอุดม เป็นกรรมการหรือผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจในการจัดการหรือมีส่วนร่วมในนิติบุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญา ผู้เข้าร่วมงาน หรือมีประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องกับกิจการของสำนักงานหลัก ประกันสุขภาพ ในระยะ ๑ ปีก่อนวันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการสรรหา เข้าลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๕ ๓๒ (๑๒) ทั้งนี้ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ จะคัดเลือกและแต่งตั้งบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามเป็นกรรมการในคณะกรรมการสรรหาหาได้ไม่ กรณีจึงเป็นการออกคำสั่งทางปกครองที่ฝ่าฝืนต่อข้อห้ามที่กฎหมายบัญญัติไว้ตั้งแต่ออกคำสั่งแล้ว ดังนั้น คำสั่งที่ ๒/๒๕๕๕ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ข้อ ๓. การสรรหาดังกล่าวข้างต้น ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ มิได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกไว้ ประกาศของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เรื่อง การรับสมัครบุคคลเข้ารับการคัดเลือกเพื่อจ้างและแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ฉบับลงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ๑ ระบุไว้ในข้อ ๔ แต่เพียงว่า
“คณะกรรมการสรรหาที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะพิจารณาสรรหาผู้มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์เหมาะสมที่จะเป็นเลขาธิการ
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จากผู้สมัครที่ได้ยื่นใบสมัครถูกต้องครบถ้วน โดยจะสรรหาตั้งแต่วันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๕ เป็นต้นไป แล้วเสนอชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาไม่เกิน ๓คนให้กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นผู้คัดเลือกผู้ใดผู้หนึ่ง” ข้อความที่ปรากฎนั้นมิใช่ทั้งหลักเกณฑ์ และวิธีคัดเลือก เพราะคำสั่งดังกล่าวมิได้กำหนดกำหนดถึงวิธีการในการสรรหาว่าจะทำอย่างไรบ้าง มีผลเป็นการให้การคัดเลือกเป็นดุลพินิจของคณะกรรมการสรรหาทั้ง ๕ คนโดยปริยาย ทำให้กระบวนการสรรหาไม่โปร่งใส ประกอบกับองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ซึ่งมีหน้าที่สรรหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ จึงต้องให้ผู้มีความรู้ความสามารถเป็นที่ประจักษ์มาเป็นผู้สรรหามากกว่าที่จะให้ผู้ที่มีตำแหน่ง(ไม่ว่าภาครัฐหรือเอกชน) ซึ่งไม่อาจทราบได้ว่ากรรมการในคณะกรรมการ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถจริงหรือไม่เพราะไม่มีการนำเสนอประวัติของกรรมการสรรหาว่า “เรียนหนังสือ” จบอะไรการศึกษาด้านใดมาบ้าง และระดับไหน และมีความรู้พอที่จะ “วิเคราะห์” งานและกิจกรรมของผู้สมัครหรือไม่ ทั้งนี้การสรรหา “คนเก่ง” ก็ต้องใช้คนที่ “เก่งเท่ากัน” หรือ “เก่งกว่า” มาเป็นผู้สรรหา และการจะพิจารณาผลงานของผู้สมัคร จะต้องมีการวางหลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจนว่า มีรายละเอียด หลักเกณฑ์อย่างใด และประการสำคัญ ตำแหน่งเลขาธิการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ นั้น พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๕ มาตรา ๓๕ ให้ถือว่าเป็นตำแหน่งที่ต้องห้ามมิให้ดำเนินกิจกรรมที่เป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวมตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราบการทุจริต ซึ่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติว่า
“มาตรา ๑๐๐ ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดดำเนินกิจการ ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่ ของรัฐผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีอำนาจ กำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือดำเนินคดี
(๒) เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เข้าเป็นคู่สัญญากับ หน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้า หน้าที่ของรัฐซึ่งมีอำนาจกำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือดำเนินคดี
(๓) รับสัมปทานหรือคงถือไว้ซึ่งสัมปทานจากรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่นอันมีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม หรือเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว
(๔) เข้าไปมีส่วนได้เสียในฐานะเป็นกรรมการ ที่ปรึกษา ตัวแทน พนักงานหรือลูกจ้างในธุรกิจของเอกชนซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับ ดูแล ควบคุม หรือตรวจสอบของหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นสังกัดอยู่หรือปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งโดยสภาพของผลประโยชน์ของธุรกิจของเอกชนนั้นอาจขัดหรือแย้งต่อประโยชน์ส่วนรวม หรือประโยชน์ทางราชการ หรือกระทบต่อความมีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้น
เจ้าหน้าที่ของรัฐตำแหน่งใดที่ต้องห้ามมิให้ดำเนินกิจการตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ให้นำบทบัญญัติในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับกับคู่สมรสของเจ้าหน้าที่ของรัฐตามวรรคสอง โดยให้ถือว่าการดำเนินกิจการของคู่สมรสดังกล่าว เป็นการดำเนินกิจการของเจ้าหน้าที่ของรัฐ”
แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ก็มิได้ให้ความสำคัญ โดยระบุไว้เป็นหลักเกณฑ์สำคัญการสรรหาว่า ต้องให้ความสำคัญกับประวัติในเรื่องความซื้อสัตย์สุจริต เนื่องจากเป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดทิศทางคุณลักษณะของบุคคลตำแหน่งนี้ไว้แล้ว ทั้งนี้ บุคคลผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีอำนาจในการอนุมัติวงเงินจัดซื้อจัดจ้างสูงถึง หนึ่งพันล้านบาท ดังปรากฏตามข้อบังคับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๐ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ๕
ผู้ฟ้องคดีได้เข้าสู่กระบวนการสรรหา และมีการแสดงวิสัยทัศน์ต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เช่นเดียวกันกับผู้สมัครคนอื่นๆอีก ๘-๙ คน อันเป็นขั้นตอนการพิจารณาของผู้ถูก
ฟ้องคดีที่ ๒ ก่อนจะมีมติเลือกผู้สมัครไว้ ๓ คน และส่งต่อให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ พิจารณาทำสัญญาจ้างและแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวเป็นเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้ได้ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชนว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ สรรหาผู้สมัครได้ครบ ๓ คนแล้ว ปรากฏตามรายข่าวจากเว็บไซค์ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ๖ ซึ่งปรากฎว่าหนึ่งในจำนวนดังกล่าวคือนายแพทย์วินัย สวัสดิวร อดีตเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งในห้วงเวลาที่ปฎิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวนั้น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินการว่าสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ใช้จ่ายไม่ถูกต้อง มีการนำในการสนับสนุนกิจกรรมภาครัฐไปใช้เป็นเงินสวัสดิการอันเป็นการปฎิบัติที่ไม่เหมาะสม รายละเอียดเรื่องสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบนี้เป็นรับรู้รับทราบของสาธารณชนโดยทั่วไป พบในเว็บไซค์ต่างๆซึ่งผู้ฟ้องคดีจะขอนำเสนอในชั้นพิจารณาต่อไป กรณีดังที่กล่าวมาข้างต้นแสดงให้เห็นได้ว่า กระบวนการสรรหาไม่โปร่งใส และไม่เป็นธรรม ผู้ถุกฟ้องคดีที่ ๒ ใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจ ไม่มีหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาที่ชอบด้วยกฎหมาย ประกอบกับคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ที่มีนายนิมิตร์ เทียนอุดม เป็นกรรมการ เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหา ผู้ถูกฟ้องคคีที่ ๒ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย มาตั้งแต่ต้น ดังนั้น มติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ที่เลือก นายแพทย์วินัย สวัสดิวร นายแพทย์สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล และนายแพทย์ชาญวิทย์ ทระเทพ เพื่อเสนอต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ จึงเป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นคำสั่งทางปกครองที่กระทบต่อสิทธิของผู้ถูกฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเพื่อจ้างและแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตามประกาศของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เรื่อง การรับสมัครบุคคลเข้ารับการคัดเลือกเพื่อจ้างและแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้ได้รับความเสียหาย ในการนี้ ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นหนังสือคัดค้านการสรรหาดังกล่าวต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และ ๒ เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ปรากฏตามหนังสือคัดค้านเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ๗
ผู้ฟ้องคดีจึงขออาศัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นยกขึ้นเป็นเหตุฟ้องคดี เพื่อขอให้ศาลยกเลิก เพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ที่ ๒/๒๕๕๕ เรื่องแต่งตั้งกรรมการสรรหา ฉบับลงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เฉพาะรายนายนิมิตร์ เทียน
อุดม และขอให้ศาลยกเลิก เพิกถอน มติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ที่เลือกนายแพทย์วินัย สวัสดิวร นายแพทย์สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล และนายแพทย์ชาญวิทย์ ทระเทพ เพื่อเสนอต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑
อนึ่ง ในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ นี้ ที่ประชุมของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ มีวาระการพิจารณาการสรรหาและเลือกเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปรากฏตามระเบียบวาระการประชุมของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ครั้งที่ ๖/๒๕๕๕ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ๘ เมื่อมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และหากผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ นำรายชื่อที่ได้จากการสรรหาของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ พิจารณาและลงมติ จะทำให้เกิดความเสียหายต่อการบริหารราชการแผ่นดินอันเกี่ยวกับการสาธารณสุขของประเทศ และยุ่งยากต่อการแก้ไขเยียวยามากยิ่งขึ้นกว่าในขณะสถานการณ์ ณ ปัจจุบันทั้งในแง่เวลา และในเนื้อหาสาระ เพราะหากผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ มีมติและทำสัญญาจ้างและแต่งตั้งบุคคลเป็นเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะก่อให้เกิดสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาทางปกครองในฐานะคู่สัญญาทันที และ การยกเลิกสัญญาของคู่สัญญาไม่ว่าโดยทางใดย่อมเป็นการสร้างภาระในเงินของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติซึ่งมีไว้เพื่อจัดทำบริการสาธารณสุขของประชาชน และมีอย่างจำกัด ให้ต้องลดลง ทั้งๆที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ในทางกลับกันหากมีการทุเลาบังคับตามคำสั่งก็ไม่กระทบกระเทือนและอุปสรรคกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน เพราะในระหว่างที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ก็มีอำนาจในการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อรักษาราชการแทนได้อยู่แล้ว ด้วยเหตุดังกล่าวจึงขอศาลได้โปรดมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ชะลอและหรือระงับการพิจารณาและมีมติในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาจ้างและแต่งตั้งบุคคลเป็นเลขาธิการสำนักงานหลัก ประกันสุขภาพแห่งชาติ อันมีที่มาจากมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ที่เลือกนายแพทย์วินัย สวัสดิวร นายแพทย์สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล และนายแพทย์ชาญวิทย์ ทระเทพ ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด
คำขอของผู้ฟ้องคดี
๑ ขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษา ยกเลิก เพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ที่ ๒/๒๕๕๕ เรื่องแต่งตั้งกรรมการสรรหา ฉบับลงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เฉพาะราย นายนิมิตร์ เทียนอุดม
๒. ขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษา ยกเลิก เพิกถอนมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ที่เลือกนายแพทย์วินัย สวัสดิวร นายแพทย์สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล และนายแพทย์ชาญวิทย์ ทระเทพ เพื่อเสนอต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑
๓.ของให้ศาลได้มีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ให้ชะลอและหรือระงับการพิจารณาและมีมติในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาจ้างและแต่งตั้งบุคคลเป็นเลขาธิการสำนักงานหลัก ประกันสุขภาพแห่งชาติอันมีที่มาจากมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ที่เลือก นายแพทย์วินัย สวัสดิวร นายแพทย์สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล และนายแพทย์ชาญวิทย์ ทระเทพ ไว้เป็น การชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด
นายสุกฤษฎิ์ กิติศรีวรพันธุ์
ลงชื่อ...............................................ผู้ฟ้องคดี
( นายสุกฤษฎิ์ กิติศรีวรพันธุ์ )
ในฐานะผู้รับมอบอำนาจของผู้ฟ้องคดี |